วันพฤหัสบดีที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2566

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เสริมสร้างอนาคตเด็กไทย ลงพื้นที่ภาคอีสาน มอบทุนการศึกษาในระดับชั้นประถม และทุนฯ ทุกระดับปีสุดท้าย (ทุนสัญจร) แก่เยาวชนรวม 53 สถาบัน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เสริมสร้างอนาคตเด็กไทย ลงพื้นที่ภาคอีสาน มอบทุนการศึกษาในระดับชั้นประถม และทุนฯ ทุกระดับปีสุดท้าย  (ทุนสัญจร) แก่เยาวชนรวม 53 สถาบัน มูลค่ากว่า 2.2 ล้านบาท

        มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมด้วย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล  รองประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นายนิพนธ์ ลีละศิธร กรรมการ และนายบวรสินธุ์ ตันธุวนิตย์ กรรมการ  ลงพื้นที่มอบทุนการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษา และทุนทุกระดับปีสุดท้าย (ทุนสัญจร) ประจำปี พ.ศ. 2566 แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่ประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์จังหวัดนครพนม สกลนคร มุกดาหาร บึงกาฬ โดยมีจังหวัดนครพนมเป็นศูนย์กลางในการมอบทุนฯ รวม 53 สถาบัน 265 ทุน รวมเป็นเงินจำนวน 2,255,000 บาท (สองล้านสองแสนห้าหมื่นห้าพันบาทถ้วน) เพื่อสนับสนุนให้เยาวชนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมตามที่มุ่งหวัง เติบโตพร้อมมีวิชาความรู้  สร้างอนาคตของตนเองและครอบครัว เป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติ อีกทั้งยังเป็นการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง  โดยมีนายวันชัย จันทร์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ และนางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย หัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ นำทีมแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมในพิธี และคณะนายกสมาคมพ่อค้าจังหวัดนครพนม เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี ณ  หอประชุมโรงเรียนนครพนมวิทยาคม อำเภอเมือง  จังหวัดนครพนม เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 ตุลาคม 2566



           การมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียน นิสิต และนักศึกษา เป็นหนึ่งในนโยบายหลักของงานสังคมสงเคราะห์ ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ดำเนินการมาแล้วเป็นเวลากว่า 50 ปี โดยในปี พ.ศ. 2566 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบทุนการศึกษาแก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ประจำปี 2566 เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 17,870,000 บาท (สิบเจ็ดล้านแปดแสนเจ็ดหมื่นบาทถ้วน) 


            ตลอดระยะเวลากว่า 113 ปี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา   เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลาย ๆ ทาง รวมถึงการพัฒนาด้านการศึกษา เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป 

ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung 

#ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต #

วันพุธที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2566

สทท. ขานรับนโยบายรัฐบาลเศรษฐา ดันท่องเที่ยวเป็นวาระแห่งชาติ หนุนตั้ง Tourism War Room ขับเคลื่อนท่องเที่ยวแบบเรียลไทม์ พร้อมแถลงโครงการเสริมศักยภาพผู้สูงอายุในการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล กิจกรรม ความฝันไม่มีวันหมดอายุ

สทท. ขานรับนโยบายรัฐบาลเศรษฐา ดันท่องเที่ยวเป็นวาระแห่งชาติ หนุนตั้ง Tourism War Room ขับเคลื่อนท่องเที่ยวแบบเรียลไทม์

พร้อมแถลงโครงการเสริมศักยภาพผู้สูงอายุในการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล กิจกรรม ความฝันไม่มีวันหมดอายุ

        นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) และ รศ.ผกากรอง เทพรักษ์ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ร่วมกันแถลงข่าว "ดัชนีชี้วัดผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทย" ตามด้วยการแถลงข่าว "โครงการเสริมศักยภาพผู้สูงอายุในการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล กิจกรรมความฝันไม่มีวันหมดอายุการใช้งาน" โดยมี คุณภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นประธานกล่าวเปิดโครงการฯ รวมทั้งการเสวนา "ทำไมต้องมี โครงการเสริมศักยภาพผู้สูงอายุในการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล กิจกรรมความฝันไม่มีวันหมดอายุการใช้งาน" โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิและผู้กำกับหนังชื่อดัง ได้แก่ นายธนิตย์ จิตนุกูล นายปรัชญา ปิ่นแก้ว คุณภรณี ภู่ประเสริฐ นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ นายราเชนท์ ลิ้มกตระกูล และบัณฑิต ทองดี ร่วมเสวนา ดำเนินการโดยนายกฤตภาส ต๊ะประจำ ที่ปรึกษาโครงการฯ ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติ อาทิ นางสาวรพีรัตน์ ราชาพชร ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาลูกค้าสถาบันและองค์กรชุมชน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) และสื่อมวลชน ร่วมงานจำนวนมาก ณ ชั้น 10 อาคารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ถนนเพชรบุรี แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร เมื่อวันอังคารที่ 3 ตุลาคม 2566


      สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ระดับ 69  สะท้อนสถานการณ์ท่องเที่ยวที่ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 1/2566 เป็นต้นมา เนื่องจากเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวของทั้งคนไทยและต่างชาติ ประกอบกับประชาชนมีความกังวลเกี่ยวกับสภาพเศรฐกิจไทยที่ยังไม่แน่นอนและหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นจากวิกฤติควิด-19 นอกจากนี้ยังกังวลเกี่ยวกับ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าน้ำมันที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น


     ช่วงต้นไตรมาสประชาชนมีความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนในการจัดตั้งรัฐบาลอาจจะส่งผลกระทบต่อการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจของประเทศในปีหน้า นอกจากนี้ภาคการส่งออกของไทยหดตัว 10 เดือนติดต่อกัน ส่งผลให้เม็ดเงินในมือของประชาชนน้อยลง  จากปัจจัยต่างๆ เหล่านี้  จึงส่งผลให้ประชาชนระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น  สถานการณ์ท่องเที่ยวไตรมาสนี้จึงต่ำกว่าไตรมาสที่ผ่านมา  แต่ดีกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว  และยังถือว่าต่ำกว่าปกติในระดับมาก (ปกติ 100) ร้อยละ 76 ของสถานประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวยังมีรายได้น้อยกว่าก่อนเกิดวิกฤตโควิด –19


     โดยธุรกิจร้านอาหารมีรายได้มากที่สุด ประมาณร้อยละ 64  ของรายได้ก่อนเกิดวิกฤตโควิด–19  และร้านขายของฝากของที่ระลึกมีรายได้น้อยที่สุด ประมาณร้อยละ 46 กรุงเทพมหานครมีรายได้มากที่สุด ประมาณร้อยละ 59 ส่วนภาคตะวันออกและภาคตะวันตกมีรายได้น้อยที่สุด ประมาณร้อยละ 51


     ขณะนี้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีจำนวนแรงงานประมาณร้อยละ 84 ของช่วงก่อนเกิดวิกฤตโควิด –19  น้อยกว่าก่อนเกิดวิกฤตโควิด –19 ประมาณร้อยละ 16 (คิดเป็นจำนวนแรงงาน ประมาณ 600,000 ตำแหน่ง)  แต่มีสถานประกอบการเพียงร้อยละ 4 ที่ระบุว่าต้องการแรงงานเพิ่มในไตรมาสหน้า (ประมาณ 160,000 ตำแหน่ง)


       ส่วนการคาดการณ์สถานการณ์ท่องเที่ยวไตรมาส 4/2566  ค่าดัชนีฯ อยู่ที่ 75 สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการคาดว่าในไตรมาสหน้าสถานการณ์ท่องเที่ยวจะดีขึ้นกว่าไตรมาสนี้ เนื่องจากเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวของคนไทยและต่างชาติ รวมทั้งมีวันหยุดยาวถึง 6 ช่วง และการจัดกิจกรรมในเทศกาลต่าง ๆ ในไตรมาสหน้าจะส่งผลต่อสถานการณ์ท่องเที่ยวให้ดีขึ้น


      นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า ถือเป็นข่าวดีที่รัฐบาลเศรษฐา ให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นอันดับแรกๆ และตั้งเป้าแบบท้าทาย สร้างรายได้รวมจากการท่องเที่ยวไว้ที่ 4 ล้านล้านบาท โดยเน้นที่มูลค่ามากกว่าจำนวนนักท่องเที่ยว ทำให้ทุกภาคส่วนทั้งรัฐและเอกชน และต้องปรับกลยุทธใหม่ นอกจาก Restart แล้ว ยังต้อง Reboost ทั้งออกแบบสินคัาและบริการตอบโจทย์และสร้างประสบการณ์ที่ดีกับนักท่องเที่ยวคุณภาพยุคใหม่


      ในส่วนของภาคเอกชน เห็นการเดินหน้าเชิงรุก ทั้งเรื่องฟรีวีซา  การพัฒนาสนามบิน การตั้งทีมยุทธศาสตร์ Softpower และการเติมบูสเตอร์ซอตต่างๆ แล้วมีความมั่นใจว่าภาคการท่องเที่ยวจะกลับมาเป็นเครื่องยนต์หลักที่ขับเคลื่อน GDP ของประเทศและกระจายรายได้ให้คนไทยทั้งประเทศได้อีกครั้ง เป้าหมายรายได้ 4 ล้านล้านบาทนั้น สามารถเกิดขึ้นได้ในอนาคตอันใกล้ หากทุกภาคส่วน เอกชน ภาครัฐทุกกระทรวง ร่วมกันทำงาน กำจัดอุปสรรค สร้างจุดแข็งร่วมกัน และเพื่อให้เกิดการทำงานแบบ RealTime ที่มีประสิทธิภาพ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ขอเสนอให้มีการตั้ง Tourism Warroom ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน โดยมี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงดีอีเอส และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาร่วมกันสร้าง Tourism Big Data + Social Listening เพื่อทั้งรวบรวมข่าวสาร แก้เฟคนิวส์ ช่วยกันดูแลนักท่องเที่ยวให้ปลอดภัยและมั่นใจ รวมถึงการสร้าง Digital Content ที่มีพลังบวกให้สอดรับกับโอกาสใหม่ๆตามเทรนด์ที่เกิดขึ้น และมีการสรุปนโยบายเชิงเปรียบเทียบกับประเทศคู่แข่งเพื่อผลักดันโยบายเชิงรุกในยุค Tourism War Game นี้ที่หลายประเทศใช้ท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือ Quick win ในการฟื้นเศรษฐกิจหลังโควิด-19


         สำหรับในส่วนของ "โครงการเสริมศักยภาพผู้สูงอายุในการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล กิจกรรม ความฝันไม่มีวันหมดอายุ" ที่ทางสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) นั้น ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของสถานการณ์ของผู้สูงอายุที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วส่งผลกระทบทั้งทางด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคมโดยรวม การเปลี่ยนแปลงบทบาททางสังคม และการเกษียณอายุ ผู้สูงอายุจะมีการเปลี่ยนแปลงของร่างกายไปในทางเสื่อมมากกว่าการเจริญเติบโต ขาดความคล่องแคล่วว่องไว การเคลื่อนไหวร่างกาย ความคิดความอ่านช้าลง สภาพทางร่างกายเสื่อมถอยของกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อต่อ เป็นต้น


