วันพุธที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

จุฬาฯ เปิดก้าวประวัติศาสตร์ควอนตัมไทย ประกาศติดตั้ง Ion-Trap Quantum Computer เครื่องแรกของประเทศ

จุฬาฯ เปิดก้าวประวัติศาสตร์ควอนตัมไทย

ประกาศติดตั้ง Ion-Trap Quantum Computer เครื่องแรกของประเทศ 

พร้อมเปิดหลักสูตรปริญญาโท Quantum Technology

     จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยประกาศก้าวสำคัญของประเทศไทยด้านเทคโนโลยีควอนตัม ภายใต้แนวคิด “FIRST-IN-NATION QUANTUM ENGINE AND PROGRAM BEYOND AI INTO THE QUANTUM FUTURE” ครั้งแรกของประเทศไทยกับเครื่องควอนตัมคอมพิวเตอร์และหลักสูตรด้านเทคโนโลยีควอนตัม เหนือกว่าขีดจำกัดของ AI สู่อนาคตแห่งควอนตัม” ซึ่งเป็นความร่วมมือในการติดตั้ง Trapped-Ion Quantum Computer เครื่องแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมเปิดตัวหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขา Quantum Technology เพื่อพัฒนากำลังคนรองรับยุคเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย

     งานเปิดตัวดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ณ ห้อง 111 อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ โดยมี ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธานกล่าวเปิดงาน ศ.ดร.ประณัฐ โพธิยะราช คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวถึงระบบนิเวศควอนตัม Prof.Jin-Shi Xu, University of Science and Technology of China กล่าวถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ควอนตัมและความร่วมมือวิจัยด้านควอนตัมกับจุฬาฯ และ รศ.ดร.ธิติ บวรรัตนารักษ์ คณบดีวิทยาลัยสหศาสตร์บูรณาการ จุฬาฯ กล่าวถึงการเปิดหลักสูตรปริญญาโทด้านควอนตัมเทคโนโลยี

     ในช่วง Launch Ceremony: Chula Quantum Leap จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยประกาศความร่วมมือกับ University of Science and Technology of China (USTC) และ Hefei Unitary Quantum Technology Co., Ltd. ในการติดตั้งระบบ Ion-Trap Quantum Computer เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการศึกษา การวิจัย และการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย โดย Dr. Ran He จาก Hefei Unitary Quantum Technology ได้แนะนำเทคโนโลยีควอนตัมคอมพิวเตอร์ หลักการทำงาน ศักยภาพ และแนวทางการนำไปประยุกต์ใช้ จากนั้นเป็นพิธีประกาศการติดตั้ง Ion-Trap Quantum Computer อย่างเป็นทางการ

     ระบบควอนตัมคอมพิวเตอร์ดังกล่าวจะเป็นแพลตฟอร์มสำคัญสำหรับการวิจัยด้าน Quantum Computing การพัฒนาอัลกอริทึมควอนตัม การสร้างนวัตกรรมด้าน Quantum Information การพัฒนาบุคลากรด้าน Quantum Technology ตลอดจนการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ภาคอุตสาหกรรม และพันธมิตรต่างประเทศ เพื่อผลักดันองค์ความรู้และผลงานวิจัยไปสู่การประยุกต์ใช้จริง การติดตั้งครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการเพิ่มศักยภาพด้านโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการผลักดันและยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นหนึ่งในศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีควอนตัมของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

     ในโอกาสนี้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังได้เปิดตัวหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีควอนตัม (Quantum Technology) ภายใต้การดำเนินงานของวิทยาลัยสหศาสตร์บูรณาการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยออกแบบหลักสูตรในลักษณะสหศาสตร์และบูรณาการองค์ความรู้จากหลายศาสตร์ ทั้งด้านฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ ธุรกิจ และการเงิน เพื่อผลิตบุคลากรรุ่นใหม่ที่สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีควอนตัมในภาคอุตสาหกรรม การเงิน การสื่อสาร ความมั่นคง และเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต

     หลักสูตรดังกล่าวเปิดรับผู้สำเร็จการศึกษาจากหลากหลายสาขา โดยมีรายวิชาแกนกลางร่วมกัน และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนเลือกเรียนในสายวิชาที่สอดคล้องกับความสนใจ พร้อมทำโครงงานวิจัยแบบบูรณาการร่วมกับนักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ และภาคอุตสาหกรรม เพื่อเชื่อมโยงการเรียนรู้ทางวิชาการเข้ากับการแก้ปัญหาและการพัฒนานวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริง ตลอดจนสร้างบุคลากรที่มีความรู้ข้ามศาสตร์และพร้อมรองรับความต้องการของตลาดแรงงานด้านเทคโนโลยีควอนตัมในอนาคต

