วันจันทร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2569

เรื่องเก่าเล่าใหม่​ "อัมรินทร์ คอมันตร์" ​ประธานชมรมพิทักษ์ไทย เปิดใจ ค้านแก้​ ปว. ๒๘๑ เพื่อชาติ​ เพราะไทยเสียเปรียบ

 เรื่องเก่าเล่าใหม่​ "อัมรินทร์ คอมันตร์" ​ประธานชมรมพิทักษ์ไทย เปิดใจ

ค้านแก้​ ปว. ๒๘๑ เพื่อชาติ​ เพราะไทยเสียเปรียบ

     ปว.๒๘๑ คือ กฎหมายที่ออกในสมัยจอมพลถนอม กิติขจร เป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อปกป้องส่งเสริมการทํากินของคนไทย ไม่ให้ต่างชาติหรือนายทุนขนาดใหญ่ใช้ชื่อไทยเข้ามาแย่งการทํากินของคนไทย รัฐบาลได้ใช ้เวลาออกกฎหมายประมาณ ๒ อาทิตย์ ใช มาประมาณ ๒๐ ปี มีนักการเมืองเลวๆ บางคนในสมัยที่พรรคสีฟ้าเป็นรัฐบาล ต้องการให้ตนเองได้รับตําแหน่งหนึ่งในต่างประเทศ ซึ่งถ้าตนเองไม่เปิดเสรีการค้า ก็จะไม่มีคุณสมบัติครบถ้วน จึงได้แก้กฎหมายเปิดเสรีการค้าให้ต่างชาติ โดยหลอกลวงประชาชนว่ากฎหมายเก่าแก่ ถูกองค์การการค้าระหว่างประเทศบีบบังคับ นักการเมืองคนนั้นเอาผลประโยชน์ของคนในชาติไปแลกกับผลประโยชน์ของตัวเอง มีหลายอาชีพที่นายอัมรินทร์ คอมันตร์คัดค้านไว้ได้ แต่ในระยะหลังก็ยังมีข้าราชการกระทรวง ระดับอธิบดีเปิดทางให้ต่างชาติเข้ามาแย่งการทํากินของคนไทย

      การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน​ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาในเรื่องของการที่จะเปิดทางให้ต่างชาติเข้ามาฮุบธุรกิจไทย  เพื่อหวังเม็ดเงินลงทุนที่จะมีเข้ามา ซึ่งทางรัฐบาลในยุคก่อนมอบหมายให้อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นหัวเรือใหญ่ในเรื่องนี้ โดยพยายามที่จะแก้ไข​ ​ปว.๒๘๑ จนกระทั่งสังคมเกิดการแตกแยกในมุมมองอย่างหนัก ในขณะที่ทางการเมืองพยายามหาฐานเสียงมาสนับสนุน​ แต่ทางผู้ประกอบการและคนไทยส่วนใหญ่เห็นในความไม่ชอบมาพากลก็พยายามคัดค้าน จนถึงขั้นมีการรวมกลุ่มเป็น​ ​​"ชมรมพิทักษ์ไทย" ขื้นมา โดยมีนายอัมรินทร์ คอมันตร์ นักธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ เป็นประธานชมรม เปิดเกมคัดค้านการแก้ไข​ ปว.๒๘๑ อย่างจริงจัง จนกระทั่งถูกมองว่ามีเงื่อนงำหรือผลประโยชน์อะไรหรือไม่ รวมทั้งเป็นกลไกของฝ่ายค้านในการท่าลายรัฐบาลหรือเปล่า

        นายอัมรินทร์​ คอมันตร์ ไนฐานะประธานชมรมพิทักษ์ไหย กล่าวว่า จริงๆ​ แล้วการตั้ง​ "ชมรมพิทักษ์ไทย" ขึ้นมาในครั้งนี้ เนื่องจากว่านักธุรกิจและผู้ประกอบการ​ ตลอดจนประชาชนคนไทยผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยเห็นว่า​รัฐบาล​ โดยเฉพาะคนในรัฐบาลบางคน ทั้งที่ผ่านมาหรือในรัฐบาลนี้ก็ตาม พยายามแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ​ โดยเอาสิทธิและผล่ประโยซน์ของคนในชาติไปให้กับชาวต่างชาติ​ รวมทั้งพยายามที่จะเอาแผ่นดินไทยไปขายให้ต่างชาติ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นปัญหาต่อคนไทยในอนาคต เพราะประเทศเรามีทรัพยากรจำกัด เมื่อเอาไปให้ต่างชาติ​ ต่อไปต้องเกิดปัญหาตามมาอย่างแน่นอน