        การเตรียมการเพื่อรองรับสถานการณ์สังคมสูงอายุจึงเป็นประเด็นที่สำคัญ จึงได้มีการจัดทำ "โครงการเสริมศักยภาพผู้สูงอายุในการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลภายใต้ กิจกรรมความฝันไม่มีวันหมดอายุ" เพื่อที่จะเชิญชวนผู้สูงอายุที่สนใจจากทั่วประเทศ ร่วมทำกิจกรรมความฝันไม่มีวันหมดอายุ เพื่อเสริมสร้างสุขภาวะ ผ่านการบอกกล่าวเล่าประสบการณ์ที่ผ่านมา เล่าเรื่องความประทับใจหรือสิ่งที่เป็นความฝัน ที่ประทับใจที่สุดในชีวิตที่ผ่านมา ผ่านการถ่ายด้วยมือถือหรืออุปกรณ์ที่ตนเองถนัด ส่งเป็นคลิปวีดีโอสั้นๆ ไม่เกิน 3-5 นาที เพื่อใช้ในการสมัครเข้าร่วมกิจกรรมความฝันไม่มีวันหมดอายุ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้สูงอายุได้ร่วมกันทำกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชนในประเทศ

             โดยจะมีการส่งเสริมความรู้ด้านการผลิตสื่อคลิปวีดีโอสั้น ในด้านต่างๆ ดังนี้

    1.สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล จะสอนในการเรียนรู้ทักษะทางด้านดิจิทัล (Digital Skill) ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญกับมนุษย์ทุกคน รวมไปถึงผู้สูงอายุด้วย เพราะทำให้เรารู้เท่าทัน มีความรอบคอบ ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลลงในสื่อสาธารณะ การรักษาความปลอดภัยของตนเองเมื่ออยู่ในระหว่างการใช้งานสื่อออนไลน์ หนึ่งตัวอย่างของการใช้ประโยชน์จากใช้เทคโนโลยีได้อย่างสร้างสรรค์เริ่มต้นจากการการพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อพูดคุยกันได้อย่างง่ายดาย แม้ว่าตัวผู้สนทนานั้นจะอยู่ห่างไกลกัน และนับเป็นความคิดสร้างสรรค์ที่ขยับจากกิจวัตรทั่วไปที่เราคุ้นชินกันกับการทักทายด้วยการสวัสดีกัน มาสู่เทคโนโลยีใหม่แต่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ความเป็นไทยให้เป็นที่มองเห็นถึงกระบวนการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดรอบตัวเรา หนึ่งในการขยับตัวของผู้ใช้งานที่เป็นผู้สูงอายุที่น่าสนใจคือ การส่งรูปสวัสดีตอนเช้าในวันต่างๆ มีภาพพื้นหลังเป็นรูปดอกไม้ต่างๆ สีสันสวยงามตามวันนั้น เช่น สวัสดีวันจันทร์แล้วมีภาพพื้นหลังเป็นรูปดอกทานตะวันหรือดอกดาวเรืองบานหรือดอกที่มีสีเหลืองเพื่อสื่อถึงสีเหลืองของวันจันทร์ มีคำคม คำอวยพร เป็นต้น     

         2. สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จะบอกในเรื่องของบทบาท เป้าหมาย การสนับสนุนการพัฒนาและยกระดับการใช้เทคโนโลยีกับการผลิตสื่อวีดีโอสั้นของผู้สูงอายุ โดยการบอกกล่าวเล่าประสบการณ์ที่ผ่านมา เล่าเรื่องความประทับใจหรือสิ่งที่เป็นความฝัน ที่ประทับใจที่สุดในชีวิตที่ผ่านมา ผ่านการถ่ายด้วยมือถือหรืออุปกรณ์ที่ตนเองถนัด ส่งเป็นคลิปวีดีโอสั้นๆ ไม่เกิน 3-5 นาที เพื่อใช้ในการสมัครเข้าร่วมกิจกรรมความฝันไม่มีวันหมดอาย

       3. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) นั้น จะให้ความสำคัญกับการผู้สูงอายุ เปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุได้ทดลองทำในสิ่งที่ไม่เคยทำหรือบางคนได้เติมเต็มความฝันให้เป็นจริง ผ่าน "ดินแดนแห่งความสุข' สามารถเชื่อมโยงกับเรื่องสุขภาวะหรือสุขภาพของผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุตระหนักและเห็นคุณค่าของตนเองสังคมและช่วงวัยอื่นๆ เห็นศักยภาพของผู้สูงอายุในด้านดิจิทัล