     ปิดท้ายด้วยการเสวนาพิเศษเปิดตัวหลักสูตรปริญญาโทด้าน Quantum Technology ในหัวข้อ “Educating the Workforce for Quantum Futures of Thailand” เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย และภาคอุตสาหกรรม เกี่ยวกับแนวโน้มของเทคโนโลยีควอนตัม แนวทางการพัฒนากำลังคน การสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคอุตสาหกรรม และการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยสำหรับเศรษฐกิจควอนตัมในอนาคต โดยมีผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย ผศ.ดร.โศจิพงศ์ ฉัตราภรณ์ หัวหน้าภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ศ.ดร.ประภาส จงสถิตย์วัฒนา ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ Prof.Jin-Shi Xu จาก University of Science and Technology of China Dr. Ran He จาก Hefei Unitary Quantum Technology, Dr.Yue Jun Jiang ที่ปรึกษาบริหารด้านวิจัยและพัฒนาของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านวิจัยและพัฒนาของบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และประธานเจ้าหน้าที่ด้านเทคโนโลยีของ All Now Group คุณกนกศักดิ์ รัชปัตย์ Account Technical Leader และ Senior Data Security Technical Sales บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด และ ดร.ทุตานนท์ สินธุประสิทธิ์ Head of Research and Development บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCBX ดำเนินรายการโดย รศ.ดร.สุรเชษฐ์ หลิมกำเนิด คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ 

     การเสวนาสะท้อนให้เห็นว่าการสร้างระบบนิเวศด้าน Quantum Technology จำเป็นต้องดำเนินการควบคู่กันทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน การวิจัย การจัดการศึกษา และการสร้างความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการลงทุนในการพัฒนากำลังคน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีควอนตัมให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนักฟิสิกส์ นักคณิตศาสตร์ วิศวกร นักวิทยาการคอมพิวเตอร์ นักธุรกิจ และผู้เชี่ยวชาญจากสาขาต่าง ๆ จะต้องร่วมกันผลักดันองค์ความรู้จากห้องปฏิบัติการไปสู่การประยุกต์ใช้ในภาคเศรษฐกิจและสังคม

     การประกาศติดตั้ง Ion-Trap Quantum Computer และการเปิดหลักสูตรปริญญาโท Quantum Technology ในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการบูรณาการการศึกษา การวิจัย นวัตกรรม และความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อสร้างรากฐานด้านเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย พัฒนาบุคลากรคุณภาพสูง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเตรียมประเทศให้พร้อมก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจควอนตัมอย่างมั่นคงและยั่งยืน

    ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การประกาศติดตั้งเครื่องควอนตัมคอมพิวเตอร์และการเปิดหลักสูตรด้านเทคโนโลยีควอนตัมครั้งแรกของประเทศไทย ถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและวงการวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีของประเทศ บทบาทของมหาวิทยาลัยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจัดการเรียนการสอนหรือพัฒนาหลักสูตรเท่านั้น แต่ต้องสามารถนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาสร้างประโยชน์ต่อสังคมและยกระดับขีดความสามารถของประเทศ ท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีควอนตัมจะเป็นอีกก้าวสำคัญที่เหนือกว่าขีดจำกัดของปัญญาประดิษฐ์ และเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ และอุตสาหกรรม

     ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากการบูรณาการความร่วมมือระหว่างคณะวิทยาศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาลัย สหศาสตร์บูรณาการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งได้รับความร่วมมือจาก University of Science and Technology of China (USTC), Hefei Unitary Quantum Technology ตลอดจนพันธมิตรภาคอุตสาหกรรม การผนึกกำลังดังกล่าวจะช่วยสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านควอนตัมและหลักสูตรปริญญาโท Quantum Technology เพื่อผลิตบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีความรู้ที่ทันสมัย สามารถต่อยอดงานวิจัยสู่การใช้งานจริง และร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยให้พร้อมเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจควอนตัมในอนาคต

     รศ.ดร.ธิติ บวรรัตนารักษ์ คณบดีวิทยาลัยสหศาสตร์บูรณาการ จุฬาฯ กล่าวถึงการเปิดหลักสูตรปริญญาโทด้านควอนตัมเทคโนโลยี ว่า วิทยาลัยสหศาสตร์บูรณาการมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลและพัฒนาหลักสูตรสหศาสตร์ที่บูรณาการองค์ความรู้จากหลากหลายสาขาอย่างเป็นระบบ โดยมีเป้าหมายในการผลิตบุคลากรที่มีทักษะและศักยภาพสูง พร้อมเติบโตเป็นผู้นำที่สามารถรับมือกับความท้าทายใหม่ ๆ และตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงงานในอนาคตได้อย่างแท้จริง

