วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

สศก.​ จัดการประชุมสามัญประจำปี พ.ศ. 2568

 สศก.​ จัดการประชุมสามัญประจำปี พ.ศ. 2568




      ดร.มนวิภา ประชัญคดี นายกสมาคมส่งเสริมการศึกษาในถิ่นกันดาร ในอุปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบราชชนนี (สศก.) เป็นประธานจัดการประชุมสามัญประจำปี พ.ศ. 2568 โดยมี พล.อ.สมโภชน์ นนท์ชัย, รศ.นพ.ปกิตติ ทยานิธิ, ดร.เกล้าสรวง สุพงศ์ธร, ทันตแพทย์ประสาธน์ชัย – ทันตแพทย์หญิงปิยะรัตน์ โพธิปฐม, พนิดา ปทุมารักษ์ และชุติพนธ์ นิยมิศร พร้อมด้วยคณะกรรมการ เข้าร่วมประชุม​ เพื่อรับทราบวาระสำคัญด้านข้อบังคับสมาคม ระบบ e-Donation และสรุปผลการดำเนินงานประจำปี​ ณ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) กรุงเทพมหานคร





วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

สจล. เปิดหลักสูตร “นักสื่อสารดิจิทัลเพื่อคนพิการ” รุ่นที่ 2

สจล. เปิดหลักสูตร “นักสื่อสารดิจิทัลเพื่อคนพิการ” รุ่นที่ 2

สร้างงาน สร้างอาชีพ ผ่านโมเดลฝึกอบรม - ฝึกงาน

      สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) โดย ดร.สุมาลี อุทัยเฉลิม กรรมการสภาสถาบันผู้ทรงคุณวุฒิ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทอแสงรัศมี ถีถะแก้ว ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายสื่อสารองค์กร ในฐานะหัวหน้าโครงการอบรมคนพิการ เข้าร่วมการแถลงข่าวเปิดตัว “โครงการการขยายผลเครือข่ายอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาศักยภาพคนพิการเพื่อการประกอบอาชีพ ผ่านโมเดลการฝึกอบรม  - ฝึกงาน คนพิการ มจธ.” เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569


      โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือของเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษา โดย สจล. เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยเครือข่ายที่ร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพคนพิการอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการเรียนรู้เชิงปฏิบัติและการฝึกงานจริง เพื่อเพิ่มโอกาสการมีงานทำและการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน

      สำหรับ หลักสูตร “นักสื่อสารดิจิทัลเพื่อคนพิการ สร้างงาน สร้างอาชีพ” รุ่นที่ 2 มุ่งส่งเสริมให้คนพิการสามารถประกอบอาชีพอิสระด้านการสื่อสารดิจิทัล ทำงานได้จากทุกที่ สอดรับกับบริบทเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมต่อยอดทักษะความคิดสร้างสรรค์และการใช้สื่ออย่างมืออาชีพ โดยผู้เข้าร่วมอบรมจะมีโอกาสนำเสนอผลงานต่อสาธารณชนภายในงาน “ลาดกระบังนิทรรศน์” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 - 30 สิงหาคม 2569


ทั้งนี้ คนพิการที่สนใจเข้าร่วมอบรมสามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ผ่านทาง​ https://forms.gle/qAKyUdr3C5HGk7pV6

ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวของ สจล. ได้ทาง  https://www.facebook.com/kmitlofficia และเว็บไซต์ https://www.kmitl.ac.th   หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-329-8000


วันเสาร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2569

นมธ. จัดพิธีมอบโล่เกียรติยศและประกาศเกียรติคุณ “ศิษย์เก่าดีเด่น ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงและรับใช้สังคม”

นมธ. จัดพิธีมอบโล่เกียรติยศและประกาศเกียรติคุณ “ศิษย์เก่าดีเด่น ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงและรับใช้สังคม” 