     "ที่รัฐบาลพยายามออกมาบอกว่าจะมืมาตรการป้องกัน ไม่ต้องกลัว แต่จริงๆ​ แล้วเมืองไทยไม่่มีมาตราการไหนที่จะทำได้ดีอย่างที่พูด​ ปัจจุบันแค่การควบคุมปัญหาแรงงานต่างชาติ​ ก็เห็นแล้วว่าทำไม่ได้  มีปัญหาเยอะมาก​ หรือ่แม้แต่เรื่องแค่การปราบรถซิ่ง รถมอเตอร์ไซด์ที่มาแข่งกันบนท้องถนน​ ทางการก็ยังไม่มีปัญญา​ ไม่มีมาตรการที่จะป้องกันปราบ่ปรามได้ แล้วเรื่องที่เป็นผลประโยชน์ของชาติ ของคนทั้งประเทศ​ จะให้เชื่อมั่นได้อย่างไร และเรื่องการปราบปรามยาบ้ายาเส​พติด​ จนขณะนี้ก็ยังปราบไม่ได้​ มีขายกันเกลื่อนเมือง ถึงขั้นกับฆ่ากันเย้ยกฎหมาย แล้วจะทำอะไรให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นได้​ว่ารัฐบาลปกป้องคนไทยได้

     ดังนั้นเมื่อการรักษากฎหมาย รักษาผลประโบชน์ของประชาชนไม่สามารถทำให้เกิดความเชื่อถือได้​ การที่คนในชาติ​หรือใครก็ตามจะลุกขึ้นมารักษาสิทธิหรือผลประโยชน์ของชาติ​ จึงเป็นเรื่องจำเป็น​ที่ทางชมรมพิทักษ์ไทยซึ่งเป็นการรวมตัวกันของผู้ประกอบการ ผู้ประกอบอาชีพ นักศืกษา ประชาชน​ โดยมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญคือ "ส่งเสริมสนับสนุนปกป้องและรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์​ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตย​ ป้องกันสิทธิผลประโยซน์ของแผ่นดินไทยและคนไทย  รวมทั้งเผยแพร่ข้อมูลและปัญหาเกี่ยวกับสิทธิและผลประโยชน์ที่เกี่ยวกับคนไทย​ จากจุดนี้นี่เองเมื่อเห็นว่ามีบุคคลในรัฐบาลบางคนพยายามอย่างยิ่งที่จะเอาอาชีพของคนไทยไปให้ต่างชาติ​ ซึ่งจะสร้างความเสียหายให้คนในชาติ เราจึงต้องออกมาคัดค้าน

     นายอัมรินทร์​ คอมันตร์​ ประธานชมรมพิทักษ์ไทย​ ยืนยันว่า​ "องค์กรนี้ไม่ได้สังกัด​ หรือเกี่ยวข้อง​ หรือไมได้รับเงินจากพรรคการเมืองหรือจากบุคคลกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดทั้งสิ้น​ เป็นการกระทำจากจิตใจของคนที่มีจิตสำนึกในความเป็นคนไทยอย่างแท้จริง

     ส่วนที่บอกว่าเป็นการลุกขึ้นมาปกป้องผลประโยชน์ทางธุรกิจนั้น ส่วนหนึ่งยอมรับว่าใช่ แต่ที่สำคัญคือคนที่เขาลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิประโยซน์ของเขานั้นเป็นใคร เป็นคนไทยหรือเปล่า​ แล้วผลประโยชน์ของคนไทยเป็นผลประโยชน์ของประเทศชาติใช่หรือไม่​ คนไทยไม่มีสิทธิที่จะลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิประโยชน์ของตนเองหรือ การที่คนไทยลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิประโยชน์ตัวเองมันผิดตรงไหน  ชาติอื่นๆ​ ก็ปกป้องสิทธิประโยชน์ของตนเองทั้งนั้น​ แม้แต่อเมริกาเองก็มีมาตรการต่างๆอย่างจีเอสพี​ ก็เพื่อปกป้องสิทธิประโยชน์ของเขาเองทั้งนั้น แล้วคนที่จะเอาสิทธิประโยชน์ของคนในขาติไปไส่พานถวายให้ต่างชาติล่ะเป็นคนเลวหรือเปล่า​ ผมว่านั้นแหละตัวการที่เลวเลยแหละ