     แม้การมีควอนตัมคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัยจะเป็นก้าวสำคัญของประเทศ แต่หัวใจของการสร้างระบบนิเวศควอนตัมให้เติบโตอย่างยั่งยืนคือการพัฒนาบุคลากรที่มีความรู้และสามารถใช้งาน ต่อยอด และพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลักสูตรระดับปริญญาโทด้านเทคโนโลยีควอนตัมออกแบบเพื่อผลิตบุคลากรแบบสหศาสตร์ที่มีความรู้ทั้งด้านควอนตัมคอมพิวเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ หลักสูตรนี้จึงมุ่งเน้นทั้งความรู้ภาคทฤษฎีและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีควอนตัม ในการแก้ปัญหาจริง ครอบคลุมการพัฒนายา วัสดุขั้นสูง พลังงาน การแพทย์ การเงิน และการคมนาคม พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้ข้ามศาสตร์และความร่วมมือระหว่างสถาบัน เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้กับภาคอุตสาหกรรม เป้าหมายสำคัญคือการสร้างผู้นำและกำลังคนคุณภาพสูงที่จะช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยและระบบเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลก

     ศ.ดร.ประณัฐ โพธิยะราช คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวถึงระบบนิเวศควอนตัมว่า จุฬาฯ มุ่งสร้างระบบนิเวศควอนตัมที่สมบูรณ์ในประเทศไทย โดยพัฒนาทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และกำลังคนควบคู่กัน เพื่อยกระดับศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศให้ทัดเทียมนานาชาติ ผ่านความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษา ภาครัฐ และภาคเอกชน ในปี 2570 จะมีการติดตั้งควอนตัมคอมพิวเตอร์แบบดักจับไอออน หรือ Ion-Trap Quantum Computer เครื่องแรกของประเทศไทย ณ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ภายใต้ความร่วมมือระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย University of Science and Technology of China (USTC) และ Hefei Unitary Quantum Technology ผ่านห้องปฏิบัติการร่วมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควอนตัม ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ส่งเสริมงานวิจัย พัฒนาอุตสาหกรรม และผลิตบุคลากรควอนตัม เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

     Prof.Jin-Shi Xu, University of Science and Technology of China เผยว่า การติดตั้งควอนตัมคอมพิวเตอร์เครื่องแรกของประเทศไทย ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระหว่างไทยกับจีน ซึ่งต่อยอดจากการลงนามบันทึกความเข้าใจและการจัดตั้งห้องปฏิบัติการร่วมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควอนตัมระหว่าง USTC กับจุฬาฯ รวมถึงกิจกรรมแลกเปลี่ยนทางวิชาการที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือกับ USTC และ Hefei Unitary Quantum Technology ไม่เพียงนำเทคโนโลยีควอนตัมขั้นสูงมาสู่ประเทศไทย แต่ยังเป็นรากฐานสำหรับการวิจัยร่วม การแลกเปลี่ยนนิสิตและคณาจารย์ ตลอดจนการพัฒนาบุคลากรด้านควอนตัมในระยะยาว โดยมุ่งเปิดโอกาสให้นักวิจัยไทยและจีนทำงานร่วมกัน เพื่อผลักดันองค์ความรู้และสร้างนักวิทยาศาสตร์กับวิศวกรควอนตัมรุ่นใหม่ ทั้งนี้ USTC พร้อมสานต่อความร่วมมือกับจุฬาฯ ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพื่อสร้างประโยชน์แก่ทั้งสองประเทศและภูมิภาคโดยรวม


"ก่อเกียรติ" โปรโมเตอร์มวยโลก ยื่นหนังสือกรรมาธิการกฏหมาย การยุติธรรม​และสิทธิมนุษยชน

"ก่อเกียรติ" โปรโมเตอร์มวยโลก ยื่นหนังสือกรรมาธิการกฏหมาย การยุติธรรม​และสิทธิมนุษยชน 

กรณี บ.สื่อยักษ์ใหญ่อักษรย่อ P ฉ้อโกงสัญญาสัมปทานโฆษณาบนรถโดยสารปรับอากาศยูโรทู

     นายรังสิมันต์ โรม ประธานกรรมาธิการกฏหมาย การยุติธรรม​และสิทธิมนุษยชน รับยื่นหนังสือจากนายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์มวยโลกรางวัลยอดเยี่ยมเอเชีย 3 สถาบัน ผู้เสียหายโดยตรง และเจ้าของสัมปทานโฆษณาบนรถปรับอากาศยูโรทู แต่เพียงผู้เดียว กรณี บ.สื่อยักษ์ใหญ่อักษรย่อ P ฉ้อโกงสัญญาสัมปทานโฆษณาบนรถโดยสารปรับอากาศยูโรทู

     เมื่อวันที่​ 15​ กรกฎาคม​ 2569​ ณ​ ห้องแถลงข่าวอาคารรัฐสภา​ นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์มวยโลกเจ้าของรางวัลยอดเยี่ยมเอเชีย 3 สถาบัน ผู้เสียหายโดยตรง และเจ้าของสัมปทานโฆษณาบนรถปรับอากาศยูโรทู ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมจาก​ นายรังสิมันต์ โรม ประธาน กมธ.​ การกฏหมาย การยุติธรรม​และสิทธิมนุษยชน พร้อมคณะกรรมาธิการ กรณี บ.สื่อยักษ์ใหญ่อักษรย่อ P ร่วมกับอดีตผู้บริหารถโดยสาร ฉ้อโกงสัญญาสัมปทานโฆษณาบนรถโดยสารปรับอากาศยูโรทู ทำให้ตนในฐานะผู้เสียหายโดยตรงขาดรายได้ไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท

     นายรังสิมันต์ โรม ประธาน กมธ.การกฏหมาย การยุติธรรม​ และสิทธิมนุษยชน กล่าวภายหลังการรับหนังสือร้องเรียนว่า "ทาง กมธ.การกฏหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน มองว่ากรณีฉ้อโกงดังกล่าวที่นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ ในฐานะผู้เสียหายเข้ามายื่นหนังสือขอความเป็นธรรม ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องเร่งดำเนินการ โดยเฉพาะในไทม์ไลน์บางช่วงที่มีการแอบอ้างเบื้องสูง ซึ่งเป็นสิ่งที่คนไทยรู้สึกไม่สบายใจ แต่ด้วยมีบางเหตุการณ์บางส่วนที่ได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในชั้นศาล การทำงานของ กมธ.ก็จะต้องเพิ่มความรอบคอบในการดำเนินงาน ต้องร่วมกันพิจารณาว่าส่วนใดที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้วก็ควรปล่อยให้เป็นไปตามการพิจารณาในชั้นศาล และเรื่องใดที่ทาง​ กมธ.​สามารถดำเนินการตรวจสอบให้เกิดความยุติธรรมกับทุกฝ่ายได้โดยเร็วก็จะเร่งดำเนินการในทันที"

     ทางด้านนายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ ผู้บริหาร บ.ก่อเกียรติ กรุ๊ป ซึ่งเป็นผู้เสียหายโดยตรงจากกรณีฉ้อโกงกล่าวถึงความคาดหวังในการมายื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะ กมธ.การกฏหมาย การยุติธรรมยและสิทธิมนุษยชน ในครั้งนี้ว่า "ตนเองต้องการให้ความยุติธรรมเกิดขึ้น ทั้งต่อตนเองและสังคม​ หากคนไทยยังต้องอยู่ในสังคมที่ถูกคลอบงำจาก​ "สื่อ" ที่คิดว่าสามารถใช้มือเดียวปิดบังฟ้าได้ ชี้ผิดเป็นถูกได้ แล้วสังคมไทยจากนี้ไป ลูกหลานของเราจากนี้ไปจะดำเนินชีวิตอยู่ในเงามืดแบบนี้ตลอดไปหรือ? ตนจึงหวังว่า กมธ.การกฏหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน จะทำงานอย่างเข้มข้นและคืนความยุติธรรมให้ตนเองและสังคมไทยโดยเร็ว

วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

"วีรศักดิ์" ​ ประธานเปิดตัวหนังสือ "ล่าม The Thai Interpreter" "สธทท." ร่วมงานด้วย

"วีรศักดิ์" ​ ประธานเปิดตัวหนังสือ "ล่าม The Thai Interpreter" 

"สธทท." ร่วมงานด้วย


นายกิชติ​ ประพฤทธิ์ตระกูล​ อุปนายก​ ​และประธานฝ่ายธุรกิจ​ต่างประเทศ​ สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย​(สธทท.) ตัวแทน​ ​ดร.สุเทพ​ อารมณ์รักษ์​ นายก​ สธทท.​ ​พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรี​ มนัสพงษ์ เงินทนงค์ ประธานฝ่ายสื่อสารภาพลักษณ์องค์กร สธทท.​​ ร่วมเปิดตัวหนังสือ "ล่าม" The Thai Interpreter เบญจวรรณ ภูมิแสน :เสียงในโลกต่างภาษา ผลงานการเขียน​โดย นิธินันท์ ยอแสงรัตน์ ของสำนักพิมพ์ปาปาอินดี้ ในเครือ FLIXFE Co., Ltd., THE UNBOUND VOICE Co., Ltd. และ Film Works TUV Co., Ltd.​ที่ร่วมกับพันธมิตร​ ​ได้แก่​ สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย​ (สธทท.)​, สมาคมผู้สร้างภาพยนตร์อิสระไทย, โรงแรมเดอะ​บาซาร์ แบงค็อก รัชดาภิเษก, บริษัท โรเมโอ โวยาจ จำกัด และ โก๋แก่ จัดขึ้น​ โดย​มีนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา​ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี​ ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติและบุคคลในแวดวงภาพยนตร์​ เหล่าศิลปินดารา​  อาทิ​Ms. YISHA QIN  สมาคมนักธุรกิจอาเซียน, Lingling Wanitdecha ล่ามภาษาจีนจากสมาคมฯ, นายมนตรี กุลมิตร ล่ามภาษาสเปน, นายอรุณศักดิ์ อ่องลออ​ นายกสมาคมผู้สร้างภาพยนตร์อิสระไทย, ​ ​ พิชัย​ ​น้อยรอด, ​ฤทธิ์​ ​ลือชา​ และ​ เล็ก ไอศูรย์ ฯลฯ​ มาร่วมงาน​ ณ ลานชั้น G โรงแรมเดอะ บาซาร์ แบงค็อก รัชดาภิเษก​ ​เมื่อวันที่​ ​1​ กรกฎาคม​ ​2569



      หนังสือ​ "ล่าม" The Thai Interpreter เบญจวรรณ ภูมิแสน :เสียงในโลกต่างภาษา​ เล่มนี้ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตจริงอันเข้มข้นของ​ "ครูเอ๋" เบญจวรรณ ภูมิแสน ล่ามไทยมืออาชีพผู้มีประสบการณ์ทำงานในประเทศสหรัฐอเมริกา และมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือคนไทย รวมถึงแรงงานไทยในต่างแดนมาอย่างยาวนาน ด้วยการใช้ความรู้ด้านภาษา กฎหมาย และความเข้าใจในความแตกต่างทางวัฒนธรรม ภายใต้แนวคิดหลักที่ว่า "เมื่อคำพูดกลายเป็นกำแพง ล่ามจึงกลายเป็นสะพาน"



     "ครูเอ๋" กล่าวว่า​ "การเป็นล่ามสำหรับดิฉัน ไม่ใช่แค่การนำคำพูดจากภาษาหนึ่งไปแปลเป็นอีกภาษาหนึ่ง แต่คือการแปลความรู้สึก แปลความหวัง และการทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงแทนคนไทยที่ไม่มีสิทธิ์พูด เพื่อทลายกำแพงแห่งภาษาและช่วยให้พวกเขาได้รับความยุติธรรมและความช่วยเหลืออย่างที่มนุษย์คนหนึ่งพึงจะได้รับ"



      นอกจากนี้ภายในงานยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ​ การแนะนำหนังสือและที่มาของภาพยนตร์ โดย "ครูเอ๋" เบญจวรรณ ภูมิแสน, นิธินันท์ ยอแสงรัตน์ และ อรุณศักดิ์ อ่องลออ

     ​การเสวนาพิเศษ​ "VOICES OF HOPE ​เมื่อคำพูดกลายเป็นกำแพง ล่ามจึงกลายเป็นสะพาน" ที่บอกเล่าเรื่องจริงจากผู้ที่เคยได้รับความช่วยเหลือจากครูเอ๋ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและความหวัง



     รวมถึงการเปิดตัวเพลงประกอบภาพยนตร์ "แรง ล่าม" ที่สะท้อนถึงการต่อสู้ชีวิตของคนไทยในต่างแดนได้อย่างลึกซึ้ง​ พร้อมแถลงข่าวเปิดตัวภาพยนตร์ภาพยนตร์คุณภาพ "ล่าม (LAAM : The Thai Interpreter)" ที่สร้างจากชีวิตจริง​ เป็นภาพยนตร์เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวการต่อสู้เพื่อความยุติธรรมและชีวิตของคนไทยในอเมริกาให้ปรากฏสู่สายตาผู้ชมในวงกว้าง ซึ่งมีกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ วันที่ 12 สิงหาคม 2569 นี้