        4. ส่วนการขยายผลในวันนี้คือ 

4.1 เพื่อเสริมทักษะการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลให้แก่ผู้สูงอายุที่เข้าร่วมโครงการ 

4.2 เพื่อช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวและช่วยส่งเสริมให้ผู้สูงอายุ หันมาสนใจในการผลิตคลิปวีดีโอสั้นเพื่อสร้างเป็นรายได้ 

4.3 เพื่อกระตุ้นให้สังคม/ช่วงวัยอื่นๆ เห็นศักยภาพของผู้สูงอายุในด้านดิจิทัล


วันศุกร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2566

"ปรับเปลี่ยน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง" ชุมชนบนพื้นที่สูงอยู่ดีมีสุข ด้วยงานวิจัยและพัฒนา สืบสาน รักษา ต่อยอดงานโครงการหลวง ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

"ปรับเปลี่ยน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง"    ชุมชนบนพื้นที่สูงอยู่ดีมีสุข ด้วยงานวิจัยและพัฒนา สืบสาน รักษา ต่อยอดงานโครงการหลวง ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

        เกษตรกรบนพื้นที่สูงมักจะประสบปัญหากับการทำเกษตรแบบดั้งเดิมที่ไม่สามารถควบคุมการเพาะปลูกได้ ต้องอาศัยเพียงฝนฟ้าตามฤดูกาล เกษตรกรบางรายมีโรงเรือนสำหรับเพาะปลูก แต่ก็ไม่สามารถจัดการระบบภายในโรงเรือนได้อย่างที่ต้องการเนื่องจากขาดการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในหลายๆ ด้าน

           สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) โดย โครงการพัฒนาระบบการเรียนรู้พื้นที่สูงผ่านระบบเครือข่ายและเทคโนโลยีดิจิทัล ด้วยข้อจำกัดในเรื่องการเข้าถึงและทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลบนพื้นที่สูง สวพส. จึงมุ่งเน้นการดำเนินงานเพื่อพัฒนาแหล่งเรียนรู้ด้านการพัฒนาพื้นที่สูง สร้างต้นแบบโรงเรือนแม่นยำบนพื้นที่สูง เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง มีระบบการบริหารจัดการข้อมูล ระบบเทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัย ติดตามได้ที่ Link นี้ 

https://www.youtube.com/watch?v=_cy9J3uDoY8 


 

วันพุธที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2566

อุลตร้า วี ประเทศไทยรุกตลาดความงาม เชิญแพทย์สร้างมิติใหม่วงการความงาม ดึงไหมน้ำ “ULTRACOL” เอาใจเทรนด์เกาหลี

อุลตร้า วี ประเทศไทยรุกตลาดความงาม

เชิญแพทย์สร้างมิติใหม่วงการความงาม

ดึงไหมน้ำ “ULTRACOL” เอาใจเทรนด์เกาหลี


















           สร้างมิติใหม่สำหรับวงการความงาม บริษัท อุลตร้าวี เมดิคอล เอสเทธิค (ประเทศไทย) จำกัด  โดย กัลยารัตน์ ชุตาทวีสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการ และ นพ.ไพศาล รัมณีย์ธร คณบดีสำนักวิชาเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงและรพ.แม่ฟ้าหลวง จัดบรรยายให้ความรู้ด้านสุขภาพเรื่อง ULTRACOL PDO microsphere (อัลตร้าคอล พีดีโอ ไมโครสเฟียร์) นวัตกรรมแห่งวงการแพทย์ความงามเพื่อเพิ่มขีดจำกัดยกระดับฝีมือแพทย์ไทยให้ทันเทรนด์โลก     โดยมีแพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัยร่วมงานกว่า 50 ท่าน ที่ตึก พี เอส ทาวเวอร์