เชิดชูบุคคลต้นแบบสร้างคุณูปการต่อประเทศ


     สถาบันวิทยาการธรรมศาสตร์เพื่อสังคม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดพิธีมอบโล่เกียรติยศและประกาศเกียรติคุณ “ศิษย์เก่าดีเด่น ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงและรับใช้สังคม” ประจำปี  2568 ณ สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซอยงามดูพลี เขตสาทร กรุงเทพมหานคร เพื่อยกย่องเชิดชูศิษย์เก่าที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนสังคม สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก และอุทิศตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวมอย่างต่อเนื่อง


     ภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ศิษย์เก่าดีเด่น ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงและรับใช้สังคม รุ่นที่ 22 แสดงปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “การเมืองไทยกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย” ถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เชิงลึกเกี่ยวกับบทบาทของการเมืองต่อการพัฒนาประเทศ ท่ามกลางความสนใจของศิษย์เก่า แขกผู้มีเกียรติ และผู้เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก


     โดย0ได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ ประธานกรรมการ มูลนิธิสถาบันวิทยาการธรรมศาสตร์เพื่อสังคม กล่าวแสดงความยินดี พร้อมด้วย รศ.ดร.นริศ ชัยสูตร ประธานกรรมการบริหาร สถาบันวิทยาการธรรมศาสตร์เพื่อสังคม, ศ.พิเศษ นรนิติ อดีตนายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ ดร.ชัยยันต์ เจริญโชคทวี ประธานอนุกรรมการกลั่นกรองศิษย์เก่าดีเด่น ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงและรับใช้สังคม​ และ ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาล อธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมเป็นเกียรติและประธานในพิธี จากนั้น ดร.มนตรี ฐิรโฆไท ประธานกรรมการคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกศิษย์เก่าดีเด่น ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงและรับใช้สังคม ได้กล่าวรายงานและวัตถุประสงค์ของการจัดโครงการศิษย์เก่าดีเด่นฯ


     สำหรับพิธีมอบโล่เกียรติยศและประกาศเกียรติคุณแก่ศิษย์เก่าดีเด่นในรุ่นต่างๆ ได้แก่ นมธ. รุ่นที่ 1-24, นมธล. รุ่นที่ 1-3, นมธจ.รุ่นที่ 3-6 โดยมี ศ.พิเศษ นรนิติ อดีตนายกสภามหวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมด้วย ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาล อธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมเป็นผู้มอบโล่เกียรติยศและประกาศเกียรติคุณ สะท้อนคุณค่าของผู้นำที่เติบโตจากองค์ความรู้ ควบคู่คุณธรรม และจิตสาธารณะ ทั้งนี้ การคัดเลือกศิษย์เก่าดีเด่นเป็นการยกย่องบุคคลที่อุทิศตนทำคุณประโยชน์ต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง อาทิ ชวน หลีกภัย, พินิจ จารุสมบัติ, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ,ไชยยันต์ ชาครกุล, พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ, จีรพันธ์ อัศวะธนกุล, พัชรีย์ ไกรสิทธิ์, เทพวรรณ ม้าประเสริฐ, ผศ.ดร.ธันยพร สุนทรธรรมและ ดร.กัญณัฏฐ์ กรวิทย์ธนโชติ เป็นต้นโดยบุคคลเหล่านี้ล้วนเป็นต้นแบบที่สะท้อนบทบาทของผู้นำที่ยืนหยัดในการรับใช้สังคมอย่างแท้จริง


      ปัจจุบัน สถาบันวิทยาการธรรมศาสตร์เพื่อสังคม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ดำเนินการจัดการเรียนการสอนหลักสูตรนักบริหารระดับสูง ภายใต้การกำกับของมูลนิธิสถาบันวิทยาการธรรมศาสตร์เพื่อสังคม (นมธ.) โดยมุ่งเสริมสร้างผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ ความรับผิดชอบต่อสังคม และความเข้าใจบริบทการเปลี่ยนแปลงของประเทศและโลก ประกอบด้วย หลักสูตรนักบริหารระดับสูง “ธรรมศาสตร์เพื่อสังคม” (นมธ.), หลักสูตรนักบริหารระดับสูง “ธรรมศาสตร์เพื่อสังคมและโลก” (นมธล.) และ หลักสูตรนักบริหารระดับสูง “ธรรมศาสตร์เพื่อสังคม เจาะลึก” (นมธจ.) พร้อมกันนี้ สถาบันฯ อยู่ระหว่างการเปิดรับสมัคร หลักสูตรธรรมศาสตร์เพื่อสังคม สำหรับผู้บริหาร รุ่นใหม่ (นมธ.รม) รุ่นที่ 1 สำหรับผู้บริหาร ช่วงอายุ 25-35 ปี  เพื่อขยายโอกาสการเรียนรู้และเสริมสร้างศักยภาพผู้นำให้สอดรับกับความท้าทายในมิติใหม่ของสังคมไทย ติดตามรายละเอียด WWW.TLPTU.COM


