วันอังคารที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569

จุฬาฯ จัดงาน “President’s Tea Room” อธิการบดีจุฬาฯ พบสื่อมวลชน

จุฬาฯ จัดงาน “President’s Tea Room” 

อธิการบดีจุฬาฯ พบสื่อมวลชน

แสดงวิสัยทัศน์จุฬาฯ กับพันธกิจเพื่อสังคม

     จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัดงาน “President’s Tea Room” อธิการบดีจุฬาฯ พบสื่อมวลชน เมื่อวันอังคารที่ 17 มีนาคม 2569 ณ เรือนจุฬานฤมิต เพื่อกระชับสัมพันธ์อันดีกับสื่อมวลชน และขอบคุณสื่อมวลชนที่ประชาสัมพันธ์ข่าวมหาวิทยาลัยด้วยดีเสมอมา โดยมี ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล โฆษกจุฬาฯ นำเสนอข่าว Highlights ของจุฬาฯ จากนั้น ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ แสดงวิสัยทัศน์เรื่อง “จุฬาฯ กับพันธกิจเพื่อสังคม” และ Chula for the Future” ดำเนินรายการโดย อ.ดร.ถิรพุทธิ์ ปิติฉัตร ผู้ช่วยอธิการบดีจุฬาฯ

     ทั้งนี้บรรยากาศภายในงาน “President’s Tea Room” อธิการบดีจุฬาฯ พบสื่อมวลชน เป็นไปด้วยความอบอุ่นเป็นกันเอง โดยอธิการบดีจุฬาฯ พร้อมด้วยผู้บริหารมหาวิทยาลัยได้พบปะแลกเปลี่ยนความเห็นและให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอย่างใกล้ชิด ภายในงานมีนิทรรศการ “จุฬาฯ กับผลงานแห่งความภาคภูมิใจ ที่สร้างชื่อเสียงระดับนานาชาติและนวัตกรรมเพื่อสังคม” นำเสนอผลงานความเป็นเลิศของมหาวิทยาลัย ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ ตอบสนองพันธกิจเพื่อสังคมในหลากหลายมิติ รวมทั้งการบรรเลงดนตรีไทยโดยนิสิตคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ “วงเภตรา”

     ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ ได้กล่าวถึงยุทธศาสตร์ของจุฬาฯ “เติบโตรอบทิศ มีนิสิตเป็นศูนย์กลาง” โดยมุ่งพัฒนาการศึกษา การวิจัย และนวัตกรรม เพื่อสร้างบัณฑิตที่มีความรู้ความสามารถ และมีศักยภาพในการเผชิญกับความท้าทายของโลกยุคใหม่ ควบคู่กับการนำองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยไปสร้างประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ

     ก้าวใหม่ของจุฬาฯ ในโอกาสก้าวสู่ 109 ปีจุฬาฯ ได้เพิ่มยุทธศาสตร์ “จุฬาฯ เติบโตท่วมท้น มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง” โดยให้ความสำคัญกับพันธกิจจุฬาฯ เพื่อสังคม (CU Social Engagement) จุฬาฯ ได้ทำหน้าที่สถาบันอุดมศึกษาที่เป็นแหล่งเรียนรู้เพื่อประชาชนและสร้างคุณค่าให้แก่สังคม โดยได้จัดตั้งวิทยาลัยและคณะใหม่ 3 แห่ง คือ วิทยาลัยส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อประชาชนแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ Chula XL คณะเกษตรศาสตร์บูรณาการ และวิทยาลัยสหศาสตร์บูรณาการแห่งจุฬาฯ

