วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

จุฬาฯ ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน “ฝ่าวิกฤติพลังงานไทยด้วยพลังงานหมุนเวียน”

จุฬาฯ ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน “ฝ่าวิกฤติพลังงานไทยด้วยพลังงานหมุนเวียน”

หนุนนโยบายพลังงานยั่งยืนผ่านงานวิจัยที่แข็งแกร่ง

  วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาฯ ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ และ Biorefinery Hub of Knowledge ภายใต้สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดงานเสวนาวิชาการหัวข้อ “ฝ่าวิกฤตพลังงานไทยด้วยพลังงานหมุนเวียน: โอกาสหรือภาพลวง?” เพื่อวิเคราะห์เจาะลึกสถานการณ์พลังงานและศักยภาพของพลังงานสะอาดในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย  โดยมีนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน​ ​เป็นประธานกล่าวเปิดงานเสวนาวิชาการหัวข้อ​ "ฝ่าวิกฤติพลังงานไทย ด้วยพลังงานหมุนเวียน: โอกาสหรือภาพลวง?" และกล่าวปาฐกถาพิเศษ​ โดยศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร​ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวต้อนรับ​ และศาสตราจารย์ ดร.ปราโมช รังสรรค์วิจิตร​ คณบดีวิทยาลัยปีโตรเลียมและปิโตรเคมี กล่าวรายงาน​​ ณ ห้อง 105 อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย​ ​เมื่อวันที่​ 1 พฤษภาคม 2569

     ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเน้นย้ำถึงบทบาทของสถาบันการศึกษาในการเป็นเวทีกลางเพื่อขับเคลื่อนสังคม “จุฬาฯ มุ่งมั่นในการสร้างคนที่มีวิสัยทัศน์และสร้างงานวิจัยที่มีคุณภาพ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศสู่ความยั่งยืน การเสวนาครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความเข้าใจ และนำไปสู่การพัฒนาความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไทยในระยะยาว”

     ในโอกาสนี้ คุณเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้แสดงปาฐกถาพิเศษ​กล่าวถึงทิศทางนโยบายพลังงานของประเทศว่า รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการแก้ไขปัญหาพลังงานและส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนเพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ “การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดไม่ใช่เพียงแค่ทางเลือก แต่คือทางรอดของเศรษฐกิจไทยที่เราต้องร่วมมือกันทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืน”

     ส่วนทางด้าน ศาสตราจารย์ ดร.ปราโมช รังสรรค์วิจิตร คณบดีวิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาฯ เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งต้นทุนพลังงานที่ผันผวนและความมั่นคงของระบบ การจัดงาน ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับศักยภาพและข้อจำกัดของพลังงานหมุนเวียนอย่างรอบด้าน เพื่อตอบโจทย์ว่าพลังงานสะอาดจะสามารถทดแทนพลังงานหลักและขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้จริงหรือไม่




    ภายในงานยังมีการเสวนาเรื่อง "ฝ่าวิกฤติพลังงานไทย ด้วยพลังงานหมุนเวียน:โอกาสหรือภาพลวง?" โดยได้รับเกียรติจากผู้แทนภาคภาครัฐและเอกชนร่วมการเสวนา ได้แก่​ ดร.เกษดา สุทธิอัมพร ผู้แทนอธิบดีกรมธุรกิจ, ดร.สราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน, นายนที สิทธิประศาสน์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน​ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, นายศาณินทร์ ตริยานนท์ นายกสมาคมผู้ผลิตไบโอดีเซลไทย, นายกิตติศักดิ์ วัธนเวคิน นายกสมาคมการค้าผู้ผลิตเอทานอลไทย, ดร.สุมิตรา จรสโรจน์กุล อดีตผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ, รศ.ดร.ศิริพร จงผาติวุฒิ รองคณบดีวิทยาลัยปิโตรเลียม​ ​และผู้ประสานงานภาคอุตสาหกรรม Biorefinery Hub of Knowledge​ ภายใต้สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี ในฐานะหน่วยงานการศึกษาที่มีหลักสูตรนานาชาติด้านเทคโนโลยีปิโตรเลียม และพลังงาน ยืนยันความพร้อมที่จะเป็นกลไกหลักในการผลิตบุคลากรและนวัตกรรมเพื่อสนับสนุนนโยบายพลังงานสะอาดของประเทศต่อไป​โดยมี​ ดร.ณัฐพงศ์ ซื่อวิริยพันธุ์ อาจารย์วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาฯ​ เป็นผู้ดำเนินรายการพลังงาน 


วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569

โครงการ “กอ.รมน. ปันน้ำใจ” มอบสิ่งของอุปโภคบริโภค บรรเทาทุกข์ค่าครองชีพของประชาชน

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร จัดโครงการ “กอ.รมน. ปันน้ำใจ” 

จับมือ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มูลนิธิไทยอาสาป้องกันชาติ และภาคีเครือข่ายภาคประชาชน 

มอบสิ่งของอุปโภคบริโภค บรรเทาทุกข์ค่าครองชีพของประชาชน


     พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย พลโท ธนาธิป สว่างแสง ผู้อำนวยการสำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ผอ.สมท.กอ.รมน.) นายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง คณะมูลนิธิไทยอาสาป้องกันชาติ และคณะภาคีเครือข่ายภาคเอกชน ร่วมในพิธีเปิดโครงการ “กอ.รมน. ปันน้ำใจ บรรเทาทุกข์ค่าครองชีพของประชาชน” มอบสิ่งของอุปโภคบริโภค เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้มีรายได้น้อย และประชาชนกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ โดยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้จัดทีมเจ้าหน้าที่สาธารณภัย  และเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัย นำถุงยังชีพจำนวน 1,000 ชุด รวมมูลค่ากว่า 2 แสนบาท ร่วมสนับสนุนในโครงการดังกล่าว ณ บริเวณด้านหน้ากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร สวนรื่นฤดี  เขตดุสิต กรุงเทพฯ​ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569


      ตลอดระยะเวลากว่า 116 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

## ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ## 

#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

วันพุธที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569

จุฬาฯ ลงนาม MOU กับ ไอบีเอ็ม ประเทศไทย ขับเคลื่อนอนาคตควอนตัมของประเทศไทย

จุฬาฯ ลงนาม MOU กับ ไอบีเอ็ม ประเทศไทย 

ขับเคลื่อนอนาคตควอนตัมของประเทศไทย

     จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โดยมีเจตนารมณ์เพื่อสนับสนุนความตั้งใจของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการเข้าร่วม IBM Quantum Innovation Center ณ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS)

     พิธีลงนามในครั้งนี้นำโดย ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคุณอโณทัย เวทยากร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด โดยความร่วมมือนี้จะมีศูนย์สยามควอนตัมสแควร์ (Siam Quantum Square – SQ²) ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมด้านควอนตัมของมหาวิทยาลัย ซึ่งเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมกราคม 2569 เป็นศูนย์กลางในการดำเนินกิจกรรม

     จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะเข้าถึงระบบควอนตัมคอมพิวเตอร์ของ IBM และทรัพยากรสนับสนุนต่าง ๆ ผ่านการเป็นสมาชิกของ IBM Quantum Innovation Center ณ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS)

      โดยความร่วมมือนี้มุ่งวางกรอบเพื่อนำนักวิจัย นิสิต และนักพัฒนาของไทยเข้าสู่ระบบนิเวศควอนตัมคอมพิวติ้งในวงกว้าง อันจะช่วยสนับสนุนวิสัยทัศน์ของประเทศไทยในการเร่งสร้างความพร้อมด้านควอนตัม


     ผู้เข้าร่วมในการอบรมเชิงปฏิบัติการ “Quantum and Qiskit” ในวันเดียวกัน ได้รู้จักและลงมือใช้งาน Qiskit ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ควอนตัมแบบโอเพนซอร์สที่พัฒนาโดย IBM ผ่านแบบฝึกหัดการเขียนโปรแกรม ก่อนเข้าร่วมพิธีลงนาม การอบรมดังกล่าวสะท้อนจุดมุ่งหมายของความร่วมมือได้อย่างเป็นรูปธรรม คือการเสริมทักษะควอนตัมเชิงปฏิบัติให้แก่ชุมชนควอนตัมของไทย

     ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เทคโนโลยีควอนตัมไม่ใช่พรมแดนที่ห่างไกลอีกต่อไป โดยกำลังเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วจากห้องปฏิบัติการวิจัยเข้าสู่การใช้งานจริงในภาคการเงิน การแพทย์ โลจิสติกส์ ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ วัสดุขั้นสูง และอีกหลายภาคส่วน ท่านระบุว่า ประเทศไทยจะต้องเป็นหนึ่งในประเทศที่เตรียมความพร้อมให้กับบุคลากร สถาบันวิจัย และภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกำหนดทิศทางของเศรษฐกิจโลกในยุคถัดไป

