วันพุธที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569

จุฬาฯ ลงนาม MOU กับ ไอบีเอ็ม ประเทศไทย ขับเคลื่อนอนาคตควอนตัมของประเทศไทย

จุฬาฯ ลงนาม MOU กับ ไอบีเอ็ม ประเทศไทย 

ขับเคลื่อนอนาคตควอนตัมของประเทศไทย

     จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โดยมีเจตนารมณ์เพื่อสนับสนุนความตั้งใจของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการเข้าร่วม IBM Quantum Innovation Center ณ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS)

     พิธีลงนามในครั้งนี้นำโดย ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคุณอโณทัย เวทยากร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด โดยความร่วมมือนี้จะมีศูนย์สยามควอนตัมสแควร์ (Siam Quantum Square – SQ²) ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมด้านควอนตัมของมหาวิทยาลัย ซึ่งเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมกราคม 2569 เป็นศูนย์กลางในการดำเนินกิจกรรม

     จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะเข้าถึงระบบควอนตัมคอมพิวเตอร์ของ IBM และทรัพยากรสนับสนุนต่าง ๆ ผ่านการเป็นสมาชิกของ IBM Quantum Innovation Center ณ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS)

      โดยความร่วมมือนี้มุ่งวางกรอบเพื่อนำนักวิจัย นิสิต และนักพัฒนาของไทยเข้าสู่ระบบนิเวศควอนตัมคอมพิวติ้งในวงกว้าง อันจะช่วยสนับสนุนวิสัยทัศน์ของประเทศไทยในการเร่งสร้างความพร้อมด้านควอนตัม


     ผู้เข้าร่วมในการอบรมเชิงปฏิบัติการ “Quantum and Qiskit” ในวันเดียวกัน ได้รู้จักและลงมือใช้งาน Qiskit ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ควอนตัมแบบโอเพนซอร์สที่พัฒนาโดย IBM ผ่านแบบฝึกหัดการเขียนโปรแกรม ก่อนเข้าร่วมพิธีลงนาม การอบรมดังกล่าวสะท้อนจุดมุ่งหมายของความร่วมมือได้อย่างเป็นรูปธรรม คือการเสริมทักษะควอนตัมเชิงปฏิบัติให้แก่ชุมชนควอนตัมของไทย

     ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เทคโนโลยีควอนตัมไม่ใช่พรมแดนที่ห่างไกลอีกต่อไป โดยกำลังเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วจากห้องปฏิบัติการวิจัยเข้าสู่การใช้งานจริงในภาคการเงิน การแพทย์ โลจิสติกส์ ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ วัสดุขั้นสูง และอีกหลายภาคส่วน ท่านระบุว่า ประเทศไทยจะต้องเป็นหนึ่งในประเทศที่เตรียมความพร้อมให้กับบุคลากร สถาบันวิจัย และภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกำหนดทิศทางของเศรษฐกิจโลกในยุคถัดไป

     ความร่วมมือกับ ไอบีเอ็ม ประเทศไทย ในครั้งนี้ นิสิต นักวิจัย และนักนวัตกรรมของจุฬาฯ จะได้เข้าถึงเส้นทางการเรียนรู้ระดับโลก ประสบการณ์ตรงในการใช้งานระบบควอนตัม และการเชื่อมโยงที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นกับระบบนิเวศควอนตัมระดับโลก พร้อมระบุว่า บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ไม่ได้เป็นเพียงข้อตกลงทางวิชาการ แต่ยังเป็นการประกาศเจตนารมณ์ว่า ประเทศไทยตั้งใจที่จะเข้าร่วมในแนวหน้าของเทคโนโลยีอุบัติใหม่ ไม่ใช่ยืนมองอยู่ข้างสนาม ถือเป็นโอกาสที่เกิดขึ้นในวันนี้คือโอกาสของพวกเขา

      ผศ.ดร.สลิลพร กิตติวัฒนากูล หัวหน้าศูนย์สยามควอนตัมสแควร์ ได้สรุปเป้าหมาย 4 ประการ ได้แก่ การพัฒนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยให้เป็นศูนย์ความเป็นเลิศด้านควอนตัมของประเทศไทย การเสริมสร้างทักษะเขียนโปรแกรมควอนตัมและเส้นทางการรับรองผ่าน Qiskit การดำเนินโครงการปี 2569 ที่เป็นรูปธรรม และการยกระดับบทบาทของประเทศไทยในเวทีควอนตัมระดับภูมิภาค ทั้งนี้ SQ² รวมคณาจารย์ผู้ร่วมวิจัย จาก 3 คณะ คือ คณะวิทยาศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ครอบคลุมทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ด้านควอนตัม

      ศูนย์สยามควอนตัมสแควร์ (SQ²) เป็นศูนย์ระดับภูมิภาคด้านการวิจัย การศึกษา และนวัตกรรมด้านควอนตัมของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งอยู่ที่คณะวิทยาศาสตร์

*** จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2460 เป็นสถาบันอุดมศึกษาแห่งแรกของประเทศไทย และติดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำของเอเชียด้านผลกระทบระดับโลก ***

 *** IBM เป็นผู้ให้บริการชั้นนำระดับโลกด้าน hybrid cloud, AI และการให้คำปรึกษา และเป็นหนึ่งในผู้นำด้านควอนตัมคอมพิวติ้งของโลก ผ่านเครือข่าย IBM Quantum Network ***

วันอังคารที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2569

"สุวรรณี​ อิทธิวิบูลย์​ " ผู้บริหาร​ เพอโกล่าร์/DOD Cafe & Bistro รับรางวัลเกียรติยศ​ ​"หัตถานารายณ์​ ครั้งที่ 2" สาขา ผู้บริหารยอดเยี่ยมแห่งปี

"สุวรรณี​ อิทธิวิบูลย์​ " ผู้บริหาร​ เพอโกล่าร์/DOD Cafe & Bistro รับรางวัลเกียรติยศ​ ​"หัตถานารายณ์​ ครั้งที่ 2" สาขา ผู้บริหารยอดเยี่ยมแห่งปี

     คุณสุวรรณี อิทธิวิบูลย์​ ผู้บริหาร บริษัท เพอโกล่าร์ จำกัด/บริษัท แกรชซี่ เดสติเนชั่น จำกัด​ DOD Cafe & Bistro รับรางวัลเกียรติยศ​" หัตถานารายณ์ครั้งที่ 2" ปีพทธศักราช 2569 สาขา ผู้บริหารยอดเยี่ยมแห่งปี​ ซึ่งจัดโดย สมาคมพัฒนาผู้ประกอบการวัยรุ่นไทยและวัยทำงาน​ ณ​ คาลิปโซ่ เอเชียทีค กรุงเทพฯ​ เมื่อวันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2569


      สำหรับ "รางวัลหัตถานารายณ์" เป็นรางวัลที่มอบให้แต่บุคคลที่กระทำความดีโดยประจักษ์แจ้ง​ โดยมิได้หวังผลตอบแทนสิ่งอื่นใด​ มีความประพฤติและใฝ่ที่จะทำแต่ความดีอันเป็นนิจสิน​ ทางสมาคมพัฒนาผู้ประกอบการวัยรุ่นไทยและวัยทำงาน ร่วมกับ มูลนิธิเทพศรียันตรา​ จึงได้มอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้​ เพื่อประกาศเกียรติคุณ เชิดชูเกียรติยศและสร้างขวัญกำลังใจให้กับบุคคลที่ได้รับและเป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคมสืบไป


       คุณสุวรรณี อิทธิวิบูลย์​ เป็นนักธุรกิจสาวคนรุ่นใหม่ไฟแรง​ อดีตนายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยว​จังหวัดนครปฐม ปี 2566- 2567 ผู้บริหารบริษัท เพอโกล่าร์ จำกัด​ และกรรมการ บริษัท แกรชซี่ เดสติเนชั่น จำกัด และ DOD Cafe & Bistro



      DOD Cafe & Bistro คาเฟ่ที่เป็นมากกว่าร้านอาหารและเครื่องดื่ม อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในตำบลบางช้าง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม​ การันตีรางวัลมาตราฐานสถานที่ท่องเที่ยวยั่งยืน ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย​ ​(ททท.), ของดีจังหวัดนครปฐม และรางวัลชนะเลิศ Cafe & Restaurant Design Award ด้วยแนวคิดสร้างความสุขด้วยแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ จึงออกแบบสร้างสรรค์ผลงาน โดยการหยิบจับธรรมชาติมาจัดสรรให้เกิดความเหมาะสม และให้มนุษย์เรา "อยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน (Sustainable)" ผ่านการออกแบบให้เป็น สวนป่าโมเดิร์น (Modern Tropical Garden) บนพื้นที่กว่า 6 ไร่ ของ DOD Cafe & Bistro จะเลือกใช้กำแพง ผนัง พื้นทางเดิน ด้วย "สัจจะวัสดุ" เป็นการผสมผสานระหว่างงานภูมิสถาปัตยกรรม (Landscape) ให้เข้ากับงานสถาปัตยกรรม (Architecture)​