     พิธีมอบโล่เกียรติยศในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่สะท้อนอัตลักษณ์ของ สถาบันวิทยาการธรรมศาสตร์เพื่อสังคม ในการปลูกฝังและส่งเสริมผู้นำที่มุ่งมั่นรับใช้สังคม และร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินสายสร้างอาชีพ สร้างชีวิตประชาชนภาคใต้อย่างยั่งยืนต่อเนื่อง มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่ครัวเรือนยากจนในพื้นที่จังหวัดระนอง

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินสายสร้างอาชีพ สร้างชีวิตประชาชนภาคใต้อย่างยั่งยืนต่อเนื่อง 

มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่ครัวเรือนยากจนในพื้นที่จังหวัดระนอง 

พร้อมมอบจักรยานให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ชนบท และนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการในพื้นที่ฟรี

     มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการ นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ผู้ช่วยกรรมการ นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ และนางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่ครัวเรือนยากจน ในพื้นที่จังหวัดระนอง (จังหวัดที่ 4 ของทางภาคใต้) จำนวน 16 ครัวเรือน รวมมูลค่า 421,650 บาท และมอบรถจักรยาน แก่โรงเรียน 2 แห่ง รวมจำนวน 20 คัน มูลค่า 25,800 บาท รวมมูลค่าการช่วยเหลือในครั้งนี้เป็นเงินทั้งสิ้น  447,450 บาท (สี่แสนสี่หมื่นเจ็ดพันสี่ร้อยห้าสิบบาทถ้วน)  นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังได้จัดทีมหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำแพทย์อาสาฯ เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ฯ ทีมบรรเทาสาธารณภัย (กู้ชีพ) และอาสาสมัครลงพื้นที่ให้บริการประชาชนฟรี ประกอบด้วย บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จ่ายยา ทันตกรรม คัดกรองเบาหวาน ตรวจวัดสายตาพร้อมแจกแว่น บริการตัดผมชาย-หญิง และกิจกรรมนันทนาการ โดยมี นายราชัน มีน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง และ นางมุกดา หลิมนุกูล ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานร่วมในพิธี นายวิธรัช รามัญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ร่วมในพิธี และ คณะมูลนิธิระนองสงเคราะห์ เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี พร้อมด้วยอาสาสมัครศิลปินมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางสาวอธิชา เทศขำ (เมย์-อธิชา) นางสาวเบญญาภา จันใจ (ขิม) ร่วมสร้างสีสันและให้กำลังใจ ณ บริเวณหอประชุมจังหวัดระนอง อำเภอเมือง จังหวัดระนอง​ เมื่อวันศุกร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569