"มีบางคนพูดว่าต่างชาติหรือคนไทยลงทุนก็เหมือนกัน ทั้งๆ​ ที่ไม่ใช่ต่างชาติลงทุนได้กำไรก็ขนเงินกลับประเทศเขา  ทำไมไม่คิดที่จะส่งเสริมกิจการคนไทยให้มีความแข็งแกร่งขึ้น​ บ้านเมืองทุกว้นนี้กำลังจะถูกครอบง่า  แทนที่จะช่วยส่งเสริมผลประโยชน์ให้คนของตัวเอง​ กลับปล่อยให้คนอื่นเข้ามาฉกฉวยผลประโยชน์​ ถ้าปล่อยให้เขาเข้ามาแล้ว วันหน้าจะเอากลับคืนก็ไม่ได้"

     สำหรับเรื่องที่ทางการอ้างว่าอีก ๗ ปี​ ก็ต้องเปิดเสรีการค้าอยู่ดี เรื่องนี้หากรัฐบาลฉลาด​ ช่วงนี้ยิ่งควรต้องให้คนไทยแข่งขันกันเองให้แข็งแกร่งขึ้นมาก่อน ควรสนับสนุนเอกชนไทย​ พยายามกั้นไม่ให้ต่างชาติเข้ามาแย่ง​ ตอนนี้ให้ผู้บริโภค ให้ประชาชนคนไทยได้ประโยชน์สูงสุด​ สิ่งเหล่านี้รัฐบาลสามารถทำได้ ถ้าทำจริงๆ​ จังๆ​ กว่าจะถึง ๗ ปี​ ธุรกิจไทยแข็งแรงแล้ว มีความจำเป็นอะไรที่ด้องรืบเปิด อยากจะถามเหมือนกันว่า คนที่รีบแก้ไข​ ปว.๒๘๑ ได้ผลประโยซน์อะไรจากต่างชาติ??? 

      นายอัมรินทร์​ คอมันตร์​ ประธานชมรมพิทักษ์ไทย​ กล่าวต่อว่า​ "การแก้ไข ปว.๒๘๑ เพื่อเอื้อประโยชน์บางอย่างให้ต่างชาติ บอกตรงๆ​ เลยว่า​ ผู้บริหารประเทศคนไหนก็ตามที่เอาผลประโบชน์ของประชาชนและประเทศชาติไปยกให้ต่างชาติ​ ุคนพวกนี้มีความเลวทรามไม่น้อยไปกว่าคนที่บริหารประเทศแล้วโกงบ้านโกงเมือง มือย่างที่ไหนชาวต่างประเทศหรือหอการค้าต่างประเทศฉวยโอกาสที่ไทยประสบปัญหามาเรียกร้องสิทธิประโยชน์ พวกผู้บริหารบ้านเมืองที่ไม่มีกึ๋นก็พยายามเอาใจคนต่างชาติ​ ตรงนี้เป็นสิ่งที่ไม่มีผู้บริหารชาตีไหนเขายินยอม​ แต่บางคนในรัฐบาลจะทำ คนไทยทุกคนจึงต้องหาทางป้องกัน" 

      ส่วนกรณีที่รัฐบาลอ้างว่าการเปิดทางให้ต่างชาติเข้ามาลงทุน​ จะช่วยให้ได้เม็ดเงินมาพื้นฟูเศรษฐกิจ คนที่พูดเช่นนั้นแสดงว่าไม่มีความรู้ความเข้าใจ เพราะประการแรกเรามืกฎหมายส่งเสริมการลงทุนอยู่แล้ว ให้แรงจูงใจมากมาย, ส่วน​ ปว.๒๘๑ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการลงทุน เป็นอาชีพ​ เป็นธุรกิจภาคบริการ​ ซึ่งการลงทุนไม่สูง​ คนที่เรียกร้องไม่ให้แก้ไข​ ปว.๒๘๑ เขาปกป้องสิทธิประโยชน์​ ไม่ได้ขัดขวางการลงทุนของต่างชาติ ซึ่งมีกฎหมายเอื้อให้อยู่แล้ว​ งานภาคบริการควรจะเก็บไว้ให้คนไทยไม่ได้หรืออย่างไร แล้วเรื่องชาตินิยมนั้นก็เป็นกันทั้งนั้น โดยเฉพาะอเมริกาที่ชาตินิยมมากที่สุด​ 