     ความร่วมมือกับ ไอบีเอ็ม ประเทศไทย ในครั้งนี้ นิสิต นักวิจัย และนักนวัตกรรมของจุฬาฯ จะได้เข้าถึงเส้นทางการเรียนรู้ระดับโลก ประสบการณ์ตรงในการใช้งานระบบควอนตัม และการเชื่อมโยงที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นกับระบบนิเวศควอนตัมระดับโลก พร้อมระบุว่า บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ไม่ได้เป็นเพียงข้อตกลงทางวิชาการ แต่ยังเป็นการประกาศเจตนารมณ์ว่า ประเทศไทยตั้งใจที่จะเข้าร่วมในแนวหน้าของเทคโนโลยีอุบัติใหม่ ไม่ใช่ยืนมองอยู่ข้างสนาม ถือเป็นโอกาสที่เกิดขึ้นในวันนี้คือโอกาสของพวกเขา

      ผศ.ดร.สลิลพร กิตติวัฒนากูล หัวหน้าศูนย์สยามควอนตัมสแควร์ ได้สรุปเป้าหมาย 4 ประการ ได้แก่ การพัฒนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยให้เป็นศูนย์ความเป็นเลิศด้านควอนตัมของประเทศไทย การเสริมสร้างทักษะเขียนโปรแกรมควอนตัมและเส้นทางการรับรองผ่าน Qiskit การดำเนินโครงการปี 2569 ที่เป็นรูปธรรม และการยกระดับบทบาทของประเทศไทยในเวทีควอนตัมระดับภูมิภาค ทั้งนี้ SQ² รวมคณาจารย์ผู้ร่วมวิจัย จาก 3 คณะ คือ คณะวิทยาศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ครอบคลุมทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ด้านควอนตัม

      ศูนย์สยามควอนตัมสแควร์ (SQ²) เป็นศูนย์ระดับภูมิภาคด้านการวิจัย การศึกษา และนวัตกรรมด้านควอนตัมของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งอยู่ที่คณะวิทยาศาสตร์

*** จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2460 เป็นสถาบันอุดมศึกษาแห่งแรกของประเทศไทย และติดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำของเอเชียด้านผลกระทบระดับโลก ***

 *** IBM เป็นผู้ให้บริการชั้นนำระดับโลกด้าน hybrid cloud, AI และการให้คำปรึกษา และเป็นหนึ่งในผู้นำด้านควอนตัมคอมพิวติ้งของโลก ผ่านเครือข่าย IBM Quantum Network ***

วันอังคารที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2569

"สุวรรณี​ อิทธิวิบูลย์​ " ผู้บริหาร​ เพอโกล่าร์/DOD Cafe & Bistro รับรางวัลเกียรติยศ​ ​"หัตถานารายณ์​ ครั้งที่ 2" สาขา ผู้บริหารยอดเยี่ยมแห่งปี

"สุวรรณี​ อิทธิวิบูลย์​ " ผู้บริหาร​ เพอโกล่าร์/DOD Cafe & Bistro รับรางวัลเกียรติยศ​ ​"หัตถานารายณ์​ ครั้งที่ 2" สาขา ผู้บริหารยอดเยี่ยมแห่งปี

     คุณสุวรรณี อิทธิวิบูลย์​ ผู้บริหาร บริษัท เพอโกล่าร์ จำกัด/บริษัท แกรชซี่ เดสติเนชั่น จำกัด​ DOD Cafe & Bistro รับรางวัลเกียรติยศ​" หัตถานารายณ์ครั้งที่ 2" ปีพทธศักราช 2569 สาขา ผู้บริหารยอดเยี่ยมแห่งปี​ ซึ่งจัดโดย สมาคมพัฒนาผู้ประกอบการวัยรุ่นไทยและวัยทำงาน​ ณ​ คาลิปโซ่ เอเชียทีค กรุงเทพฯ​ เมื่อวันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2569


      สำหรับ "รางวัลหัตถานารายณ์" เป็นรางวัลที่มอบให้แต่บุคคลที่กระทำความดีโดยประจักษ์แจ้ง​ โดยมิได้หวังผลตอบแทนสิ่งอื่นใด​ มีความประพฤติและใฝ่ที่จะทำแต่ความดีอันเป็นนิจสิน​ ทางสมาคมพัฒนาผู้ประกอบการวัยรุ่นไทยและวัยทำงาน ร่วมกับ มูลนิธิเทพศรียันตรา​ จึงได้มอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้​ เพื่อประกาศเกียรติคุณ เชิดชูเกียรติยศและสร้างขวัญกำลังใจให้กับบุคคลที่ได้รับและเป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคมสืบไป


       คุณสุวรรณี อิทธิวิบูลย์​ เป็นนักธุรกิจสาวคนรุ่นใหม่ไฟแรง​ อดีตนายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยว​จังหวัดนครปฐม ปี 2566- 2567 ผู้บริหารบริษัท เพอโกล่าร์ จำกัด​ และกรรมการ บริษัท แกรชซี่ เดสติเนชั่น จำกัด และ DOD Cafe & Bistro



      DOD Cafe & Bistro คาเฟ่ที่เป็นมากกว่าร้านอาหารและเครื่องดื่ม อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในตำบลบางช้าง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม​ การันตีรางวัลมาตราฐานสถานที่ท่องเที่ยวยั่งยืน ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย​ ​(ททท.), ของดีจังหวัดนครปฐม และรางวัลชนะเลิศ Cafe & Restaurant Design Award ด้วยแนวคิดสร้างความสุขด้วยแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ จึงออกแบบสร้างสรรค์ผลงาน โดยการหยิบจับธรรมชาติมาจัดสรรให้เกิดความเหมาะสม และให้มนุษย์เรา "อยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน (Sustainable)" ผ่านการออกแบบให้เป็น สวนป่าโมเดิร์น (Modern Tropical Garden) บนพื้นที่กว่า 6 ไร่ ของ DOD Cafe & Bistro จะเลือกใช้กำแพง ผนัง พื้นทางเดิน ด้วย "สัจจะวัสดุ" เป็นการผสมผสานระหว่างงานภูมิสถาปัตยกรรม (Landscape) ให้เข้ากับงานสถาปัตยกรรม (Architecture)​

       DOD Cafe & Bistro ได้จัดให้มีกิจกรรมมากมายในการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนของจังหวัด​นครปฐม โดยมีผลงานที่ได้รับการตอบรับอย่างดี และกระตุ้นตลาดการท่องเที่ยวในจังหวัดนครปฐมได้เป็นอย่างมาก​ ได้แก่​ งาน "I Love Monster | Balcon Zoo x DOD" งานแสดงสัตว์เลี้ยงแสนรัก กลุ่มสัตว์เลี้ยงพิเศษ​ Exotic Pet โดยมีกลุ่มนักท่องเที่ยวผู้รักสัตว์เลี้ยงแสนรัก และผู้ที่ชื่นขอบกลุ่มสัตว์พิเศษ (Exotic Pet) มาร่วมงานมากมาย, งาน "DOD GOOD DAY MUTELU" รวมสุดยอดอาจารย์สายมูเหล่าสาวกสายมู จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมผลักดันโมเดล "การท่องเที่ยวสายมู" กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น เน้นพลังศรัทธาไม่งมงาย เชื่อมโยงระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่อย่างยั่งยืน​ สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวแนวใหม่ ส่งเสริมสินค้าและบริการ เกิดการใช้จ่ายและเกิดการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น และตลาดนัดงานคราฟต์ "DOD ณ คราฟต์" ตลาดนัดเพื่อส่งเสริมสินค้าเกษตรชุมชน ผัก ผลไม้ ของพื้นบ้าน งานฝีมือ ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค เซรามิค เบญจรงค์น้ำทองโบราณ ฯลฯ สร้างกระแส Soft Power ชุมชน

     ส่วน​บริษัท เพอโกล่าร์ จำกัด​ เป็นบริษัทด้านงานสถาปัตยกรรม และภูมิสถาปัตยกรรม / ภูมิทัศน์ ดำเนินธุรกิจมาจนถึงปัจจุบันเข้าปีที่ 21 แล้ว

     คุณสุวรรณี อิทธิวิบูลย์​ กล่าวภายหลังได้รับรางวัลว่า ​"นับเป็นเกียรติและความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง" สำหรับรางวัลอันทรงเกียรติที่ได้รับคัดเลือกให้รับรางวัล​ "หัตถานารายณ์" สาขาผู้บริหารยอดเยี่ยมแห่งปี ประจำปี 2569 จาก สมาคมพัฒนาผู้ประกอบการวัยรุ่นไทยและวัยทำงาน (DTEWA) ครั้งที่ 2 เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 12 ปีของทางสมาคมฯ​ รางวัลนี้ไม่ได้เป็นเพียงรางวัลส่วนตัว แต่เป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่น ทุ่มเท และพลังสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพ ของทีมงานบริษัท เพอโกล่าร์ จำกัด​ บริษัท แกซซี่เดติเนชั่น จำกัด​ และ DOD Café & Bistro ทุกคน ที่เดินเคียงข้างกันมาโดยตลอด ขอกราบขอบพระคุณคณะกรรมการ และสมาคม DTEWA ที่เล็งเห็นถึงศักยภาพ และมอบโอกาสอันล้ำค่านี้ให้ รวมถึงขอขอบคุณครอบครัว เพื่อนร่วมงาน และกัลยาณมิตรทุกท่าน ที่เป็นแรงผลักดัน และกำลังใจสำคัญเสมอมา