     นอกจากนี้​ายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ กล่าวว่า โครงการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้สนับสนุนอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ช่วยเหลือครัวเรือนยากจน ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือแก้ไขปัญหาความยากจน  ระหว่างกรมการพัฒนาชุมชนและมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ซึ่งมูลนิธิฯ ได้จัดงบประมาณดำเนินการเพื่อจัดหาวัสดุอุปกรณ์การประกอบอาชีพมอบให้แก่ครัวเรือนยากจน ให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้ว 3 ระยะ โดย ระยะที่ 1 ดำเนินการในพื้นที่ภาคกลาง จำนวน 17 จังหวัด รวม 98 ครัวเรือน ระยะที่ 2 ได้ดำเนินการในพื้นที่ภาคเหนือ จำนวน 17 จังหวัด รวม 230 ครัวเรือน ระยะที่ 3 ได้ดำเนินการในพื้นที่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 20 จังหวัด รวม 485 ครัวเรือน นอกจากนี้ยังได้มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้กับครัวเรือนยากจนผู้ประสบอุทกภัย ประจำปี พ.ศ.2567 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และ จังหวัดเชียงราย อีกจำนวน 57 ครัวเรือน รวมจำนวนครัวเรือนยากจนที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้สร้างอาชีพ สร้างชีวิต ด้วยการมอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแล้วทั้งสิ้น 870 ครัวเรือน คิดเป็นมูลค่ากว่า 17 ล้านบาท และขณะนี้ได้พิจารณาดำเนินการระยะที่ 4 ในพื้นที่ภาคใต้ รวม 14 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง นครศรีธรรมราช พังงา พัทลุง สงขลา ตรัง สตูล กระบี่ ภูเก็ต ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส


     ตลอดระยะเวลากว่า 116 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

# ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต #

แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

วันศุกร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569

"เสี่ยโก้" ก่อเกียรติ โปรโมเตอร์มวยโลกเจ้าของรางวัลยอดเยี่ยม 3 สถาบัน​ พบแคนดิเดตนายกฯ พร้อมฝากแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นไทย

"เสี่ยโก้" ก่อเกียรติ โปรโมเตอร์มวยโลกเจ้าของรางวัลยอดเยี่ยม 3 สถาบัน​ พบแคนดิเดตนายกฯ พร้อมฝากแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นไทย

ในเวทีดีเบต "ศึกเปลี่ยนประเทศ" รายการ "คนดังนั่งเคลียร์"

     เมื่อวันที่​ 29 มกราคม​ 2569 รายการ "คนดังนั่งเคลียร์" ช่อง 8 จัดเวทีดีเบตใหญ่ของแคนดิเดทนายกฯ จาก 8 พรรคการเมือง ที่ M SKY PARK ชั้น M เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค โดยได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก เพื่อร่วมรับฟัง "ศึกเปลี่ยนประเทศ" ประชันนโยบายสดๆ​ บนเวที และเพิ่มดีกรีความเดือดด้วยไฮไลท์สำคัญที่ "คนดัง" ตัวตึงระดับประเทศที่จะมายิงคำถามแทนใจชาวบ้าน โดยมีคนดูเป็นผู้ตัดสิน

     และในโอกาสนี้ "เสี่ยโก้" นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์มวยโลกรางวัลยอดเยี่ยมเอเชีย 3 สถาบันที่ล่าสุดได้รับแต่งตั้งจากนายสนามมวยลุมพินีเป็นโปรโมเตอร์เวทีลุมพินี เดินทางมาร่วมกิจกรรม ด้วยคำถามถึงเหล่าแคนดิเดตนายกฯที่มาร่วมในกิจกรรมดีเบต "ศึกเปลี่ยนประเทศ" ในครั้งนี้​ ถึงนโยบายการจัดการกับปัญหาคอร์รัปชั่นไทย ที่ปัจจุบันไทยถูกจัดอยู่อันดับ 107 จาก 180 ประเทศทั่วโลก ด้วยคะแนน 34 จากคะแนนเต็ม 100 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 43 คะแนน ด้วยคำถามยิงตรงว่า "ถ้าพรรคท่านได้รับโอกาสบริหารประเทศ ท่านสามารถจัดการกับปัญหาคอร์รัปชั่น ด้วยมาตราการแบบไหน? และสามารถลงโทษผู้กระทำผิดให้ได้ภายในระยะเวลา 3 เดือน 6 เดือน ได้หรือไม่? อย่างไร?