     อีกเรื่องหนึ่งที่น่าเป็นห่วงคือ​ การที่จะขายรัฐวิสาหกิจให้ต่างชาติ อ้างว่าเป็นการแปรรูป แปรรูปให้คนไทยก็ได้​ เพราะเป็นผลประโยชน์ของชาติ แล้วต่างชาติก็จ้องเอาแต่รัฐวิสาหกิจที่ดี ที่มีผลประโยชน์สูงๆ​ ทั้งนั้น ถ้าขายกันขนาดนี้รัฐบาลมีความสามารถหรือไม่ อยากให้คนที่เกี่ยวข้องในร้ฐวิสาหกิจ ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารหรือพนักงานออกมาแสดงความคิดเห็น​ ออกมาช่วยกันปกป้องทร้พย์สินแผ่นดินไทย​ อย่าไปขลาดกลัวนักการเมือง

      "อัมรินทร์ คอมันตร์" ​ประธานชมรมพิทักษ์ไทย​ กล่าวทิ้งท้าย​ว่า "ความเคลื่อนไหวของชมรม ก็จะเนันให้มีการสื่อให้สังคมรับรุู้ความจริง ให้มีการขยายความคิดกันออกมา​ เราจะเน้นเรื่องการทำประชาพิจารณ์ด้วย เพื่อให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็น​ และได้รู้ว่านักการเมืองบางคนทำอะไรอยู่"

​     มีหลายคนมักจะถามผมว่า คนไทย-คนต่างชาติ มาหากินในเมืองไทย มันต่างกันอย่างไร? ผมมักจะบอกว่า คนไทยทํามาหากิน คนไทยก็ได้รายได้มาสร้างความเข้มแข็งให้แก่ครอบครัว สังคม ประเทศชาติ ต่างชาติมาทํากิน เขาก็ขนรายได้กลับสู่ประเทศเขา ไปสร้างความอยู่ดีกินดีให้แก่ ครอบครัว สังคม ประเทศชาติของเขา

​    คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่พร้อมที่จะเป็นประชาธิปไตยได้ ถ้ายังไม่รู้จักที่จะเลือกคนที่ซื่อสัตย์ รักษาสัจจะ ทําเพื่อประเทศชาติ ประชาชน​ และรักสถาบัน อย่างแท้จริง ส่วนใหญ่มีแต่พวกเข้ามาหลอกลวง ขายชาติ ขายแผ่นดินให้ต่างชาติ จากพฤติกรรมของการเลือกตั้งที่ผ่านๆ​ มา แม้กระทั่งการจัดตั้งรัฐบาล ทําให้คิดได้ว่า คนไทยยังไม่มีความพร้อมที่จะเป็นประชาธิปไตย ขืนปล่อยให้เป็นอย่างนี้ประเทศไทยคงไม่เหลือ คงเหลือแต่ประชาธิปตาย​


วันศุกร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569

“มหาสงกรานต์ย่านสยาม 2569” (SIAM SONGKRAN FESTIVAL 2026)

“มหาสงกรานต์ย่านสยาม 2569” 

(SIAM SONGKRAN FESTIVAL 2026)

3 พันธมิตรผนึกกำลัง ยกระดับ “ย่านสยาม” สู่แลนด์มาร์คสงกรานต์ระดับโลก

      ปรากฏการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ของย่านสยามกำลังจะเกิดขึ้น เมื่อสำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (PMCU) ในฐานะผู้พัฒนาและดูแลพื้นที่ใจกลางเมือง ผนึกกำลังกับพันธมิตรหลัก ได้แก่ กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ และ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ร่วมประกาศ “Big Move” เนรมิตย่านสยามสู่ศูนย์กลางการเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ระดับโลก ในมหกรรม “มหาสงกรานต์ย่านสยาม 2569” (SIAM SONGKRAN FESTIVAL 2026) ระหว่างวันที่ 10–15 เมษายน 2569 ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานเขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

      ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนบทบาทของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการเปิดพื้นที่ “สยาม–สามย่าน–บรรทัดทอง” ให้เป็นพื้นที่ของทุกคน พร้อมยกระดับสู่ Global Songkran Landmark ที่เชื่อมโยงวัฒนธรรมไทยเข้ากับไลฟ์สไตล์ร่วมสมัยและความบันเทิงระดับนานาชาติ คาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาตินับล้านคน และสร้างแรงกระตุ้นทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ

     ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “ภารกิจของจุฬาฯ และ PMCU คือการมอบพื้นที่ใจกลางเมืองอย่างสยาม สามย่าน และบรรทัดทอง ให้เป็นพื้นที่สำหรับคนไทยทุกคน และในเทศกาลสงกรานต์นี้ งานเล่นน้ำที่จัดขึ้นในทุกพื้นที่ที่เราดูแล จึงออกแบบให้ตอบโจทย์คนทุกเพศทุกวัย ทั้งความสนุก ความปลอดภัย และกิจกรรมที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเล่นน้ำรูปแบบใหม่ คอนเสิร์ต สตรีทฟู้ด หรือพื้นที่พักผ่อน เราตั้งใจให้ทุกตารางนิ้วของพื้นที่เป็นประสบการณ์ที่ทุกคนเข้าถึงและมีความสุขร่วมกันได้”ภายใต้แนวคิดดังกล่าว PMCU ได้เนรมิตพื้นที่ สยามสแควร์–บรรทัดทอง–สามย่าน ให้เป็น“สงกรานต์สแควร์” ผ่าน 3 โซนหลัก 

 • สยามสแควร์วอล์คกิ้งสตรีท และสยามสแควร์วัน กับงาน “สงกรานต์สยาม 69” ในคอนเซ็ปต์ Waterland สวนน้ำกลางสยาม เต็มไปด้วยเครื่องเล่นน้ำขนาดใหญ่ พร้อมกิจกรรมวัฒนธรรมไทยและคอนเสิร์ต ในบรรยากาศปลอดภัยไร้แอลกอฮอล์ (12–15 เม.ย. 2569)  

• บรรทัดทอง “Water Street” โซนสตรีทฟู้ดระดับโลกที่ผสานความสนุกของคนรุ่นใหม่ ทั้ง Random Dance อุโมงค์น้ำ และคอนเสิร์ตตลอด 3 วัน (12–14 เม.ย. 2569)

• Chamchuri Beach Club ลานหน้าจามจุรีสแควร์ บีชคลับกลางเมืองสำหรับสายชิล พร้อมสระน้ำ ดนตรีสด และเวิร์กชอป (11–16 เม.ย. 2569)

     การผนึกกำลังเพื่อยกระดับ Soft Power ไทย ผ่าน 7 พื้นที่ 7 ประสบการณ์ความร่วมมือครั้งนี้เชื่อมต่อแลนด์มาร์คสำคัญของย่านสยามอย่างไร้รอยต่อ ตั้งแต่ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ สู่สยามสแควร์ สยามสเคป จามจุรีสแควร์ บรรทัดทอง และเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ พร้อม Curated Experiences ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

     คุณธณพร ตันติยานนท์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจศูนย์การค้า ONESIAM กล่าวว่า “สยามพิวรรธน์มุ่งมั่นสร้างปรากฏการณ์ระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ปีนี้เราพร้อมยกระดับสงกรานต์ไทยสู่ World-class Experience ผ่านการผสานอัตลักษณ์ไทยเข้ากับไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย นวัตกรรม และแฟชั่นระดับโลก เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลก” ไฮไลท์ในกลุ่ม ONESIAM 

• สยามพารากอน กับ “SIAM PARAGON SUMMERBEATS MUSIC FEST 2026” มิวสิคเฟสระดับโลกจากศิลปินกว่า 150 ชีวิต

• สยามเซ็นเตอร์ กับ “SIAM CENTER x Jolly Bears: THE SUMMER CARNIVAL” คาร์นิวัลสุด ครีเอทีฟ

• สยามดิสคัฟเวอรี่ กับ “The Summer Exploratorium” พื้นที่ทดลองไลฟ์สไตล์และแรงบันดาลใจใหม่

     คุณศตกมล วรกุล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ มุ่งสร้างประสบการณ์ที่ผสานการช้อปปิ้ง ไลฟ์สไตล์ และวัฒนธรรมไทยไว้ในจุดหมายเดียว พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก”โดยจัดงาน “MBK Songkran Thai Cultural Celebration 2026” นำเสนอการแสดงโขนและมวยไทย พร้อมโปรโมชันพิเศษตลอดเทศกาล คาด Traffic ทะลุล้าน สร้างแรงกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่

      การผนึกกำลังของทั้ง 3 องค์กร ครอบคลุมพื้นที่กว่า 2,000,000 ตารางเมตร รวมผู้ประกอบการกว่า 10,000 ราย คาดว่าจะเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 40% และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนจำนวนมหาศาลในช่วงสงกรานต์นอกจากนี้ ยังมีการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย การจราจร และสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ย่านสยามเป็นพื้นที่เฉลิมฉลองที่ทั้งสนุก คึกคัก และอุ่นใจสำหรับทุกคนร่วมสัมผัสปรากฏการณ์สงกรานต์ครั้งยิ่งใหญ่ที่ “จุฬาฯ และพันธมิตร” ตั้งใจสร้างให้เป็นหมุดหมายระดับโลก ในงาน “มหาสงกรานต์ย่านสยาม 2569” ระหว่างวันที่ 10–15 เมษายน 2569


มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์​ จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569

มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์​ จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569

     ม.ร.ว.พร้อมฉัตร สวัสดิวัตน์ รองประธานกรรมการอำนวยการ มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เป็นประธานการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 โดยมี คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร, ดร.อำนวย สุวรรณคีรี, ผศ.ดร.พรทิพย์ พุกผาสุข, ดร.อารยา อรุณานนท์ชัย, ปรารถนา ช้อนแก้ว ผู้แทนกระทรวงศึกษาธิการ, รัชนี ศรีสุข ผู้แทนสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี, พันโทหญิง ปรินทร์ฉัตร ภีมรัชตธำรง ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย, นุชยา จันทรุเบกษา ผู้แทน ปตท. จำกัด (มหาชน) และผู้แทนหน่วยงานรัฐ องค์กร และสมาคมต่างๆ อาทิ สมาคมแม่บ้านมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กรุงเทพมหานคร กรมประชาสัมพันธ์ สมาคมสภาสังคมสงเคราะห์ฯ และสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ ร่วมประชุม​ เึณ ห้องประชุม โรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้

    ที่ประชุมรับทราบพระมหากรุณาธิคุณใน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานผ้าไตรสำหรับโครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่ 150 รูป ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 

รวมถึงมติคณะรัฐมนตรีที่ให้ข้าราชการเข้าร่วมโครงการได้โดยไม่ถือเป็นวันลา พร้อมรับรองงบการเงินของมูลนิธิฯ ซึ่งสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบต่อเนื่องเป็นปีที่ 44

     สำหรับผลการดำเนินงานปี 2568 มูลนิธิฯ ได้มอบทุนการศึกษาและจัดอบรมคุณธรรมแก่เยาวชนผู้ด้อยโอกาสทั่วประเทศ ครอบคลุมทุกระดับการศึกษา รวมถึงสามเณรและหลักสูตรวิชาชีพ โดยปีที่ผ่านมา มอบทุนต่อเนื่อง 2,091 ทุน รวมมูลค่ากว่า 11 ล้านบาท และตลอด 43 ปีที่ผ่านมา มอบทุนแล้วกว่า 37,000 ทุน เป็นเงินรวมกว่า 300 ล้านบาท

     การดำเนินงานในระดับจังหวัดมีผู้ว่าราชการจังหวัดและประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลงพื้นที่ดูแลเยาวชนอย่างใกล้ชิด ช่วยเสริมสร้างความอบอุ่นในครอบครัว และป้องกันปัญหายาเสพติดในกลุ่มเยาวชน

      มูลนิธิฯ ก่อตั้งขึ้นในปี 2525 ในวโรกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี โดย สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถฯ ทรงรับไว้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ปัจจุบันมี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงเป็นประธานมูลนิธิ

      ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมบริจาคเพื่อสนับสนุนการศึกษาเยาวชนได้ที่ มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนฯ โทร. 080-404-2439 และ 085-114-8900 (สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้) หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Facebook: มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้า ฯ เพื่อเยาวชน ฯ และ www.ruamchit-normklao.org⁠

วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เป็นตัวแทนบุตรหลาน ประกอบพิธีเซ่นไหว้ดวงวิญญาณไร้ญาติ เนื่องในเทศกาลเช็งเม้ง ประจำปี พ.ศ. 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เป็นตัวแทนบุตรหลาน ประกอบพิธีเซ่นไหว้ดวงวิญญาณไร้ญาติ เนื่องในเทศกาลเช็งเม้ง ประจำปี พ.ศ. 2569 

ณ สุสานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จ.สมุทรสาคร และ สุสานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง วัดดอนกุศล (สุสานเก่าของมูลนิธิฯ) เขตสาทร กรุงเทพฯ