       DOD Cafe & Bistro ได้จัดให้มีกิจกรรมมากมายในการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนของจังหวัด​นครปฐม โดยมีผลงานที่ได้รับการตอบรับอย่างดี และกระตุ้นตลาดการท่องเที่ยวในจังหวัดนครปฐมได้เป็นอย่างมาก​ ได้แก่​ งาน "I Love Monster | Balcon Zoo x DOD" งานแสดงสัตว์เลี้ยงแสนรัก กลุ่มสัตว์เลี้ยงพิเศษ​ Exotic Pet โดยมีกลุ่มนักท่องเที่ยวผู้รักสัตว์เลี้ยงแสนรัก และผู้ที่ชื่นขอบกลุ่มสัตว์พิเศษ (Exotic Pet) มาร่วมงานมากมาย, งาน "DOD GOOD DAY MUTELU" รวมสุดยอดอาจารย์สายมูเหล่าสาวกสายมู จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมผลักดันโมเดล "การท่องเที่ยวสายมู" กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น เน้นพลังศรัทธาไม่งมงาย เชื่อมโยงระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่อย่างยั่งยืน​ สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวแนวใหม่ ส่งเสริมสินค้าและบริการ เกิดการใช้จ่ายและเกิดการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น และตลาดนัดงานคราฟต์ "DOD ณ คราฟต์" ตลาดนัดเพื่อส่งเสริมสินค้าเกษตรชุมชน ผัก ผลไม้ ของพื้นบ้าน งานฝีมือ ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค เซรามิค เบญจรงค์น้ำทองโบราณ ฯลฯ สร้างกระแส Soft Power ชุมชน

     ส่วน​บริษัท เพอโกล่าร์ จำกัด​ เป็นบริษัทด้านงานสถาปัตยกรรม และภูมิสถาปัตยกรรม / ภูมิทัศน์ ดำเนินธุรกิจมาจนถึงปัจจุบันเข้าปีที่ 21 แล้ว

     คุณสุวรรณี อิทธิวิบูลย์​ กล่าวภายหลังได้รับรางวัลว่า ​"นับเป็นเกียรติและความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง" สำหรับรางวัลอันทรงเกียรติที่ได้รับคัดเลือกให้รับรางวัล​ "หัตถานารายณ์" สาขาผู้บริหารยอดเยี่ยมแห่งปี ประจำปี 2569 จาก สมาคมพัฒนาผู้ประกอบการวัยรุ่นไทยและวัยทำงาน (DTEWA) ครั้งที่ 2 เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 12 ปีของทางสมาคมฯ​ รางวัลนี้ไม่ได้เป็นเพียงรางวัลส่วนตัว แต่เป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่น ทุ่มเท และพลังสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพ ของทีมงานบริษัท เพอโกล่าร์ จำกัด​ บริษัท แกซซี่เดติเนชั่น จำกัด​ และ DOD Café & Bistro ทุกคน ที่เดินเคียงข้างกันมาโดยตลอด ขอกราบขอบพระคุณคณะกรรมการ และสมาคม DTEWA ที่เล็งเห็นถึงศักยภาพ และมอบโอกาสอันล้ำค่านี้ให้ รวมถึงขอขอบคุณครอบครัว เพื่อนร่วมงาน และกัลยาณมิตรทุกท่าน ที่เป็นแรงผลักดัน และกำลังใจสำคัญเสมอมา


     "เราสัญญาว่าจะรักษามาตรฐานความตั้งใจนี้ และมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพเพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่ดี และเป็นประโยชน์ต่อสังคมต่อไป" 

      จากความฝัน สู่ความจริง : การเดินทางของ บริษัท เพอโกล่าร์ จำกัด​ "ทุกความสำเร็จ เริ่มต้นจากก้าวแรก" ผ่านช่วงเวลาแห่งการทุ่มเท​ ช่วงเวลาแห่งการเติมเต็มรายละเอียดด้วยหัวใจ​ จนถึงวันที่ความฝันมีชีวิต

     ประตูของ DOD Café & Bistro เปิดต้อนรับทุกคน ด้วยบรรยากาศที่เป็นมิตร​ เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และการสังสรรค์ของผู้คนที่มาลิ้มรสอาหารและเครื่องดื่ม​ ท่ามกลางวิวธรรมชาติที่โอบล้อม คือ รางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับความเหน็ดเหนื่อยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา


******เริ่มต้นด้วยสิ่งเล็กๆ เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่​ ทุกวันคือโอกาสใหม่ที่จะเรียนรู้ เติบโต สร้างความสุขด้วยแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ​ สร้างคุณค่าให้ตัวเองและโลกใบนี้*****

www.pergolar.com

Tel : 02 441 9983 / +66 (086) 327 9983

Line : @pergolar

Tiktok : Pergolar Channel

Youtube : Pergolar Channel

Instagram : pergolarlandscape






"ดร.พัชรินทร์ พูลสวัสดิ์" ​ ประธานกรรมการ สส.ศท.​ รับรางวัลเกียรติยศ​ "หัตถานารายณ์" สาขา​สตรีผู้ทำคุณ ประโยชน์เพื่อแผ่นดินแห่งปี

"ดร.พัชรินทร์  พูลสวัสดิ์" ​ ประธานกรรมการ สส.ศท.​ รับรางวัลเกียรติยศ​ "หัตถานารายณ์" 
สาขา​สตรีผู้ทำคุณ
ประโยชน์เพื่อแผ่นดินแห่งปี