     "เราสัญญาว่าจะรักษามาตรฐานความตั้งใจนี้ และมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพเพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่ดี และเป็นประโยชน์ต่อสังคมต่อไป" 

      จากความฝัน สู่ความจริง : การเดินทางของ บริษัท เพอโกล่าร์ จำกัด​ "ทุกความสำเร็จ เริ่มต้นจากก้าวแรก" ผ่านช่วงเวลาแห่งการทุ่มเท​ ช่วงเวลาแห่งการเติมเต็มรายละเอียดด้วยหัวใจ​ จนถึงวันที่ความฝันมีชีวิต

     ประตูของ DOD Café & Bistro เปิดต้อนรับทุกคน ด้วยบรรยากาศที่เป็นมิตร​ เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และการสังสรรค์ของผู้คนที่มาลิ้มรสอาหารและเครื่องดื่ม​ ท่ามกลางวิวธรรมชาติที่โอบล้อม คือ รางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับความเหน็ดเหนื่อยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา


******เริ่มต้นด้วยสิ่งเล็กๆ เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่​ ทุกวันคือโอกาสใหม่ที่จะเรียนรู้ เติบโต สร้างความสุขด้วยแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ​ สร้างคุณค่าให้ตัวเองและโลกใบนี้*****

www.pergolar.com

Tel : 02 441 9983 / +66 (086) 327 9983

Line : @pergolar

Tiktok : Pergolar Channel

Youtube : Pergolar Channel

Instagram : pergolarlandscape






"ดร.พัชรินทร์ พูลสวัสดิ์" ​ ประธานกรรมการ สส.ศท.​ รับรางวัลเกียรติยศ​ "หัตถานารายณ์" สาขา​สตรีผู้ทำคุณ ประโยชน์เพื่อแผ่นดินแห่งปี

"ดร.พัชรินทร์  พูลสวัสดิ์" ​ ประธานกรรมการ สส.ศท.​ รับรางวัลเกียรติยศ​ "หัตถานารายณ์" 
สาขา​สตรีผู้ทำคุณ
ประโยชน์เพื่อแผ่นดินแห่งปี


      ดร.พัชรินทร์  พูลสวัสดิ์​ ประธานกรรมการสมัชชาส่งเสริมวัฒนธรรมและศักยภาพแห่งประเทศไทย (สส.ศท) รับรางวัลเกียรติยศ​" หัตถานารายณ์ครั้งที่ 2" ปีพทธศักราช 2569 สาขา​สตรีผู้เพื่อแผ่นดินแห่งปี ซึ่งจัดโดย สมาคมพัฒนาผู้ประกอบการวัยรุ่นไทยและวัยทำงาน​ ณ​ คาลิปโซ่ เอเชียทีค กรุงเทพฯ​ เมื่อวันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2569



      สำหรับ "รางวัลหัตถานารายณ์" นี้เป็นรางวัลที่มอบมอบให้แก่บุคคลที่กระทำความดีโดยประจักษ์แจ้ง​ โดยมิได้หวังผลตอบแทนสิ่งอื่นใด​ มีความประพฤติและใฝ่ที่จะทำแต่ความดีอันเป็นนิจสิน​ ทางสมาคมพัฒนาผู้ประกอบการวัยรุ่นไทยและวัยทำงาน ร่วมกับ มูลนิธิเทพศรียันตรา​ จึงได้มอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้​ เพื่อประกาศเกียรติคุณ เชิดชูเกียรติยศและสร้างขวัญกำลังใจให้กับบุคคลที่ได้รับและเป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคมสืบไป


 


     ดร.พัชรินทร์  พูลสวัสดิ์​​ ประธานกรรมการสมัชชาส่งเสริมวัฒนธรรมและศักยภาพแห่งประเทศไทย (สส.ศท.) กล่าวว่า​ สส.ศท.​ เป็นองค์กรที่มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม อนุรักษ์ และต่อยอดคุณค่าทางวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่ควบคู่กับความร่วมสมัย สามารถเข้าถึงประชาชนทุกช่วงวัย และเป็นรากฐานสำคัญของสังคมไทยอย่างยั่งยืน​ รวมทั้งพัฒนาศักยภาพมนุษย์อย่างรอบด้าน ทั้งด้านคุณธรรม ความรู้ ทักษะ และภาวะผู้นำ สร้างคนคุณภาพที่มีความสามารถและมีจิตสำนึกต่อสังคม​ และเพื่อสร้างและเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือทุกภาคส่วน ระหว่างภาคการศึกษา ภาคสังคม ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนทั่วประเทศ ในการร่วมกันขับเคลื่อนสังคมไทยอย่างมีพลัง​อีกทั้ยกย่องเชิดชูเกียรติและสร้างแรงบันดาลใจแก่สังคมข่าวสาร




     ดร.พัชรินทร์  พูลสวัสดิ์​​ ประธานกรรมการสมัชชาส่งเสริมวัฒนธรรมและศักยภาพแห่งประเทศไทย (สส.ศท.) ​ กล่าวภายหลังได้รับรางวัลว่า  ​"นับเป็นเกียรติและความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง" ที่ได้ผ่านการคัดสรรบุคคลต้นแบบและองค์กรที่ทำคุณประโยชน์ เพื่อเป็นแบบอย่างในการส่งเสริมความดี ความสามารถ และอัตลักษณ์ไทยสู่สังคมไทยและสังคมโลก สำหรับรางวัลอันทรงเกียรติที่ได้รับคัดเลือกให้รับรางวัลเกียรติยศ​" หัตถานารายณ์" ปีพทธศักราช 2569 สาขา​สตรีผู้ทำคุณประโยชน์เพื่อแผ่นดินแห่งปี​ ประจำปี 2569 จาก สมาคมพัฒนาผู้ประกอบการวัยรุ่นไทยและวัยทำงาน (DTEWA) ครั้งที่ 2 เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 12 ปีของทางสมาคมฯ​ วันนี้รู้สึกตื่นเต้นมากๆ​ แล้วก็ปลื้มใจอย่างบอกไม่ถูก​ ส่วนตัวแล้วไปร่วมงานรางวัลมาหลายงานแล้ว แต่ก็รู้สึกว่ารางวัลนี้เป็นรางวัลที่เราซาบซึ้งประทับใจมาก​  "รางวัลหัตถานารายณ์" รางวัลอันทรงเกียรติในครั้งนี้​ ไม่ใช่เป็นรางวัลของดิฉันคนเดียว​ แต่เป็นรางวัลที่ทางคณะกรรมการสมัชชาส่งเสริมวัฒนธรรมและศักยภาพแห่งประเทศไทย (สส.ศท) ร่วมกันทำความดีและก็ลงพื้นที่ต่างๆ​ เพื่อประเทศชาติ​  รางวัลนี้เป็นรางวัลในคุณงามความดีให้ทุกคนได้ทำความดี​ และตัวดิฉันเองและทางองค์กรสมัชชาส่งเสริมวัฒนธรรมและศักยภาพแห่งประเทศไทย (สส.ศท) ก็จะขอทำความดีเพื่อสังคมและประเทศชาติอย่างนี้ต่อไปเช่นกัน​ ขอขอบพระคุณมากๆ​ ค่ะ




      สุดท้ายก็ต้องขอขอบพระคุณ ดร.ศรีสุริยะ สะริมินยุพเรศ นายกสมาคมพัฒนาผู้ประกอบการวัยรุ่นไทยและวัยทำงาน​ ที่มอบรางวัลเกียรติยศ​ ​"หัตถานารายณ์" ครั้งที่ 2​ ปีพทธศักราช 2569 สาขา​สตรีผู้ทำคุณประโยชน์เพื่อแผ่นดินแห่งปี ในโอกาสก่อตั้งสมาคมครบรอบ​ 12​ ปี และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในโอกาสหน้าคงได้ร่วมงานเป็นพันธมิตรกันตลอดไปค่ะ

จุฬาฯ ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน “ฝ่าวิกฤติพลังงานไทยด้วยพลังงานหมุนเวียน”

จุฬาฯ ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน “ฝ่าวิกฤติพลังงานไทยด้วยพลังงานหมุนเวียน” หนุนนโยบายพลังงานยั่งยืนผ่านงานวิจัยที่แข็งแกร่ง    วิทยาลัยปิโตรเลียม...