     เมื่อวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569 และวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569ที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย ดร.สุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก นายนิพนธ์ โชคภิรมย์วงศา กรรมการปฏิคม และนางชุติมา ตันติศิริวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการ นำทีมเจ้าหน้าที่บริหาร และพนักงาน เป็นตัวแทนบุตรหลาน ประกอบพิธีเซ่นไหว้ดวงวิญญาณไร้ญาติ เนื่องในเทศกาลเช็งเม้ง ประจำปี 2569 โดยเครื่องเซ่นไหว้ประกอบไปด้วย เครื่องคาวหวาน กระดาษเงิน-กระดาษทอง และดอกไม้หอม ณ สุสานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร และ สุสานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง วัดดอนกุศล (สุสานเก่าของมูลนิธิ) เขตสาทร กรุงเทพฯ


      เทศกาลเช็งเม้ง กำหนดจัดขึ้นในระหว่างเดือน 2-3 ของจีน ซึ่งจะอยู่ในช่วงประมาณต้นเดือนเมษายนของทุกปี เป็นเทศกาลที่แสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ โดยมีอิทธิพลมาจากลัทธิขงจื้อ ที่สืบทอดมายาวนานกว่าพันปี ก่อนวันพิธี จะมีการทำความสะอาดหลุมฝังศพของบรรพบุรุษ หลังจากนั้นในวันพิธีจะมีการเซ่นไหว้อาหารคาวหวาน เพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณงามความดีของบรรพบุรุษ เมื่อไปอยู่อีกภพหนึ่ง


     ตลอดระยะเวลากว่า 116 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจwww.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung 

"มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต" 

#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418 

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน #แอปพลิเคชัน และ #สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง1418

วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2569

"สารวัตรแรมโบ้" ร่วมงานพิธีผูกข้อมือรับขวัญ เสริมสิริมงคลให้กับกำลังพลทหาร ณ​ บ้านหนองจาน บ้านหนองหญ้าแก้ว จังหวัดสระแก้

"สารวัตรแรมโบ้" ร่วมงานพิธีผูกข้อมือรับขวัญ

เสริมสิริมงคลให้กับกำลังพลทหาร

ณ​ บ้านหนองจาน บ้านหนองหญ้าแก้ว จังหวัดสระแก้ว


      "สารวัตรแรมโบ้" พ.ต.อ.สุรโชค เจษฏาเดช ร่วมงานพิธีผูกข้อมือรับขวัญเสริมสิริมงคลให้กับกำลังพลทหารเก่าและกำลังพลทหารใหม่ที่มาสับเปลี่ยนกำลังในพื้นที่บ้านหนองจาน บ้านหนองหญ้าแก้ว ที่วัดโนนหมากมุ่ง อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว


      ภายในงานมีพิธีทางพรามหณ์และพิธีทางสงฆ์ โดยได้รับพระเดชพระคุณจากพระครูวาปีสังฆกิจ (สุรพล ติสฺสวํโส) เจ้าคณะอำเภอโคกสูง เจ้าอาวาสวัดหนองจาน​ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์​ ​และนางศิวิจิตร โชคเฉลิม ปลัดอาวุโสอำเภอโคกสูง ผู้แทน​ นายนริศ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา​ นายอำเภอโคกสูงเป็นประธานฝ่ายฆราวาส ท่ามกลางชาวบ้านโนนหมากมุ่น ตัวแทนจิตอาสามาร่วมงานจำนวนมาก​ รวมทั้งกำลังพลทหารที่ร่วมสุู้รบที่บ้านหนองจานและหนองหญ้าแก้ว​ เมื่อเดือนธันวาคม​ ​2568 ที่ผ่านมาเราสูญเสียวีรบุรุษทหารกล้าไป​ 5​ นาย

      ในการร่วมพิธีในครั้งนี้​ "สารวัตรแรมโบ้" พ.ต.อ.สุรโชค เจษฏาเดช​ ได้มอบน้ำดื่มน้ำ น้ำอัดลมเครื่องดื่มบำรุงกำลัง ผลไม้แตงโม และเลี้ยงอาหารเย็นให้กำลังพลทหารประมาณ​ 100 กว่านาย พร้อมทำพิธีผุกข้อมือเสริมความเป้นสิริมงคลเพื่อขวัญกำลังใจกำลังพลตามแนวชายแดน ก่อนร่วมกันร้องเพลงปลุกใจแก่กำลังพ​ล​ด้วยความชื่นมื่น​สำราญใจ​ โดยได้รับการสนับสนุนจากผูนำและชาวบ้านโนนหมากมุ่นและผู้มีจิตศรัทธา อาทิ นางฐสิมนต์ เรื่องรุ่งโรจน์​ และ นายภาสกร บุญจันทร์


 