กัลยารัตน์ ชุตาทวีสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการบริษัทอุลตร้าวี เมดิคอล เอสเทธิค ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันคนไทยได้บินไปเสริมความงามที่ต่างประเทศกันค่อนข้างมาก ทางบริษัทฯ เล็ง เห็นว่าธุรกิจความงามกำลังเติบโตและเป็นที่ยอมรับในกลุ่มวัยรุ่นหนุ่ม สาว แม้แต่คนสูงวัย รวมถึงเทรนด์ความงามของปีนี้เป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากงานผิว ผิวดี ผิวสวย ดูเป็นธรรมชาติ ดังนั้นแพทย์ไทยที่มีความสามารถไม่แพ้ประเทศใดในโลกอยู่แล้ว ทางบริษัทที่เป็นผู้นำด้าน Skin Quality ในไทย จึงนำ  “ULTRACOL” PDO microsphere นวัตกรรมแห่ง Aesthetic ที่ใช้สาร PDO หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งในวงการแพทย์ว่า ไหมน้ำ” ได้ผ่านการรับรองของอย. เป็นที่เรียบร้อย และตอบโจทย์คนไทยเป็นผลิตภัณฑ์ที่กำลังติดเทรนด์ที่ใช้กันทั่วโลก เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรองความปลอดภัยจาก Korea Food and Drug  Administration จากประเทศเกาหลี รวมถึงได้จดสิทธิบัตรเฉพาะของ UltraV และได้รับรางวัลยอดเยี่ยม IR52 Jang Young Sill award จากเกาหลีใต้และงานในวันนี้จัดขึ้นเพื่อการเรียนการสอนการใช้ผลิตภัณฑ์ให้มั่นใจ เพื่อเป็นการยกระดับฝีมือแพทย์ไทย มีการอบรมแพทย์( Training) ใน 44 ประเทศทั่วโลกมาแล้ว

นพ. ไพศาล รัมณีย์ธร คณบดีสำนักวิชาเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงและรพ.แม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า เวชศาสตร์ชะลอวัยคือศาสตร์ในป้องกันความเสื่อมในร่างการกายและฟื้นฟูสุขภาพโดยมีจุดประสงค์ให้คนเรามีอายุยืนและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเพื่อเสริมสร้างซ่อมแซมส่วนที่เสียหาย โดยใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์

ปัจจุบันนี้วงการแพทย์ด้านความงามมีการพัฒนาความก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพอย่างมาก รวมถึงคนในสมัยใหม่มีการดูแลสุขภาพใบหน้า ผิวพรรณกันมากขึ้น รวมถึงการเติมเต็มบนใบหน้า ให้ดูสวยงาม ดูเป็นธรรมชาติ การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยและได้รับการรับรองมาตรฐานจึงตอบโจทย์ความทันสมัยด้วยเทคนิคการเติมเต็มนี้ ULTRACOL (ไหมน้ำ) โดยมีลักษณะเป็นผงไหมน้ำในรูปแบบฉีด นวัตกรรมนี้ถูกคิดค้นมาเพื่อให้ผิวเกิดการสร้างคอลลาเจนจากภายใน โดยไหมน้ำจะช่วยทำให้กระจายตัวได้ทั่วบริเวณใบหน้าเพื่อกระตุ้นคอลลาเจนได้เป็นบริเวณกว้าง เพิ่มความหนาแน่นของชั้นผิว ลดการบาดเจ็บ ลดการบวมช้ำ เมื่อเราอายุมากขึ้น สิ่งที่ตามมาคือผิวที่หย่อยคล้อย Telomere ลดลงจึงต้องมีตัวช่วย ผลิตภัณฑ์ “ULTRACOL” ตัวนี้จะช่วยในเรื่องผิวหน้าให้มีความยืดหยุ่นเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ที่ใช้บริการและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี

    อย่างไรก็ตาม ULTRACOL PDO microsphere หรือไหมน้ำสามารถฉีดได้แม้ในบริเวณที่บอบบางที่สุดอย่างใต้ดวงตา และฉีดได้ทุกจุดบนใบหน้าไม่มีข้อห้ามใด ๆ ผลิตภัณฑ์ตัวนี้จะช่วยในเรื่องผิวหน้าให้มีความยืดหยุ่นด้วยการกระตุ้นผิวให้ผลิตคอลลาเจน และเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการได้

อุลตร้า วี ประเทศไทย จัดงานบรรยายเชิญแพทย์สร้างมิติใหม่วงการความงามดึงไหมน้ำ “ULTRACOL” เอาใจเทรนด์เกาหลี

อุลตร้า วี ประเทศไทย จัดงานบรรยายเชิญแพทย์สร้างมิติใหม่วงการความงามดึงไหมน้ำ “ULTRACOL” เอาใจเทรนด์เกาหลี

อุลตร้า วี ประเทศไทย จัดงานให้ความรู้ด้านสุขภาพความงามด้านวิชาการเรื่อง ULTRACOL PDO microsphere (อัลตร้าคอล พีดีโอ ไมโครสเฟียร์) นวัตกรรมแห่งวงการแพทย์ความงามเพื่อเพิ่มขีดจำกัดยกระดับฝีมือแพทย์ไทยให้ทันเทรนด์โลก โดยมีแพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัยร่วมงานกว่า 50 คนเข้าร่วมงาน ที่ชั้น 25 ตึกพี เอส ทาวเวอร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

งานในวันนี้จัดขึ้นเพื่อการเรียนการสอนการใช้ผลิตภัณฑ์ให้มั่นใจ เพื่อเป็นการยกระดับฝีมือแพทย์ไทย มีการอบรมแพทย์( Training) ใน 44 ประเทศทั่วโลกสำหรับ  “ULTRACOL” PDO microsphere นวัตกรรมแห่ง Aesthetic ผ่านการรับรองของอย. เป็นที่เรียบร้อยการสัมมนาในครั้งนี้มีแพทย์ชื่อดังเป็นวิทยากรบรรยาย อาทิ นพ.ไพศาล รัมณีย์ธร คณบดีสำนักวิชาเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง, นายแพทย์วรพจน์ ศิรามังคลานนท์ แพทย์ชื่อดังด้านความงาม, นายแพทย์ลัทธพล ม้าลายทอง จักษุแพทย์เฉพาะทางด้านกระจกตา และคุณกัลยารัตน์ ชุตาทวีสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทอุลตร้าวี เมดิคอล เอสเทธิค ประเทศไทย จำกัด

วันพฤหัสบดีที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2566

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง “สร้างอาชีพ สร้างชีวิต” ร่วมกับกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้กับสตรีที่ด้อยโอกาสในพื้นที่ จ.พิษณุโลก ในโครงการส่งเสริมอาชีพเพื่อสตรี พร้อมนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการประชาชนฟรี

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง “สร้างอาชีพ สร้างชีวิต” ร่วมกับกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้กับสตรีที่ด้อยโอกาสในพื้นที่ จ.พิษณุโลก 

ในโครงการส่งเสริมอาชีพเพื่อสตรี พร้อมนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการประชาชนฟรี


          มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ พร้อมด้วย นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก นางจินดา บุญลาภทวีโชค กรรมการตรวจสอบ และนางสาวดวงชุตา  ติยะพจนพรกุล  ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นำทีมลงพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก มอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้กับสตรีที่มีรายได้น้อย มีภาระหน้าที่ดูแลคนในครอบครัว เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว หรือด้อยโอกาสทางสังคม ซึ่งอยู่ในความดูแลของสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านสองแคว จังหวัดพิษณุโลก จำนวน 21 ราย พร้อมมอบรถเข็นวีลแชร์แก่คนพิการ จำนวน 10 ราย รวมงบประมาณเป็นเงินทั้งสิ้น 348,650 บาท (สามแสนสี่หมื่นแปดพันหกร้อยห้าสิบบาทถ้วน) เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน โดยมี นางจินตนา จันทร์บำรุง อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว  นายวาทิต ปัญญาคม รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วย นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย หัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และอาสาสมัครศิลปิน นำโดย นางสาวอัญชลี จงคดีกิจ (ปุ๊-อัญชลี) ร่วมแจกจ่ายในครั้งนี้  ณ ศาลาประชาคมจังหวัดพิษณุโลก (ศาลากลางจังหวัด) ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2566

          พร้อมกันนี้ นางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมหน่วยแพทย์ฯ ลงพื้นที่ให้บริการประชาชนฟรี ประกอบด้วย บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จ่ายยา ตรวจวัดสายตาพร้อมแจกแว่น  และบริการตัดผม ฯลฯ โดยมีประชาชนเข้ารับบริการเป็นจำนวนมาก

          นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ เปิดเผยว่า สำหรับโครงการส่งเสริมอาชีพเพื่อสตรี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับ กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยมูลนิธิฯ กำหนดมอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่สตรีที่มีรายได้น้อย มีภาระหน้าที่ดูแลคนในครอบครัว เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว หรือด้อยโอกาสทางสังคม เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ แต่ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพ รวม 8 ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัว ได้แก่ จังหวัดนนทบุรี สงขลา ศรีสะเกษ ขอนแก่น ลำพูน ลำปาง เชียงราย และจังหวัดพิษณุโลก ให้ได้มีวัสดุอุปกรณ์ไปประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว เพื่อเป็นการลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม สร้างความสุขสู่ชุมชน สังคม และประเทศชาติอย่างยั่งยืนต่อไป โดยนับตั้งแต่เริ่มดำเนินการลงพื้นที่ในเดือนเมษายนจนถึงในวันนี้ มูลนิธิฯ มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพรวมมอบ 8 แห่ง จำนวน  61  ราย คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น  980,940 (เก้าแสนแปดหมื่นเก้าร้อยสี่สิบบาทถ้วน)

         ตลอดระยะเวลากว่า 113 ปี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา  เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลาย ๆ ทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ดังปณิธาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” ต่อไป

#ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต#

#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน


########

วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ประกาศเลื่อนดารเลือกนายกรัฐมนตรีออกไปก่อน แต่ยังมีการประชุมปกติ

วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ประกาศเลื่อนดารเลือกนายกรัฐมนตรีออกไปก่อน แต่ยังมีการประชุมปกติ

            เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2566 ที่รัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา กล่าวว่า“เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญยังพิจารณาเรื่องที่ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งไป ยังไม่แล้วเสร็จ  และมีพรรคการเมืองส่งข้อมูลเข้าไปเพิ่มเติม ซึ่งตามคำประกาศของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อสักครู่นี้ว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยเรื่องทั้งหมดในวันที่ 16 สิงหาคม 2566 นี้ เพราะฉะนั้นในวันที่ 4 สิงหาคม 2566 วาระแรกของการประชุมรัฐสภา เรื่องการเลือกนายกรัฐมนตรีก็ต้องเลื่อนออกไปก่อน”

“แต่การประชุมรัฐสภาในวันที่ 4 สิงหาคม 2566 ก็จะประชุมตามปกติ โดยจะนำระเบียบวาระที่สอง เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 เข้ามาพิจารณาเป็นวาระแรกแทน ส่วนเรื่องนายกรัฐมนตรีก็ต้องรอศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัย หรือมีคำสั่งอย่างไร ในวันที่ 16 สิงหาคมนี้อีกครั้งหนึ่งครับ”


 

ทปอ. จับมือสยามสแควร์ รวมพลังมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ จ้ดงาน “SIAM YOUTH SQUARE”

ทปอ. จับมือสยามสแควร์ รวมพลังมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ จ้ด งาน “SIAM YOUTH SQUARE” เปลี่ยนพื้นที่กลางเมืองเป็นเวทีแจ้งเกิดของเยาวชนไทย       ที่...