     โดยก่อนเวทีดีเบต "ศึกเปลี่ยนประเทศ" จะเริ่มขึ้น นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์  ได้มีโอกาสมอบดอกไม้​ พร้อมเอกสาร​ขอให้ตรวจสอบกรณี บริษัทโฆษณาชื่อดัง​ร่วมกับอดีตผู้บริหารขนส่งมวลชน​ที่ร่วมกันทุจริตสร้างความเสียหายหรือไม่? โดยแนบเอกสารรายละเอียดกรณีทุจริตทุกอย่างให้กับแคนดิเดตนายกฯ จากหลายพรรคการเมือง โดยเริ่มจากมอบดอกไม้และเอกสารให้กับนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ แคนดิเดตนายกฯและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย จากนั้นมอบดอกไม้พร้อมเอกสารการทุจริตให้กับนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ  แคนดิเดตนายกฯ หัวหน้าพรรคประชาชน ต่อด้วยมอบดอกไม้และเอกสารการทุจริตให้กับคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ แคนดิเดตนายกฯ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย และปิดท้ายมอบดอกไม้และเอกสารการทุจริตให้กับ พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ แคนดิเดตนายกฯ หัวหน้าพรรคฯเศรษฐกิจ ท่ามกลางความสนใจของสื่อมวลชนและประชาชนที่มาร่วมฟังดีเบต "ศึกเปลี่ยนประเทศ" 

วันอังคารที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ห่วงใยสุขภาพประชาชนในส่วนภูมิภาค ลงพื้นที่ 3 จังหวัดภาคอีสาน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ห่วงใยสุขภาพประชาชนในส่วนภูมิภาค ลงพื้นที่ 3 จังหวัดภาคอีสาน

แจกจ่ายหน้ากากอนามัยแก่ประชาชน ฝ่าวิกฤตมหันตภัยจมฝุ่นพิษ PM2.5 เกินมาตรฐาน

       ระหว่างวันที่ 24 – 26 มกราคม 2569​ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายชุมพล บุญภักดี ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกสาธารณภัย นำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่น อุดรธานี และหนองคาย แจกจ่ายหน้ากากอนามัยให้แก่ประชาชน รวม 3 จังหวัด 14,000 แพ็ก (350,000 ชิ้น) คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 234,500 บาท (สองแสนสามหมื่นสี่พันห้าร้อยบาทถ้วน) โดยมี มูลนิธิจิตกุศลขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น มูลนิธิส่งเสริมธรรมแห่งอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี และมูลนิธิสว่างคงคาธรรมสถาน จังหวัดหนองคาย เป็นผู้ประสานงานและร่วมแจกจ่าย


      ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ตระหนักถึงวิกฤตการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก [PM2.5] โดย ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง บูรณาการการจัดการเรื่อยมา ไม่ว่าจะเป็นการลดกระถางธูปสักการบูชา การงดการเผากระดาษชุดเครื่องสักการะที่ศาลเจ้าฯ การติดตั้งเครื่องบอกค่า PM2.5 อัตโนมัติ รวมถึงติดป้ายรณรงค์ขอความร่วมมือผู้มีจิตศรัทธางดจุดธูป-เทียน และการจัดเก็บธูป-เทียนที่จุดแล้วเร็วขึ้น และจัดเจ้าหน้าที่ออกแจกจ่ายหน้ากากอนามัยแก่ประชาชนในพื้นที่ประสบภัย ด้วยความห่วงใย และ ตระหนักถึงสุขภาพประชาชนผู้มีจิตศรัทธาและสิ่งแวดล้อมส่วนรวม โดยตลอดระยะเวลากว่า 116 ปีของการก่อตั้งมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  มูลนิธิฯ ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”


ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

.** มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต **

สนามมวยลุมพินี​ แต่งตั้ง​ "ก่อเกียรติ+สรวีย์" โปรโมเตอร์ร่วมลุมพินี

สนามมวยลุมพินี​ แต่งตั้ง​ "ก่อเกียรติ+สรวีย์" โปรโมเตอร์ร่วมลุมพินี

     "เสี่ยโก้" ก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์มวยโลกเจ้าของรางวัลยอดเยี่ยมเอเชีย 3 สถาบัน​ รับงานใหญ่ ได้รับความไว้วางใจจากพลโท พงศ์ชาติ กัมพลานุวงศ์ นายสนามมวยลุมพินีแต่งตั้งเป็นโปรโมเตอร์จัดการแข่งขันมวยร่วมกับนายสรวีย์ ฤทธิชัย "เสี่ยโก้" มั่นใจใช้ประสบการณ์ที่มีจัดศึกมวยไทยให้เวทีลุมพินีกลับมาคึกคักมีสีสัน และปั้นนักมวยไทยดาวรุ่งสู่ถนนกำปั้นโลกต่อไป