***ล่าม (LAAM : The Thai Interpreter) เมื่อคำพูดกลายเป็นกำแพง ล่ามจึงกลายเป็นสะพาน*** 


วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ศึกชิง นายกอบจ.ร้อยเอ็ด เบอร์ 2 มาแรง 'นิรันดร์' ลั่นถึงเวลาพลิกโฉมร้อยเอ็ด

ศึกชิง นายกอบจ.ร้อยเอ็ด เบอร์ 2 มาแรง 

'นิรันดร์' ลั่นถึงเวลาพลิกโฉมร้อยเอ็ด 

ชูธง พัฒนาจริง ทำจริง ทุกอำเภอ ทุกตำบล

      ผู้สื่อข่าวจากจังหวัดร้อยเอ็ด รายงานว่า บรรยากาศศึกเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ดเริ่มร้อนแรง และน่าจับตามอง หลังจากที่ นายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ดหลายสมัย ได้ยื่นใบสมัครรับเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 พร้อมจับสลากได้ หมายเลข 2 ซึ่งนายนิรันดร์ ได้ส่งสัญญาณเปิดเกมชิงเก้าอี้ผู้นำท้องถิ่นเต็มรูปแบบ ท่ามกลางกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ที่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

      ทั้งนี้ นายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์ กล่าวว่า ตนพร้อมนำประสบการณ์การทำงานทางการเมืองที่มีมากกว่า 30 ปี และความเข้าใจปัญหาของพื้นที่ มาขับเคลื่อนสร้างการพัฒนาให้จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพพร้อมที่จะเติบโตได้มากกว่าที่เป็นอยู่ โดยเน้นการทำงานที่พัฒนาจริง ทำจริง ถึงทุกพื้นที่ ทุกอำเภอ ทุกตำบล เปลี่ยนร้อยเอ็ด ให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน โดยเศรษฐกิจฐานรากต้องโต พี่น้องประชาชนต้องมีคุณภาพชีวิตต้องดีขึ้น รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานต้องแน่น และการบริงานการแก้ปัญหา ที่ตอบโจทย์ตรงกับความต้องการของประชาชนในทุกอำเภอ ทุกตำบล  

“นโยบายของตนจะมุ่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานให้ทันสมัย พัฒนาแหล่งน้ำและระบบคมนาคม สนับสนุนอาชีพและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนและการท่องเที่ยว ผลักดันการศึกษา การสาธารณสุข และพัฒนาศักยภาพเยาวชน ควบคู่กับการบริหารงานที่โปร่งใส เปิดเผย ตรวจสอบได้ และเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตจังหวัด ขอย้ำว่า จังหวัดร้อยเอ็ดต้องเดินหน้าอย่างมีทิศทาง ประชาชนต้องมีโอกาส มีรายได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผมพร้อมอาสาเข้ามาทำงานอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้ทุกพื้นที่ได้รับการพัฒนาอย่างเท่าเทียม และทุกงบประมาณสร้างประโยชน์กลับคืนสู่ประชาชนอย่างคุ้มค่า" 

     สำหรับแนวทางการหาเสียง ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นายนิรันดร์ฯ ได้เตรียมลงพื้นที่พบปะประชาชนทั้ง 20 อำเภอ เพื่อนำเสนอนโยบาย รับฟังปัญหา และร่วมกำหนดแนวทางพัฒนาร้อยเอ็ดให้เติบโตอย่างมั่นคง สู่เป้าหมายการเป็นจังหวัดที่เศรษฐกิจเข้มแข็ง คุณภาพชีวิตดี และประชาชนได้รับประโยชน์จากการพัฒนาอย่างทั่วถึง

วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาฯ ร่วมโครงการ English Program

ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาฯ ร่วมโครงการ English Program

จัดการเรียนการสอนนักเรียนในเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานนทบุรี

      จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาฯ ร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานนทบุรี ดำเนิน​ "โครงการจัดการเรียน สอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการเป็นภาษาอังกฤษ (English Program : EP)" โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี พิธีเปิดโครงการจัดขึ้นเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569 ณ ห้อง Richmond Ballroom 1 ชั้น 6 โรงแรมแกรนด์ริชมอนด์ จังหวัดนนทบุรี



     โดยพิธีเปิด "โครงการจัดการเรียน สอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการเป็นภาษาอังกฤษ (English Program : EP)" เริ่มจาก พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี กล่าวถึงความเป็นมาของโครงการฯ​ จากนั้น นางสาวรัตนา แสงบัวเผื่อน ที่ปรึกษาด้านการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน ดร.ศุภิชัย ตั้งใจตรง กรรมการผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวแสดงความยินดีกับโครงการ จากนั้นผู้แทนผู้บริหารโรงเรียนกล่าวแนะนำผู้บริหารโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ



     ภายในงานมีการนำเสนอวีดิทัศน์โรงเรียน ห้องเรียน​ และบรรยากาศการเรียนการสอนในโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ ผู้แทนนักเรียนห้องเรียน English Program แนะนำโรงเรียนเป็นภาษาอังกฤษ ผู้แทนผู้ปกครองกล่าวแสดงความรู้สึกที่มีต่อโครงการ การแนะนำกรรมการโครงการ กรรมการนิเทศการสอนจากคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ครูต่างประเทศและครูไทยในโครงการฯ



     ศ.ดร.พฤทธิ์ ศิริบรรณพิทักษ์ ประธานคณะกรรมการโครงการนิเทศการสอน คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า “โครงการนี้เริ่มต้นจากแนวคิดของนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรีที่ต้องการขยายโอกาสทางการศึกษาด้วยการสนับสนุนงบประมาณให้โรงเรียนในสังกัด สพฐ. สามารถเปิดหลักสูตรภาษาอังกฤษ (EP) ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยได้รับความร่วมมือทางวิชาการจากคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ มาช่วยดูแลทั้งการคัดสรรบุคลากรและการนิเทศการสอนอย่างใกล้ชิด แม้ว่าการเฟ้นหาครูผู้สอนวิชาการเป็นภาษาอังกฤษจะเป็นความท้าทายที่ทั้งในกลุ่มชาวไทยและชาวต่างชาติ แต่คณะทำงานมุ่งหวังให้เกิดการตื่นตัวทางการศึกษาและยกระดับมาตรฐานการเรียนการสอนให้ครอบคลุมทุกรายวิชามากยิ่งขึ้น ทั้งนี้การจัดการเรียนการสอนหลักสูตร English Program ระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมาถือว่าประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง”

      ด้าน​ ดร.ศุภิชัย ตั้งใจตรง กรรมการผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า “มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับกิจกรรมที่สร้างประโยชน์ให้สังคม ตามนโยบายของอธิการบดีจุฬาฯโครงการนี้ขยายผลลงไปถึงระดับนักเรียน ต้องการให้เด็กมีความพร้อมในระดับสากลคือรู้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ สามารถเลือกเรียนหลักสูตรนานาชาติหรือทำงานในระดับวิศวกรหรือผู้จัดการในต่างประเทศได้ โครงการยังนี้ถือเป็นนวัตกรรมในการบริการวิชาการแบบ Partnership ที่ไม่ต้องลงทุนเยอะ โดยใช้ความแข็งแกร่งของแต่ละฝ่าย อบจ. สนับสนุนงบประมาณ มหาวิทยาลัยสนับสนุนองค์ความรู้ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่มีผลกระทบต่อสังคม ตามแนวคิด Togetherness คือการพัฒนาที่ต้องก้าวไปพร้อมกันทั้งระบบ”



      โครงการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการเป็นภาษาอังกฤษ (English Program : EP) ในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานนทบุรี จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียนระดับมัธยมศึกษาจังหวัดนนทบุรี มีทักษะการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารได้อย่างถูกต้องตามหลักภาษา และเหมาะสมกับวัฒนธรรม  เพื่อพัฒนาศักยภาพนักเรียนระดับมัธยมศึกษาจังหวัดนนทบุรีให้สอดคล้องกับคุณลักษณะพิเศษ เฉพาะด้านภาษาอังกฤษ และเพื่อพัฒนาความสามารถทางภาษาอังกฤษให้กับนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ให้สามารถปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อชีวิตประจำวัน 



     สำหรับโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานนทบุรีที่เข้าร่วมโครงการฯ​ มีจำนวน 7 โรงเรียน ได้แก่  โรงเรียนบดินทรเดชาฯ (สิงห์ สิงหเสนี) นนทบุรี โรงเรียนไทรน้อย โรงเรียนโพธินิมิตวิทยาคม โรงเรียนบางบัวทอง โรงเรียนเบญจมราชานุสรณ์ โรงเรียนราชวินิตนนทบุรี และโรงเรียนรัตนาธิเบศร์

วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569

"ปณัฐ​ เพอโกล่าร์" รับรางวัล "TOP​ BUSINESS PRODUCTS 2026​ BRAND STAR AWARD"

"ปณัฐ​ เพอโกล่าร์" รับรางวัล "TOP​ BUSINESS PRODUCTS 2026​ BRAND STAR AWARD"

      นพ.​ชลน่าน ศรีแก้ว อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข​ เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล "นพเก้าดาวมงกุฏเพชร" และรางวัล​ ​"TOP​ BUSINESS PRODUCTS 2026​ BRAND STAR AWARD" รางวัลอันทรงเกียรติ ซึ่งจัดโดย​ ดาราวาไรตี้ ทีวีบันเทิง ณ ห้องประชุมใหญ่ อาคาร 9 ชั้น 2 บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ​ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน 2569



      ในพิธีมอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้ คุณปณัฐ​ (อ.ดอส)​ สุมาลย์โรจน์ กรรมการผู้บริหารบริษัท เพอโกล่าร์ จำกัด​ และเป็นอาจารย์พิเศษ  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์​ ได้รับรางวัล​ ​"TOP​ BUSINESS PRODUCTS 2026​ BRAND STAR AWARD" รางวัลสุดยอดผู้นำ​ สาขาธุรกิจสีเขียวและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รางวัลที่มอบให้แก่ผู้บริหารดีเด่น​ เป็นผู้นำองค์กรที่ดีมีคุณธรรม​​ที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์​  เป็นแบบอย่างที่ดี​ในการสร้างสรรค์สังคม​ ประเทศชาติ โดยมี​ พลตรีวัชรินทร์ สุวรรณรินทร์ อดีตเจ้ากรมการสารวัตรทหารบก, ​ เจ้าไชยยานนท์ ณ เชียงใหม่​ และ ดร.ทิพวรรณ นาคละมัย​ สโมสรโรตารีพระปฐมเจดีย์​ มาร่วมแสดงความยินดีด้วย

     โดยภายในงานมีศิลปิน ดารา นักร้อง นักแสดง ศิลปินตลก นักธุรกิจ ผู้ประกอบการ สื่อมวลชน ตลอดจนบุคคลผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคมจากหลากหลายสาขาอาชีพ ร่วมเข้ารับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ด้วย



      นอกจากนี้ภายในงานยังได้มีการมอบทุนสนับสนุนให้แก่ผู้พิการ ศิลปินอาวุโสในวงการบันเทิง ทหารผ่านศึกสงครามเกาหลี รวมถึงมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนที่มีผลการเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาและสร้างกำลังใจให้กับผู้ที่เสียสละและทำคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติ



      คุณปณัฐ​ (อ.ดอส)​ สุมาลย์โรจน์​ กล่าวภายหลังได้รับรางวัลว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง​และภาคภูมิใจที่ได้รับรางวัล​อันทรงเกียรติ "TOP​ BUSINESS PRODUCTS 2026​ BRAND STAR AWARD" และขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้​ ถือเป็นรางวัลที่มีคุณค่า​ประกาศเกียรติคุณที่สะท้อนพลังแห่งความดี และสร้างแรงบันดาลใจให้กับตนเองเป็นอย่างดี



     ​ บริษัท เพอโกล่าร์ จำกัด​ ​(PERGOLAR Co..Ltd.) เป็นบริษัทด้านงานสถาปัตยกรรม และภูมิสถาปัตยกรรม / ภูมิทัศน์ / จัดสวน มืออาชีพ​ ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ 

สามารถชมผลงานได้จากเว็บไซต์ เฟสบุ๊ก หรือติดตามผลงานของเราผ่านสื่อนิตยสารชั้นนำ อาทิ บ้านและสวน, ROOM, LIFE AND HOME, HOME&DECOR และช่องรายการ สวนสนุก ทางยูทูป

บริษัท เพอโกล่าร์ จำกัด​​ "CREATES YOUR HAPPINESS INSPIRED BY NATURE" สร้างความสุขด้วยแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ

www.pergolar.com

Tel : 02-441-9983

Mobile : 086-327-9983

Line : @pergolar

Facebook : Pergolar Landscape & Architecture

Tiktok  : Pergolar Channel

Youtube : Pergolar Channel

Instagram : pergolarlandscape






จุฬาฯ เปิดก้าวประวัติศาสตร์ควอนตัมไทย ประกาศติดตั้ง Ion-Trap Quantum Computer เครื่องแรกของประเทศ

จุฬาฯ เปิดก้าวประวัติศาสตร์ควอนตัมไทย ประกาศติดตั้ง Ion-Trap Quantum Computer เครื่องแรกของประเทศ  พร้อมเปิดหลักสูตรปริญญาโท Quantum Technol...