      ดร.พัชรินทร์  พูลสวัสดิ์​ ประธานกรรมการสมัชชาส่งเสริมวัฒนธรรมและศักยภาพแห่งประเทศไทย (สส.ศท) รับรางวัลเกียรติยศ​" หัตถานารายณ์ครั้งที่ 2" ปีพทธศักราช 2569 สาขา​สตรีผู้เพื่อแผ่นดินแห่งปี ซึ่งจัดโดย สมาคมพัฒนาผู้ประกอบการวัยรุ่นไทยและวัยทำงาน​ ณ​ คาลิปโซ่ เอเชียทีค กรุงเทพฯ​ เมื่อวันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2569



      สำหรับ "รางวัลหัตถานารายณ์" นี้เป็นรางวัลที่มอบมอบให้แก่บุคคลที่กระทำความดีโดยประจักษ์แจ้ง​ โดยมิได้หวังผลตอบแทนสิ่งอื่นใด​ มีความประพฤติและใฝ่ที่จะทำแต่ความดีอันเป็นนิจสิน​ ทางสมาคมพัฒนาผู้ประกอบการวัยรุ่นไทยและวัยทำงาน ร่วมกับ มูลนิธิเทพศรียันตรา​ จึงได้มอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้​ เพื่อประกาศเกียรติคุณ เชิดชูเกียรติยศและสร้างขวัญกำลังใจให้กับบุคคลที่ได้รับและเป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคมสืบไป


 


     ดร.พัชรินทร์  พูลสวัสดิ์​​ ประธานกรรมการสมัชชาส่งเสริมวัฒนธรรมและศักยภาพแห่งประเทศไทย (สส.ศท.) กล่าวว่า​ สส.ศท.​ เป็นองค์กรที่มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม อนุรักษ์ และต่อยอดคุณค่าทางวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่ควบคู่กับความร่วมสมัย สามารถเข้าถึงประชาชนทุกช่วงวัย และเป็นรากฐานสำคัญของสังคมไทยอย่างยั่งยืน​ รวมทั้งพัฒนาศักยภาพมนุษย์อย่างรอบด้าน ทั้งด้านคุณธรรม ความรู้ ทักษะ และภาวะผู้นำ สร้างคนคุณภาพที่มีความสามารถและมีจิตสำนึกต่อสังคม​ และเพื่อสร้างและเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือทุกภาคส่วน ระหว่างภาคการศึกษา ภาคสังคม ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนทั่วประเทศ ในการร่วมกันขับเคลื่อนสังคมไทยอย่างมีพลัง​อีกทั้ยกย่องเชิดชูเกียรติและสร้างแรงบันดาลใจแก่สังคมข่าวสาร




     ดร.พัชรินทร์  พูลสวัสดิ์​​ ประธานกรรมการสมัชชาส่งเสริมวัฒนธรรมและศักยภาพแห่งประเทศไทย (สส.ศท.) ​ กล่าวภายหลังได้รับรางวัลว่า  ​"นับเป็นเกียรติและความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง" ที่ได้ผ่านการคัดสรรบุคคลต้นแบบและองค์กรที่ทำคุณประโยชน์ เพื่อเป็นแบบอย่างในการส่งเสริมความดี ความสามารถ และอัตลักษณ์ไทยสู่สังคมไทยและสังคมโลก สำหรับรางวัลอันทรงเกียรติที่ได้รับคัดเลือกให้รับรางวัลเกียรติยศ​" หัตถานารายณ์" ปีพทธศักราช 2569 สาขา​สตรีผู้ทำคุณประโยชน์เพื่อแผ่นดินแห่งปี​ ประจำปี 2569 จาก สมาคมพัฒนาผู้ประกอบการวัยรุ่นไทยและวัยทำงาน (DTEWA) ครั้งที่ 2 เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 12 ปีของทางสมาคมฯ​ วันนี้รู้สึกตื่นเต้นมากๆ​ แล้วก็ปลื้มใจอย่างบอกไม่ถูก​ ส่วนตัวแล้วไปร่วมงานรางวัลมาหลายงานแล้ว แต่ก็รู้สึกว่ารางวัลนี้เป็นรางวัลที่เราซาบซึ้งประทับใจมาก​  "รางวัลหัตถานารายณ์" รางวัลอันทรงเกียรติในครั้งนี้​ ไม่ใช่เป็นรางวัลของดิฉันคนเดียว​ แต่เป็นรางวัลที่ทางคณะกรรมการสมัชชาส่งเสริมวัฒนธรรมและศักยภาพแห่งประเทศไทย (สส.ศท) ร่วมกันทำความดีและก็ลงพื้นที่ต่างๆ​ เพื่อประเทศชาติ​  รางวัลนี้เป็นรางวัลในคุณงามความดีให้ทุกคนได้ทำความดี​ และตัวดิฉันเองและทางองค์กรสมัชชาส่งเสริมวัฒนธรรมและศักยภาพแห่งประเทศไทย (สส.ศท) ก็จะขอทำความดีเพื่อสังคมและประเทศชาติอย่างนี้ต่อไปเช่นกัน​ ขอขอบพระคุณมากๆ​ ค่ะ




      สุดท้ายก็ต้องขอขอบพระคุณ ดร.ศรีสุริยะ สะริมินยุพเรศ นายกสมาคมพัฒนาผู้ประกอบการวัยรุ่นไทยและวัยทำงาน​ ที่มอบรางวัลเกียรติยศ​ ​"หัตถานารายณ์" ครั้งที่ 2​ ปีพทธศักราช 2569 สาขา​สตรีผู้ทำคุณประโยชน์เพื่อแผ่นดินแห่งปี ในโอกาสก่อตั้งสมาคมครบรอบ​ 12​ ปี และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในโอกาสหน้าคงได้ร่วมงานเป็นพันธมิตรกันตลอดไปค่ะ

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินสายสร้างอาชีพ สร้างชีวิตประชาชนภาคใต้อย่างยั่งยืนต่อเนื่อง

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินสายสร้างอาชีพ สร้างชีวิตประชาชนภาคใต้อย่างยั่งยืนต่อเนื่อง 

มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่ครัวเรือนยากจนในพื้นที่จังหวัดสงขลา 

พร้อมมอบจักรยานให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ชนบท และนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการในพื้นที่ฟรี


     มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย รักษาการผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์และหัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ นางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นายพิทักษ์พนธ์ ถูกจิตต์ รักษาการผู้ช่วยหัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ และนางสุชาดา น้อยจีน รักษาการผู้ช่วยหัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่ครัวเรือนยากจน ในพื้นที่จังหวัดสงขลา (จังหวัดที่ 5 ของทางภาคใต้) จำนวน 33 ครัวเรือน รวมมูลค่า 804,642 บาท และมอบรถจักรยาน แก่โรงเรียน 2 แห่ง รวมจำนวน 20 คัน มูลค่า 25,800 บาท รวมมูลค่าการช่วยเหลือในครั้งนี้เป็นเงินทั้งสิ้น 830,442 บาท (แปดแสนสามหมื่นสี่ร้อยสี่สิบสองบาทถ้วน) นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังได้จัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสาฯ เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ ทีมกู้ชีพ และอาสาสมัคร ออกหน่วยให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป แจกแว่นสายตา บริการตัดผมชาย-หญิง บริการทันตกรรม และกิจกรรมนันทนาการ แก่ประชาชนในพื้นที่ฟรี  โดยมี นายชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และนายสามารถ สุวรรณมณี รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานร่วมในพิธี พร้อมด้วย คณะมูลนิธิมิตรภาพสามัคคี (ท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง) หาดใหญ่ และอาสาศิลปินมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสมบูรณ์ จุลมุสิก (ทศพล หิมพานต์) และ นางสาวอาทิติยา เบ็ญจะปัก (แคท) ร่วมในพิธี ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา​ เมื่อวันอังคารที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2569


      นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ กล่าวว่า โครงการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้สนับสนุนอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ช่วยเหลือครัวเรือนยากจน ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือแก้ไขปัญหาความยากจน ระหว่างกรมการพัฒนาชุมชนและมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซึ่งมูลนิธิฯ ได้จัดงบประมาณดำเนินการเพื่อจัดหาวัสดุอุปกรณ์การประกอบอาชีพมอบให้แก่ครัวเรือนยากจน ให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้ว 3 ระยะ โดย ระยะที่ 1 ดำเนินการในพื้นที่ภาคกลาง จำนวน 17 จังหวัด รวม 98 ครัวเรือน ระยะที่ 2 ได้ดำเนินการในพื้นที่ภาคเหนือ จำนวน 17 จังหวัด รวม 230 ครัวเรือน ระยะที่ 3 ได้ดำเนินการในพื้นที่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 20 จังหวัด รวม 485 ครัวเรือน นอกจากนี้ยังได้มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้กับครัวเรือนยากจนผู้ประสบอุทกภัย ประจำปี พ.ศ.2567 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และ จังหวัดเชียงราย อีกจำนวน 57 ครัวเรือน รวมจำนวนครัวเรือนยากจนที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้สร้างอาชีพ สร้างชีวิต ด้วยการมอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแล้วทั้งสิ้น 870 ครัวเรือน คิดเป็นมูลค่ากว่า 17 ล้านบาท และขณะนี้ได้พิจารณาดำเนินการระยะที่ 4 ในพื้นที่ภาคใต้ รวม 14 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง นครศรีธรรมราช พังงา พัทลุง สงขลา ตรัง สตูล กระบี่ ภูเก็ต ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส



     ตลอดระยะเวลากว่า 116 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

## ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ## 

#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน



     

วันพุธที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569

จุฬาฯ - สภากาชาดไทย แถลงก้าวสำคัญยาชีววัตถุรักษามะเร็ง พร้อมลงนามร่วมมือวชิรพยาบาล เตรียมทดสอบในอาสาสมัคร คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ สภากาชาดไทย และพันธมิตรทางคลินิก จัดงานแถลงข่าวความก้าวหน้าโครงการพัฒนายาชีววัตถุรักษามะเร็งเพื่อคนไทย พร้อมพิธีลงนามความร่วมมือด้านการวิจัยทางคลินิกในมนุษย์ ระหว่างคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช เพื่อมุ่งสู่การวิจัยในมนุษย์ และการเพิ่มโอกาสเข้าถึงการรักษาสำหรับผู้ป่วยมะเร็งไทย ณ อาคารรัตนวิทยาพัฒน์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย​ เมื่อวันที่​ 20 เมษายน 2569 จากโจทย์ของประเทศ สู่พันธกิจระดับชาติ​ “โรคมะเร็ง” ยังคงเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตหลักของประเทศไทย และเป็นภาระสำคัญต่อระบบสาธารณสุข ทั้งในด้านการรักษาและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัวในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา การรักษาด้วยยาภูมิคุ้มกันบำบัด (immunotherapy) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงแนวทางการดูแลผู้ป่วยมะเร็งหลายชนิด โดยสามารถช่วยยืดอายุและเพิ่มประสิทธิภาพของการรักษาในผู้ป่วยมะเร็ง อย่างไรก็ตาม แม้ว่านวัตกรรมทางการแพทย์ดังกล่าวจะสร้างความก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญ ข้อจำกัดด้านต้นทุนของยานวัตกรรมยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเข้าถึงการรักษาของผู้ป่วยมะเร็งจำนวนมาก โดยเฉพาะในบริบทของระบบสาธารณสุขไทยที่ต้องคำนึงถึงความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพของการรักษาและความยั่งยืนด้านทรัพยากร รศ.ดร.นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ คณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ระบุว่าโครงการนี้คือความร่วมมือเพื่อลดช่องว่างระหว่างศักยภาพการรักษาและโอกาสในการเข้าถึงยา โดยผลักดันงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยสู่การใช้จริง เพื่อเสริมศักยภาพด้านยาชีววัตถุของประเทศในระยะยาว​สภากาชาดไทยสนับสนุนการผลิตสู่การวิจัยในมนุษย์ ศ.นพ.สุทธิพงษ์ วัชรสินธุ ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย และผู้อำนวยการสถานเสาวภา สภากาชาดไทย กล่าวว่า สภากาชาดไทยทำหน้าที่ผสานความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เข้ากับความพร้อมด้านการผลิตและบริหารจัดการชีววัตถุ เพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยเข้าสู่ระยะการวิจัยในมนุษย์อย่างเป็นระบบ มุ่งหวังเป็นต้นแบบการบูรณาการระหว่างหน่วยงานเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาได้อย่างเท่าเทียม ผศ.นพ.จักราวุธ มณีฤทธิ์ คณบดี คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช กล่าวว่า วชิรพยาบาลพร้อมสนับสนุนบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการสู่การศึกษาทางคลินิกในผู้ป่วยจริง ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยและข้อมูลที่มีคุณภาพ ถือเป็นก้าวสำคัญในการรวมองค์ความรู้เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้ป่วยไทยเข้าถึงนวัตกรรมการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อ.นพ.ไตรรักษ์ พิสิษฐ์กุล เผยว่า โครงการนี้เริ่มต้นจากความตั้งใจที่จะพัฒนายาชีววัตถุรักษามะเร็งที่คนไทยสามารถเข้าถึงได้ และตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ทีมวิจัยได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การพัฒนาเซลล์ตั้งต้นในการผลิตยา การออกแบบกระบวนการผลิต ไปจนถึงการขยายขนาดการผลิตในระดับอุตสาหกรรม ภายใต้ข้อจำกัดด้านทรัพยากร แต่ด้วยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะการสนับสนุนจากประชาชนไทย ทำให้โครงการสามารถเดินหน้ามาได้อย่างต่อเนื่อง ความก้าวหน้าที่สำคัญในปัจจุบัน คือการที่ทีมสามารถพัฒนาจนได้ผลิตภัณฑ์ยาชีววัตถุรักษามะเร็งในระดับมาตรฐาน GMP และดำเนินการในขั้นตอนการบรรจุเป็นผลิตภัณฑ์ยาสำเร็จรูป ด้วยความร่วมมือกับสภากาชาดไทย ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้โครงการสามารถเข้าสู่ระยะการวิจัยในมนุษย์ได้ จากผลการวิเคราะห์คุณภาพยาชีววัตถุรักษามะเร็งของเรา พบว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ และขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบเพิ่มเติมเพื่อยืนยันความเทียบเท่ากับยาของต่างประเทศตามหลักวิชาการ เพื่อสนับสนุนการนำไปสู่การวิจัยในมนุษย์อย่างมีคุณภาพในระยะถัดไป โครงการมีแผนที่จะดำเนินการวิจัยในมนุษย์ภายใต้กรอบที่กำหนด ซึ่งถือเป็นอีกขั้นตอนสำคัญในการประเมินความปลอดภัยและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ โครงการนี้เกิดขึ้นได้จากการสนับสนุนของประชาชนไทยที่ร่วมกันผลักดันและให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง “โครงการนี้เกิดจากคนไทยและเพื่อคนไทย ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนโดยเฉพาะประชาชน เป็นแรงสำคัญที่ทำให้โครงการสามารถดำเนินมาถึงจุดปัจจุบัน และเรามุ่งหวังว่าจะสามารถพัฒนาให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ป่วยไทยในระยะยาว” ในส่วนของแผนการวิจัยในมนุษย์ ศ.ดร.นพ.วิโรจน์ ศรีอุฬารพงศ์ อาจารย์สาขามะเร็งวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และ อ.นพ.ยศวัจน์ รุ่งโรจน์วัฒนา อาจารย์สาขามะเร็งวิทยา คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ได้ร่วมกันนำเสนอแนวทางการดำเนินการวิจัย โดยเน้นการศึกษาความปลอดภัยและประสิทธิภาพในผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะลุกลาม ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การศึกษาจะดำเนินการตามมาตรฐานการวิจัยทางคลินิก โดยมีการคัดเลือกผู้ป่วยอย่างเหมาะสม และมีการติดตามผลอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านการตอบสนองต่อการรักษาและความปลอดภัย โครงการอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมในด้านเอกสาร การขออนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรม และการดำเนินการตามข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล ก่อนเริ่มการวิจัยในมนุษย์ในระยะถัดไป ภายหลังจากการวิจัยในมนุษย์ โครงการมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการนำยาดังกล่าวไปใช้ในระบบบริการสุขภาพของประเทศอย่างเหมาะสม ภายใต้กรอบการกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นต้นแบบของการพัฒนายาชีววัตถุในประเทศไทย ที่เกิดจากการบูรณาการองค์ความรู้ ทรัพยากร และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อมุ่งสู่การยกระดับการรักษาและความมั่นคงด้านสุขภาพของประเทศ

จุฬาฯ - สภากาชาดไทย แถลงก้าวสำคัญยาชีววัตถุรักษามะเร็ง

พร้อมลงนามร่วมมือวชิรพยาบาล เตรียมทดสอบในอาสาสมัคร


     คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ สภากาชาดไทย และพันธมิตรทางคลินิก จัดงานแถลงข่าวความก้าวหน้าโครงการพัฒนายาชีววัตถุรักษามะเร็งเพื่อคนไทย พร้อมพิธีลงนามความร่วมมือด้านการวิจัยทางคลินิกในมนุษย์ ระหว่างคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช เพื่อมุ่งสู่การวิจัยในมนุษย์ และการเพิ่มโอกาสเข้าถึงการรักษาสำหรับผู้ป่วยมะเร็งไทย ณ อาคารรัตนวิทยาพัฒน์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย​ เมื่อวันที่​ 20 เมษายน 2569


      จากโจทย์ของประเทศ สู่พันธกิจระดับชาติ​ “โรคมะเร็ง” ยังคงเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตหลักของประเทศไทย และเป็นภาระสำคัญต่อระบบสาธารณสุข ทั้งในด้านการรักษาและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัวในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา การรักษาด้วยยาภูมิคุ้มกันบำบัด (immunotherapy) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงแนวทางการดูแลผู้ป่วยมะเร็งหลายชนิด โดยสามารถช่วยยืดอายุและเพิ่มประสิทธิภาพของการรักษาในผู้ป่วยมะเร็ง 



     อย่างไรก็ตาม แม้ว่านวัตกรรมทางการแพทย์ดังกล่าวจะสร้างความก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญ ข้อจำกัดด้านต้นทุนของยานวัตกรรมยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเข้าถึงการรักษาของผู้ป่วยมะเร็งจำนวนมาก โดยเฉพาะในบริบทของระบบสาธารณสุขไทยที่ต้องคำนึงถึงความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพของการรักษาและความยั่งยืนด้านทรัพยากร

     รศ.ดร.นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ คณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ระบุว่าโครงการนี้คือความร่วมมือเพื่อลดช่องว่างระหว่างศักยภาพการรักษาและโอกาสในการเข้าถึงยา โดยผลักดันงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยสู่การใช้จริง เพื่อเสริมศักยภาพด้านยาชีววัตถุของประเทศในระยะยาว​สภากาชาดไทยสนับสนุนการผลิตสู่การวิจัยในมนุษย์

      ศ.นพ.สุทธิพงษ์ วัชรสินธุ ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย และผู้อำนวยการสถานเสาวภา สภากาชาดไทย กล่าวว่า สภากาชาดไทยทำหน้าที่ผสานความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เข้ากับความพร้อมด้านการผลิตและบริหารจัดการชีววัตถุ เพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยเข้าสู่ระยะการวิจัยในมนุษย์อย่างเป็นระบบ มุ่งหวังเป็นต้นแบบการบูรณาการระหว่างหน่วยงานเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาได้อย่างเท่าเทียม

      ผศ.นพ.จักราวุธ มณีฤทธิ์ คณบดี คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช กล่าวว่า วชิรพยาบาลพร้อมสนับสนุนบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการสู่การศึกษาทางคลินิกในผู้ป่วยจริง ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยและข้อมูลที่มีคุณภาพ ถือเป็นก้าวสำคัญในการรวมองค์ความรู้เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้ป่วยไทยเข้าถึงนวัตกรรมการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

      อ.นพ.ไตรรักษ์ พิสิษฐ์กุล เผยว่า โครงการนี้เริ่มต้นจากความตั้งใจที่จะพัฒนายาชีววัตถุรักษามะเร็งที่คนไทยสามารถเข้าถึงได้ และตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ทีมวิจัยได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การพัฒนาเซลล์ตั้งต้นในการผลิตยา การออกแบบกระบวนการผลิต ไปจนถึงการขยายขนาดการผลิตในระดับอุตสาหกรรม ภายใต้ข้อจำกัดด้านทรัพยากร แต่ด้วยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะการสนับสนุนจากประชาชนไทย ทำให้โครงการสามารถเดินหน้ามาได้อย่างต่อเนื่อง

 ความก้าวหน้าที่สำคัญในปัจจุบัน คือการที่ทีมสามารถพัฒนาจนได้ผลิตภัณฑ์ยาชีววัตถุรักษามะเร็งในระดับมาตรฐาน GMP และดำเนินการในขั้นตอนการบรรจุเป็นผลิตภัณฑ์ยาสำเร็จรูป ด้วยความร่วมมือกับสภากาชาดไทย ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้โครงการสามารถเข้าสู่ระยะการวิจัยในมนุษย์ได้ จากผลการวิเคราะห์คุณภาพยาชีววัตถุรักษามะเร็งของเรา พบว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ และขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบเพิ่มเติมเพื่อยืนยันความเทียบเท่ากับยาของต่างประเทศตามหลักวิชาการ เพื่อสนับสนุนการนำไปสู่การวิจัยในมนุษย์อย่างมีคุณภาพในระยะถัดไป โครงการมีแผนที่จะดำเนินการวิจัยในมนุษย์ภายใต้กรอบที่กำหนด ซึ่งถือเป็นอีกขั้นตอนสำคัญในการประเมินความปลอดภัยและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ โครงการนี้เกิดขึ้นได้จากการสนับสนุนของประชาชนไทยที่ร่วมกันผลักดันและให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง 

 “โครงการนี้เกิดจากคนไทยและเพื่อคนไทย ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนโดยเฉพาะประชาชน เป็นแรงสำคัญที่ทำให้โครงการสามารถดำเนินมาถึงจุดปัจจุบัน และเรามุ่งหวังว่าจะสามารถพัฒนาให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ป่วยไทยในระยะยาว” 


     ในส่วนของแผนการวิจัยในมนุษย์ ศ.ดร.นพ.วิโรจน์ ศรีอุฬารพงศ์ อาจารย์สาขามะเร็งวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และ อ.นพ.ยศวัจน์ รุ่งโรจน์วัฒนา อาจารย์สาขามะเร็งวิทยา คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ได้ร่วมกันนำเสนอแนวทางการดำเนินการวิจัย โดยเน้นการศึกษาความปลอดภัยและประสิทธิภาพในผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะลุกลาม ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การศึกษาจะดำเนินการตามมาตรฐานการวิจัยทางคลินิก โดยมีการคัดเลือกผู้ป่วยอย่างเหมาะสม และมีการติดตามผลอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านการตอบสนองต่อการรักษาและความปลอดภัย โครงการอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมในด้านเอกสาร การขออนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรม และการดำเนินการตามข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล ก่อนเริ่มการวิจัยในมนุษย์ในระยะถัดไป


     ภายหลังจากการวิจัยในมนุษย์ โครงการมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการนำยาดังกล่าวไปใช้ในระบบบริการสุขภาพของประเทศอย่างเหมาะสม ภายใต้กรอบการกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นต้นแบบของการพัฒนายาชีววัตถุในประเทศไทย ที่เกิดจากการบูรณาการองค์ความรู้ ทรัพยากร และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อมุ่งสู่การยกระดับการรักษาและความมั่นคงด้านสุขภาพของประเทศ





จุฬาฯ ลงนาม MOU กับ ไอบีเอ็ม ประเทศไทย ขับเคลื่อนอนาคตควอนตัมของประเทศไทย

จุฬาฯ ลงนาม MOU กับ ไอบีเอ็ม ประเทศไทย  ขับเคลื่อนอนาคตควอนตัมของประเทศไทย       จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด ล...