     เมื่อวันที่ 27 มกราคม​ 2569 ที่เวทีมวยลุมพินี ถนนรามอินทรา ร้อยตำรวจโท ดร. มนัส โนนุช ประธานกรรมการ มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ และประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และเป็นประธานที่ปรึกษาบริษัท ก่อเกียรติ บ๊อกซิ่ง กรุ๊ป จำกัด พร้อมด้วย" เสี่ยโก้" นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์มวยโลกเจ้าของรางวัลยอดเยี่ยมเอเชีย 3 สถาบัน​ ​และนายสรวีย์ ฤทธิชัย เข้าพบพลโท พงศ์ชาติ กัมพลานุวงศ์ นายสนามมวยลุมพินี เพื่อรับการแต่งตั้งเป็นโปรโมเตอร์จัดการแข่งขันมวยไทย ให้กับเวทีมวยลุมพินี ซึ่งทางเวทีมวยลุมพินีเชื่อว่า "เสี่ยโก้" นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ และนายสรวีย์ ฤทธิชัย จะเข้ามาสร้างสีสันความคึกคักให้เกิดขึ้นกับเวทีมวยลุมพินีเร็วๆ​ นี้


     "เสี่ยโก้" นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ มั่นใจว่า "ประสบการณ์ในการทำมวยสากลชิงแชมป์โลก จนเป็นโปรโมเตอร์มวยโลก รางวัลยอดเยี่ยมแห่งเอเซีย จาก 3 สถาบัน WBA  , WBC  ,  WBOแ ละสร้างแชมป์โลกสถาบันหลักให้คนไทยทั้ง 3 สถาบันมาหลายคน โดยตนเองที่จับมือร่วมกับนายสรวีย์ ฤทธิชัย จะนำประสบการณ์จากการดำเนินการถ่ายทอดสดมวยไทยศึกศิลปะมวยไทยนายขนมต้มทาง ททบ. 5 และจากศึกอัศวินดำ-ก่อเกียรติ ช่อง 9 อสมท., มหกรรมมวยไทยนานาชาติ ก่อเกียรติสัญจร มาผสมผสานหารูปแบบการจัดการแข่งขันที่ลงตัว ตรงกับความต้องการของวงการมวยในปี 2569 อย่างลงตัวต่อไป


         "เสี่ยโก้" นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์​ กล่าวว่า​ วันนี้ตนเองได้รับการแต่งตั้งเป็นโปรโมเตอร์ลุมพินี ร่วมกับนายสรวีย์ ฤทธิชัย​ จากพลโท พงศ์ชาติ กัมพลานุวงศ์ นายสนามมวยลุมพินี​ และได้รับเกียรติจากร้อยตำรวจโท ดร. มนัส โนนุช ประธานกรรมการ มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ และประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และเป็นประธานที่ปรึกษาบริษัท ก่อเกียรติ บ๊อกซิ่ง กรุ๊ป จำกัด ร่วมแสดงความยินดี ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณผู้ใหญ่ทั้งสองท่านที่ให้โอกาส​ คาดว่าในเร็วๆนี้ จะมีรายการมวยดี ถ่ายทอดสดมวยไทยและมวยสากลมุ่งแชมป์โลกในสังกัด ก่อเกียรติ ให้ติดตามกันแน่นอน

สศก.​ จัดการประชุมสามัญประจำปี พ.ศ. 2568

  สศก.​ จัดการประชุมสามัญประจำปี พ.ศ. 2568       ดร.มนวิภา ประชัญคดี นายกสมาคมส่งเสริมการศึกษาในถิ่นกันดาร ในอุปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรา...