วันพฤหัสบดีที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2566

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เสริมสร้างอนาคตเด็กไทย ลงพื้นที่ภาคอีสาน มอบทุนการศึกษาในระดับชั้นประถม และทุนฯ ทุกระดับปีสุดท้าย (ทุนสัญจร) แก่เยาวชนรวม 53 สถาบัน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เสริมสร้างอนาคตเด็กไทย ลงพื้นที่ภาคอีสาน มอบทุนการศึกษาในระดับชั้นประถม และทุนฯ ทุกระดับปีสุดท้าย  (ทุนสัญจร) แก่เยาวชนรวม 53 สถาบัน มูลค่ากว่า 2.2 ล้านบาท

        มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมด้วย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล  รองประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นายนิพนธ์ ลีละศิธร กรรมการ และนายบวรสินธุ์ ตันธุวนิตย์ กรรมการ  ลงพื้นที่มอบทุนการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษา และทุนทุกระดับปีสุดท้าย (ทุนสัญจร) ประจำปี พ.ศ. 2566 แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่ประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์จังหวัดนครพนม สกลนคร มุกดาหาร บึงกาฬ โดยมีจังหวัดนครพนมเป็นศูนย์กลางในการมอบทุนฯ รวม 53 สถาบัน 265 ทุน รวมเป็นเงินจำนวน 2,255,000 บาท (สองล้านสองแสนห้าหมื่นห้าพันบาทถ้วน) เพื่อสนับสนุนให้เยาวชนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมตามที่มุ่งหวัง เติบโตพร้อมมีวิชาความรู้  สร้างอนาคตของตนเองและครอบครัว เป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติ อีกทั้งยังเป็นการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง  โดยมีนายวันชัย จันทร์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ และนางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย หัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ นำทีมแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมในพิธี และคณะนายกสมาคมพ่อค้าจังหวัดนครพนม เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี ณ  หอประชุมโรงเรียนนครพนมวิทยาคม อำเภอเมือง  จังหวัดนครพนม เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 ตุลาคม 2566



           การมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียน นิสิต และนักศึกษา เป็นหนึ่งในนโยบายหลักของงานสังคมสงเคราะห์ ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ดำเนินการมาแล้วเป็นเวลากว่า 50 ปี โดยในปี พ.ศ. 2566 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบทุนการศึกษาแก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ประจำปี 2566 เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 17,870,000 บาท (สิบเจ็ดล้านแปดแสนเจ็ดหมื่นบาทถ้วน) 


            ตลอดระยะเวลากว่า 113 ปี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา   เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลาย ๆ ทาง รวมถึงการพัฒนาด้านการศึกษา เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป 

ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung 

#ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต #

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

"ชณันภัสร์ " ​ ผู้บริหารโรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร​ รับรางวัลเกียรติยศ​ "หัตถานารายณ์ครั้งที่ 2" ปีพทธศักราช 2569​ สาขาผู้บริหารด้านการส่งเสริมการศึกษายอดเยี่ยมแห่งปี นางสาวชณันภัสร์ ไชยอักษรวิชญ์​ ผู้บริหาร โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร​ รับรางวัลเกียรติยศ​" หัตถานารายณ์ครั้งที่ 2" ปีพทธศักราช 2569​ สาขาผู้บริหารด้านการส่งเสริมการศึกษายอดเยี่ยมแห่งปี ซึ่งจัดโดย สมาคมพัฒนาผู้ประกอบการวัยรุ่นไทยและวัยทำงาน​ ณ​ คาลิปโซ่ เอเชียทีค กรุงเทพฯ​ เมื่อวันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2569 สำหรับ "รางวัลหัตถานารายณ์" นี้เป็นรางวัลที่มอบมอบให้แก่บุคคลที่กระทำความดีโดยประจักษ์แจ้ง​ โดยมิได้หวังผลตอบแทนสิ่งอื่นใด​ มีความประพฤติและใฝ่ที่จะทำแต่ความดีอันเป็นนิจสิน​ ทางสมาคมพัฒนาผู้ประกอบการวัยรุ่นไทยและวัยทำงาน ร่วมกับ มูลนิธิเทพศรียันตรา​ จึงได้มอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้​ เพื่อประกาศเกียรติคุณ เชิดชูเกียรติยศและสร้างขวัญกำลังใจให้กับบุคคลที่ได้รับและเป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคมสืบไป นางสาวชณันภัสร์ ไชยอักษรวิชญ์​ ผู้บริหาร โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร กล่าวว่า​ “บ้านครูกำไร” เป็นต้นแบบสถาบันกวดวิชาที่ “ดูแลด้วยหัวใจ พัฒนาเด็กไทยสู่ความเป็นเลิศ” โดยมีจุดเด่นที่วิชาการที่เข้มข้น บรรจบกับการดูแลที่เข้าถึงใจ รวมถึงการใช้หลักสูตร “Personalized Learning” หรือการเข้าถึงศักยภาพของเด็กเป็นรายบุคคล ครูผู้สอนไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ส่งต่อความรู้ แต่ยังทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา (Mentor) ที่ช่วยปลดล็อกจุดอ่อนและเสริมจุดแข็งให้เด็กแต่ละคน ทำให้ผลการเรียนดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในระยะเวลาอันสั้น​ บ้านครูกำไรในภาพจำของผู้ปกครองคือสถาบันที่มากกว่าการกวดวิชา สิ่งที่ทำให้ผู้ปกครองบอกต่อกันปากต่อปาก จนทำให้บ้านครูกำไรเติบโตอย่างมั่นคง คือภาพลักษณ์ของ “สถาบันการศึกษาที่มีความรับผิดชอบสูง” เน้นการสอนที่ “สนุก เข้าใจง่าย แต่ได้ผลจริง” และที่สำคัญที่สุดคือ “การดูแลเหมือนคนในครอบครัว” ทำให้เด็กๆ รู้สึกปลอดภัยและมีความสุขในการเรียนรู้ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อคะแนนสอบและความสำเร็จในระยะยาว ส่วนก้าวต่อไปก็คือการนำนวัตกรรมการสอนใหม่ๆ มาปรับใช้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ปกครองว่า บุตรหลานที่มาเรียนที่นี่จะได้รับสิ่งที่ดีที่สุด “เราให้คำมั่นสัญญาว่า จะรักษามาตรฐานการเป็นผู้บริหารยอดเยี่ยม และจะพัฒนาสถาบันแห่งนี้ให้เป็นบ้านหลังที่สองที่บ่มเพาะปัญญาและสร้างความสำเร็จให้แก่เด็กๆ อย่างยั่งยืน ผู้ปกครองทุกท่านสามารถมั่นใจได้ว่า ทุกนาทีที่บุตรหลานอยู่กับเรา คือการลงทุนเพื่ออนาคตที่มีคุณภาพที่สุด สำหรับผู้ปกครองที่สนใจพัฒนาศักยภาพบุตรหลาน สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร เพื่อให้เราได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในเส้นทางแห่งความสำเร็จนี้ไปด้วยกันค่ะ ​ นางสาวชณันภัสร์ ไชยอักษรวิชญ์​ ผู้บริหาร โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร​ กล่าวภายหลังได้รับรางวัลว่า ​"ท่ามกลางการแข่งขันทางด้านการศึกษาที่สูงขึ้นในปัจจุบัน โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร ได้สร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จครั้งสำคัญ ด้วยการได้รับคัดเลือกให้รับรางวัลอันทรงเกียรติข รางวัลหัตถานารายณ์ สาขา “ผู้บริหารด้านการส่งเสริมการศึกษายอดเยี่ยมแห่งปี” ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้แก่ผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์โดดเด่นในการยกระดับคุณภาพการศึกษาและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่ตัวผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม​ "รางวัลนี้มีความหมายต่อสถาบันของเราอย่างยิ่ง เพราะคือเครื่องยืนยันถึงความทุ่มเทที่เรามีให้แก่เด็กๆ มาโดยตลอด ครูขอขอบพระคุณคณะครูและทีมงานที่เปรียบเสมือนฟันเฟืองสำคัญ ขอบพระคุณผู้ปกครองที่ไว้วางใจให้เราเป็นส่วนหนึ่งในเส้นทางอนาคตของบุตรหลาน และที่ขาดไม่ได้คือลูกศิษย์ทุกคนที่เป็นแรงบันดาลใจให้ครูพัฒนาการสอนในทุกๆ วัน รางวัลนี้ไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นจุดเริ่มต้นที่เราจะยกระดับมาตรฐานการศึกษาให้ดียิ่งขึ้นไปอีก” สุดท้ายก็ต้องขอขอบพระคุณ ดร.ศรีสุริยะ สะริมินยุพเรศ นายกสมาคมพัฒนาผู้ประกอบการวัยรุ่นไทยและวัยทำงาน​ ที่มอบรางวัลเกียรติยศ​ ​"หัตถานารายณ์" ครั้งที่ 2​ ปีพทธศักราช 2569 สาขาผู้บริหารด้านการส่งเสริมการศึกษายอดเยี่ยมแห่งปี ในโอกาสก่อตั้งสมาคมครบรอบ​ 12​ ปี

"ชณันภัสร์ " ​ ผู้บริหารโรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร​ รับรางวัลเกียรติยศ​ "หัตถานารายณ์ครั้งที่ 2" ปีพทธศักราช 2569​  สาขา...