งาน “สานศิลป์ ๑๐ แผ่นดิน เทิดพระเกียรติพระพันปีหลวง”

 งาน “สานศิลป์ ๑๐ แผ่นดิน เทิดพระเกียรติพระพันปีหลวง”

โชว์เสน่ห์ความเป็นไทยให้มี

ชีวิตชีวา


     ร้อยเอก จิทัศ ศรสงคราม พระนัดดาเพียงคนเดียวในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี​ ผู้จัดการตลาดบองมาร์เช่, กรรมการมูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า และที่ปรึกษามูลนิธิเพื่อสถาบันราชานุกูล ​ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน “สานศิลป์ ๑๐ แผ่นดิน เทิดพระเกียรติพระพันปีหลวง” โดยมี​ นก-ชลิดา เถาว์ชาลี ตันติพิภพ​ นางสาวไทยปี 2541 หนึ่งในคณะผู้จัดงาน, หนูสิ-สิริรัตน เรืองศรี Miss Thailand World พ.ศ. 2010เพ็ญนภา พุกโฉมงาม ธิดาผ้าหมี่ขิด ปี 2542 และ​ Top 10 นางสาวไทยปี 2542 -2543 ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานมากมาย​ ในบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยเสียงดนตรี​ไทย การแสดงที่​งดงามของศิลปวัฒนธรรมไทย​ ที่ร่วมกันถักทอเสน่ห์ความเป็นไทยให้มีชีวิตชีวา​ เต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มของผู้มาร่วมงานฯ​ ที่ตลาดบอง มาร์เช่ มาร์เก็ตพาร์ค





      งาน “สานศิลป์ ๑๐ แผ่นดิน เทิดพระเกียรติพระพันปีหลวง” จัดขึ้นระหว่างวันที่​ ๒๖-๒๙ มีนาคม ๒๕๖๙ ณ ตลาดบอง มาร์เช่ มาร์เก็ตพาร์ค​ เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง​







      ภายในงานจัดแสดงงานหัตถศิลป์ อาหารไทย การแสดงบรรเลงดนตรีไทย​ และกิจการรมที่น่าสนใจอีกมากมาย​ ไม่ว่าจะเป็น​ การแสดงชุด​ "ถวายความอาลัย​ เทิดพระเกียรติพระพันปีหลวง", การแสดงชุด "ชัดชาตรี", การแสดชุด "ระบำอธิษฐาน", การแสดงขับเสภาและบรรเลงดนตรีไทย​ "ท่วงทำนองเพลงไทย น้อมถวายอาลัย สถิตในดวงใจตราบนิรันดร์", การเสวนา​ "พัสตรากรณ์โบราณ" โดยอาจารย์สรพล ถีระวงษ์, การเสวนา​ "มวยไชยามาจากไหน" โดยอาจารย์ณปภพ ประมวญ, การเสวนาเรื่อง​ "นาฎศิลป์ไทย เพลงลาวดวงเดือน" โดยอาจารย์ชนากานต์ วิชัยรัตน์,








การแสดงละครนอก เรื่อง​ "กากี" ชุดฉุยฉายกากี,​ เรื่อง​ ​"สังข์ทอง" ชุดรจนาเสี่ยงพวงมาลัย, การแสดง​ "โขนรามเกียรติ์​" ชุดฉุยฉายพราหมณ์​ ชุดพระรามตามกวาง​ ชุดหนุมานจับนางสุพรรณมัจฉจฉา และชุดยกรบ, การแสดง​" มวยไชยาและกายวุธ", การแสด​ง​ "ระบำชุดไทยพระราชนิยม" เพื่อเทิดพระเกียรติพระพันปีหลวง, การประกวดเครื่องแขวน​ และ​การประกวดเยาวชนแต่งไทย ๑๐ แผ่นดิน​ ที่ชวนให้เดินชมกันอย่างเพลิดเพลิน​ ​สนุกสนาน​ ไม่มีเบื่อ​แถมได้ความรู้




เรื่องเก่าเล่าใหม่​ "อัมรินทร์ คอมันตร์" ​ประธานชมรมพิทักษ์ไทย เปิดใจ ค้านแก้​ ปว. ๒๘๑ เพื่อชาติ​ เพราะไทยเสียเปรียบ

  เรื่องเก่าเล่าใหม่​ "อัมรินทร์ คอมันตร์" ​ประธานชมรมพิทักษ์ไทย  เปิดใจ ค้านแก้​ ปว. ๒๘๑ เพื่อชาติ​ เพราะไทยเสียเปรียบ        ปว....