      วิทยาลัยส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อประชาชนแห่งจุฬาฯ หรือ Chula XL มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับประชาชนทุกช่วงวัย ผ่านหลักสูตรที่มีความยืดหยุ่น สามารถเข้าถึงได้ง่าย และตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมและตลาดแรงงานในยุคปัจจุบัน โดยมุ่งสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถพัฒนาทักษะใหม่ ๆ ทั้งในรูปแบบหลักสูตรระยะสั้น การอบรม และระบบคลังหน่วยกิตที่สามารถสะสมและต่อยอดการศึกษาได้ในอนาคต Chula XL จึงไม่ใช่เพียงหน่วยงานด้านการศึกษารูปแบบใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้มหาวิทยาลัยสามารถเผยแพร่องค์ความรู้สู่สังคมในวงกว้าง สร้างโอกาสในการพัฒนาศักยภาพของประชาชน ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

 “วิทยาลัยส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อประชาชนแห่งจุฬาฯ หรือ Chula XL เปิดกว้างทางการศึกษาไม่จำกัดอยู่เพียงนิสิตในรั้วมหาวิทยาลัย แต่เป็นการขยายบทบาทสู่การเป็นมหาวิทยาลัยแห่งการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อประชาชน คำว่า XL สื่อถึงความรู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือความรู้ที่สามารถสร้างปัญญาให้แก่ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ จุฬาฯ เน้นการสร้างปัญญา (Wisdom) มากกว่าแค่การให้ความรู้ (Knowledge) เพราะความรู้สามารถล้าสมัยไปตามกาลเวลา แต่ปัญญาในการวิเคราะห์และรับข้อมูลข่าวสารเป็นสิ่งที่จะคงอยู่ตลอดไป” อธิการบดีจุฬาฯ กล่าว

     สำหรับ “คณะเกษตรศาสตร์บูรณาการ” เป็นคณะใหม่ของจุฬาฯ ที่พัฒนาต่อยอดจากสำนักวิชาทรัพยากรการเกษตร มุ่งพัฒนาบัณฑิตให้เป็นเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer) และผู้ประกอบการด้านการเกษตร (Agripreneur) ที่สามารถแก้ปัญหาเชิงระบบได้ พร้อมทั้งสร้างสรรค์งานวิจัยและนวัตกรรมแบบสหศาสตร์ที่ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่กระบวนการผลิต การแปรรูป ไปจนถึงการตลาด เพื่อทำหน้าที่ชี้นำและขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทยในการแก้ไขปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความมั่นคงทางอาหารในระดับสากล

      ในส่วนของ “วิทยาลัยสหศาสตร์บูรณาการแห่งจุฬาฯ” ปรับเปลี่ยนชื่อและพันธกิจมาจาก “บัณฑิตวิทยาลัย” จัดตั้งขึ้นเพื่อพัฒนารูปแบบการศึกษาสหวิทยาการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ มุ่งเป็นผู้นำระดับภูมิภาคด้านการจัดการศึกษาสหวิทยาการแบบบูรณาการ ครอบคลุมตั้งแต่ระดับปริญญาตรี บัณฑิตศึกษา ไปจนถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิต พร้อมผสานองค์ความรู้จากหลากหลายศาสตร์ร่วมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ มีพันธกิจในการจัดการศึกษาสหวิทยาการเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะสูง มีความเป็นผู้ประกอบการ และสามารถบูรณาการองค์ความรู้เพื่อแก้ไขปัญหาของสังคม ในอนาคต

     การเปิดคณะและหน่วยงานใหม่ดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยในการพัฒนาการศึกษาให้มีความยืดหยุ่น ทันสมัย และตอบสนองต่อความต้องการของสังคม ประเทศชาติและประชาชน


2 คลินิกดังเกาหลี “SIWON PAIN CLINIC” และ “NEW: L LINE CLINIC” เปิดแล้วใจกลางกรุงเทพฯ

2 คลินิกดังเกาหลี

“SIWON PAIN CLINIC” และ “NEW: L LINE CLINIC”  เปิดแล้วใจกลางกรุงเทพฯ 

ให้คำปรึกษาปัญหาข้อกระดูก-ความงาม ชุบชีวิตสมรรถภาพร่างกาย และ ผิวพรรณ

     จะดีไหม! หากเราสามารถลดขั้นตอนการเดินทางไปเกาหลี เพื่อเข้ารับการรักษาทางการแพทย์ ที่สำคัญยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายเรื่องที่พัก โดยไม่จำเป็นต้องอยู่พักระยะยาวอีกต่อไป ซึ่งเชื่อว่า คำตอบของหลายคน น่าจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน นั่นคือ “ดี” แน่นอน ซึ่งล่าสุด “ฝัน” ของทุกคนได้เป็นจริงแล้ว เมื่อคลินิกการแพทย์ชื่อดังจากย่าน “ช็องจู” ในเกาหลีใต้ และเป็นที่รู้จักของคนไทยมาอย่างยาวนาน ได้ตัดสินใจบินลัดฟ้า มาเปิดสาขาใหม่ที่ย่านอโศก ใจกลางกรุงเทพฯ ถึง 2 คลินิกประกอบด้วย “SIWON PAIN CLINIC” และ “NEW: L LINE CLINIC” เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคนไทย รวมทั้งยังช่วยติดตามผลการรักษาให้เกิดผลสัมฤทธิ์ มากที่สุด

     ดร. ปาร์ค จองมิน (Dr. Jungmin Park) ผู้ก่อตั้ง SIWON PAIN CLINIC และ NEW: L LINE CLINIC รวมทั้งเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกและข้อ เปิดเผยว่า การตัดสินใจเข้ามาเปิดคลินิกสาขากรุงเทพฯ ประเทศไทย ครั้งนี้ นอกจากจะมองเห็นถึงศักยภาพของตลาดด้านสุขภาพในประเทศไทยแล้ว “ตลอดหลายปีที่ผ่านมา คนไข้ที่ไปเข้ารับการรักษาในคลินิกของเราที่เกาหลีใต้ ส่วนใหญ่เป็นคนไข้ที่มาจากเมืองไทย ดังนั้นเราจึงมองว่า การมาเปิดสาขาคลินิกที่กรุงเทพฯ ไม่เพียงจะช่วยคัดกรองคนไข้ ที่ต้องการไปเข้ารับการรักษาที่เกาหลีแล้ว ยังเป็นการช่วยอำนวยความสะดวก ให้กับคนไข้ หรือ ผู้ต้องการรับบริการด้วย” 

 “ตามกระบวนการรักษาของเราทั้งหมด คนไข้จะต้องเดินทางไปยังเกาหลี ด้วยเหตุนี้ การมีคลินิกที่กรุงเทพฯ จะเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนการเข้ารับการรักษา โดยเฉพาะการให้คำปรึกษาอาการ รวมถึงการตรวจเช็คร่างกาย และการเตรียมความพร้อมของคนไข้ เพื่อให้ทราบก่อนว่า คนไข้มีปัญหา หรือ อาการปวดตรงจุดข้อต่อ หรือ กระดูกส่วนใดของร่างกายบ้าง เรียกว่า เป็นการประเมินผลเบื้องต้นของการรักษา เพื่อให้แพทย์ในเกาหลี วินิจฉัยว่าคนไข้แต่ละรายต้องเข้ารับการรักษาในรูปแบบใด ซึ่งจะช่วยให้คนไข้ ลดการเดินทางไปมาระหว่าง กรุงเทพฯ และเกาหลีใต้ ถือเป็นการช่วยคนไข้ประหยัดค่าใช้จ่ายการเดินทางได้เป็นอย่างดี”

      คุณหมอปาร์ค กล่าวด้วยว่า สิ่งสำคัญที่สุดหลังจากเข้ารับการรักษาแล้ว “ทางคลินิกในกรุงเทพฯ ยังจะทำหน้าที่เป็นผู้ติดตามอาการของคนไข้หลังการรักษาที่เกาหลี อีกด้วยว่า อาการของคนไข้มีความก้าวหน้าอย่างไร เพราะหากคนไข้รู้สึกถึงอาการไม่สะดวกสบาย เช่น อาการปวด หรือ เจ็บตามข้อกระดูก คนไข้ก็สามารถเข้ามารับการปรึกษา และตรวจดูอาการที่คลินิก ในกรุงเทพฯ ได้ทันที ขณะเดียวกันคลินิกของเรายังให้การรักษาเฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ ที่ยังไม่ค่อยมีให้เห็นในประเทศไทยมากนัก ซึ่งเราให้บริการผู้มีปัญหาข้อและกระดูก ตั้งแต่อายุ 20-90 ปี ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬา คนวัยทำงาน รวมถึงผู้สูงอายุ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญถึง 4 ท่าน ซึ่งแต่ละท่าน นอกจากจะมีดีกรีวุฒิการศึกษาทางแพทย์เฉพาะทาง จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติเกาหลีแล้ว ยังเรียกได้ว่า มีประสบการณ์การรักษาคนไข้มาอย่างยาวนานจนเป็นที่ยอมรับ มาเป็นผู้ให้คำปรึกษา”

       นอกจากนี้ คลินิกของเรา ยังมีงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการรักษากระดูกและข้อหลายฉบับ ทำให้คลินิกของเราไม่ใช่การรักษาแค่อาการปลายเหตุเท่านั้น แต่ยังมีการวินิจฉัยหาสาเหตุ หรือ ต้นเหตุแท้จริงที่ส่งผลให้เกิดอาการต่างๆ ของคนไข้ อันทำให้การรักษาประสบความสำเร็จ และตรงกับอาการของคนไข้จริงๆ” คุณหมอปาร์ค กล่าว ด้วยว่า เทคนิคการรักษาของทางคลินิก จะไม่เน้นการผ่าตัดเลย “เราอาจจะเคยเห็นการรักษาอาการข้างต้น ด้วยการผ่าตัดแทบจะ 100% แต่สำหรับ คลินิกของเราจะมีเทคนิคเฉพาะทาง โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็น เข็ม หรือ อัลตราซาวน์ ซึ่งแทบไม่ต้องมีการผ่าตัดเลยในแต่ละเคสที่ผ่านมา ทำให้คนไข้ฟื้นตัวเร็ว ไม่ต้องพักฟื้นระยะยาว หรือรักษาแผลผ่าตัดภายหลังเหมือนกับการรักษาก่อนหน้านี้ ถือเป็นเทคนิคการแพทย์สมัยใหม่ที่เรานำมาใช้รักษาอาการปวดตามข้อและกระดูก ตั้งแต่ช่วงเอว หรือ ช่วงคอ

      เช่นเดียวกับ  ดร.ลีอึนชิล (Dr. Lee Eun Sil) กล่าวถึง NEW: L LINE CLINIC คลินิกให้คำปรึกษา ด้านผิวพรรณ ในฐานะผู้อำนวยการคลินิกฯ ว่า การมาตั้งสาขาของ NEW: L LINE CLINIC เป็นไปในทิศทางเดียวกับ  SIWON PAIN CLINIC เพื่อคัดกรองคนไข้ ก่อนเดินทางไปรับการรักษาที่เกาหลี รวมถึงเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับคนไข้ทั้งก่อนและหลังการรักษา “เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการพัฒนาวิธีการดูแล และรักษาด้านผิวพรรณมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่ต่างจากคลินิกที่เกาหลี แต่สำหรับ  นิว แอล ไลน์ คลินิก เราจะไม่แนะนำการรักษาผิวพรรณที่เกินความจำเป็น แต่จะให้คำปรึกษาคนไข้ แบบ วัน บาย วัน หรือ เฉพาะตัว เพื่อหาวิธีรักษาอย่างเหมาะสม และดีที่สุดสำหรับแต่ละบุคคล” 

      ส่วนเทคนิคการรักษา ของ NEW: L LINE CLINIC คุณหมอ ลีอึนซีล ย้ำว่า “ในประเทศไทย เรามักจะเห็น เทรนด์การปรับโครงหน้า หรือ รูปหน้าด้วยการใช้ฟิลเลอร์ฉีดเข้าใต้ผิวหนังเกือบแทบทั้งหมด แต่สำหรับ นิว แอล ไลน์ คลินิก จะมุ่งเน้น และ โฟกัสไปที่การดูแลผิวพรรณที่แท้จริงของคนไข้ ในเทคเจอร์ผิวแบบต่างๆ ให้ดีขึ้น เพื่อให้ได้ผิวพรรณมีความกระจ่างใสจากภายในสู่ภายนอก ดูเป็นธรรมชาติ ซึ่งจะทำให้ผู้เข้ารับการรักษาได้ผิวพรรณที่เหมาะสมกับบุคลิกของตัวเองจริงๆ” 

      SIWON PAIN CLINIC คลินิกเพื่อการรักษากระดูกและข้อ และ NEW: L LINE CLINIC คลินิกเพื่อการดูแลผิวพรรณ สาขากรุงเทพฯ พร้อมให้บริการกับทุกคนแล้ว โดยมี คุณสกาย ลี (Mr. Sky Lee) เป็นผู้ดูแล ซึ่งผู้สนใจสามารถเข้ารับการปรึกษา หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เลขที่ 1105 ชั้น 11 อาคาร BB Building (อาคารบุญมิตร) ซอยสุขุมวิท 21 (อโศก) แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ หรือหากต้องการรับคำปรึกษาแบบเรียลไทม์ กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ก็สามารถติดต่อรับคำปรึกษาได้ทั้ง สาขากรุงเทพฯ ประเทศไทย และ คลินิกในเกาหลี ที่ IG: newl_line_clinic และ IG : siw​onpain2020

เคพีไอ เปิดตัวประกันภัยบ้านและทรัพย์สิน “Ultra Living”

เคพีไอ เปิดตัวประกันภัยบ้านและทรัพย์สิน “Ultra Living”

ยกระดับความคุ้มครองให้บ้าน ด้วยทุนประกันภัยสูงถึง 300 ล้าน

     ท่ามกลางความผันผวนของโลกยุคใหม่ “บ้าน” โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่พักผ่อนแต่คือทรัพย์สินมูลค่าสูงที่สะท้อนถึงความสำเร็จของเจ้าของบ้าน ความเสี่ยงภัยในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติ อัคคีภัยหรือเหตุไม่คาดคิดอื่น ๆ ที่ล้วนสร้างผลกระทบที่มีมูลค่าสูง การบริหารความเสี่ยงอย่างรอบด้านจึงไม่ใช่เพียงทางเลือกแต่เป็นสิ่งสำคัญของการใส่ใจดูแลทรัพย์สินที่มีมูลค่า

      ประกันภัยบ้านระดับพรีเมียม “Ultra Living” จึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือบริหารความเสี่ยงที่ออกแบบมาเพื่อให้สอดรับกับมูลค่าทรัพย์สินและไลฟ์สไตล์ของเจ้าของบ้านให้อุ่นใจ ด้วยความคุ้มครองเพิ่มเติมที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นความเสียหายที่เกิดกับโครงสร้างอาคาร ทรัพย์สินภายในบ้าน รวมถึงความรับผิดต่อบุคคลภายนอกอย่างสูงสุด เคพีไอ - กรุงไทยพานิชประกันภัย จึงเข้าใจไลฟ์สไตล์ของเจ้าของบ้านระดับพรีเมียม ด้วยแผนประกันภัยที่อยู่อาศัย “Ultra Living” เพื่อยกระดับมาตรฐานความคุ้มครองให้แก่บ้านมูลค่าสูงที่เหนือกว่าประกันภัยบ้านแบบทั่วไป ด้วยจำนวนเงินเอาประกันภัยเริ่มต้น 10 ล้านบาท สูงสุด 300 ล้านบาท สามารถเลือกระยะเอาประกันภัยได้ ตั้งแต่ 1 ปี 3 ปี และ 5 ปี มากกว่าการประกันภัยด้วย การบริการเสริมพิเศษ Emergency Home Assistance ดูแลตลอด 24 ชม.

     Ultra Living พร้อมดูแลคุ้มครองที่อยู่อาศัยทุกประเภท เช่น บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ ตึกแถว ห้องชุด แมนชั่นและคอนโดมิเนียม คุ้มครองทรัพย์สิน เช่น สิ่งปลูกสร้างหรือตัวอาคาร ไม่รวมฐานรากและราคาที่ดิน (รวมส่วนต่อเติมอาคาร) เฟอร์นิเจอร์ เครื่อง ตกแต่งติดตั้งตรึงตรา เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องครัว เครื่องนุ่งห่ม เครื่องใช้ในบ้าน และต้นไม้ที่ปลูกไว้เพื่อการตกแต่ง ความคุ้มครองภัยจากการโจรกรรม รวมถึงความรับผิดต่อบุคคลภายนอกวงเงินสูงถึง 2 ล้านบาท

     Ultra Living จึงไม่ใช่เพียงประกันภัยบ้านแต่เป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนรักบ้าน เพื่อช่วยดูแลและบริหารทรัพย์สินมูลค่าสูง เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าจะได้รับการดูแลสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินภายในบ้านที่สมเหตุสมผลสอดคล้องกับมูลค่าทรัพย์สินของคุณมากที่สุด สนใจอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซด์ www.krungthai.com หรือ แอปพลิเคชัน Krungthai NEXT 

     ประกันภัยสำหรับที่อยู่อาศัย Ultra Living รับประกันภัยโดย บริษัท กรุงไทยพานิชประกันภัย จำกัด (มหาชน) KPI Contact Center 0 2624 1111

#กรุงไทยพานิชประกันภัย #เคพีไอ #KPIUltraLiving #ประกันบ้านระดับพรีเมียม 


วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569

“พรรครวมพลังประชาชน” รุกหนักยุทธศาสตร์ปี 69 ปฏิรูปโครงสร้างสู่สถาบันการเมืองโปร่งใส

“พรรครวมพลังประชาชน” รุกหนักยุทธศาสตร์ปี 69 ปฏิรูปโครงสร้างสู่สถาบันการเมืองโปร่งใส 

พร้อมชู “จริยธรรม” เป็นบรรทัดฐานหลักในการบริหารพรรค


     พรรครวมพลังประชาชนประสบความสำเร็จในการจัดกิจกรรมทางการเมืองครั้งสำคัญต่อเนื่อง 2 วันซ้อน ณ ศูนย์ฝึกอบรมวีเทรน ดอนเมือง โดยเริ่มต้นจากการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2569​ ที่ผ่านมา เพื่อวางรากฐานการยกระดับพรรคสู่การเป็นสถาบันการเมืองที่เข้มแข็ง ก่อนจะจัดประชุมใหญ่สาขากรุงเทพมหานครในวันที่ 22 มีนาคม​ 2569 เพื่อขับเคลื่อนนโยบายเชิงพื้นที่และสร้างกลไกการทำงานที่ยึดโยงกับประชาชนอย่างใกล้ชิดและโปร่งใส



     นางสาวชัญญพัชร์ โมอินทร์ เลขาธิการพรรค ในฐานะประธานเปิดการประชุม ได้ประกาศวิสัยทัศน์ "ยกเครื่อง" โครงสร้างภายในพรรคภายใต้แนวคิดการสร้าง "บ้านที่เข้มแข็ง" เพื่อมุ่งสู่การเป็นสถาบันการเมืองที่ตรวจสอบได้และพร้อมทำหน้าที่พรรคร่วมรัฐบาลเชิงรุกในการแก้ไขปัญหาประเทศอย่างเป็นระบบ โดยไฮไลท์สำคัญคือการบรรยายพิเศษโดย นายวัฒนา จำปาดิบรัตนกุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ รศ. สมชัย ศรีสุทธิยากร ในหัวข้อจริยธรรมที่เป็นบรรทัดฐานสำหรับกรรมการบริหารพรรค รวมถึงประเด็นการร่างหรือแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งเน้นย้ำว่าความซื่อสัตย์สุจริตคือหัวใจสำคัญที่จะสร้างความเชื่อมั่นและเป็นเกราะป้องกันการดำเนินงานทางการเมืองให้ยั่งยืน



     ในส่วนของการขับเคลื่อนนโยบาย คุณปุณณ์ภัสสร จีรวิวัฒนชัย ผู้ช่วยดำเนินงานประจำตัว นายอภิวิชญญ์ ทิพย์รัตน์ (สส. และหัวหน้าพรรค) ได้นำเสนอความคืบหน้าของนโยบายที่พรรคได้รณรงค์ไว้ โดยยืนยันว่าพรรคกำลังเร่งผลักดันทุกโครงการผ่านกลไกบริหารราชการแผ่นดินเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่ตรงจุดและเป็นรูปธรรม ขณะที่ นายเฉลิมพล อุตรัตน์ ตัวแทนพรรค ได้กล่าวสรุปภาพรวมของการจัดประชุมทั้ง 2 วันว่าเป็นการยืนยันความพร้อมของพรรครวมพลังประชาชนในการสร้างการเมืองสร้างสรรค์และยกระดับมาตรฐานจริยธรรมนักการเมืองให้เป็นบรรทัดฐานใหม่ในสังคมไทย เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนอย่างแท้จริง

#พรรครวมพลังประชาชน #ปฏิรูปการเมือง69 #ประชุมใหญ่สามัญประจำปี #สาขากรุงเทพ #จริยธรรมนักการเมือง #การเมืองไทยสร้างสรรค์

วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569

PMCU จุฬาฯ จัดงาน​“Bangkok Street Performer Festival 2026” เนรมิตสยามสแควร์ให้เป็น ‘เวทีแจ้งเกิดของทุกคน’

PMCU จุฬาฯ จัดงาน“Bangkok Street Performer Festival 2026”

เนรมิตสยามสแควร์ให้เป็น ‘เวทีแจ้งเกิดของทุกคน’ 

โชว์ศักยภาพคนรุ่นใหม่ ใจกลางเมือง

      เพราะเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์ไม่มีขีดจำกัด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยสำนักงานทรัพย์สินจุฬาฯ​ หรือ​ PMCU ตั้งใจสร้าง Siam Square Walking Street ให้เป็นมากกว่าแค่แหล่งช้อปปิ้ง หรือจุดนัดพบ แต่เป็น "Platform แห่งโอกาส" ที่เปิดกว้างให้คนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ได้เข้ามาสร้างสรรค์กิจกรรมที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นดนตรีเปิดหมวก​ ที่เปิดโอกาสให้นักเรียน และนักศึกษา มาแสดงความสามารถด้านดนตรีจนกลายเป็นพื้นที่สำหรับศิลปินหรือวงดนตรีหน้าใหม่ได้สร้างฐานแฟนคลับใจกลางเมืองที่มาเปิดการแสดงแล้วกว่า 2,000 วง โดยมีนักดนตรีแสดงแล้วกว่า 15,000 คน

และ​ Art & Performance Street Show การแสดงที่ใช้ทักษะพิเศษ เช่น มายากล, ละครใบ้ (Mime), การเต้น Cover Dance ไปจนถึงศิลปะการแสดงร่วมสมัย, Live Painting & Graffiti บางช่วงเวลาจะมีการเปิดพื้นที่ให้ศิลปินมาสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์สดๆ ให้คนเดินผ่านไปมาได้ชม, Art & Craft Market ตลาดนัดงานคราฟต์ที่เปิดให้ศิลปินรายย่อยนำผลงานทำมือมาจัดแสดงและจำหน่าย, 


Learning Space กิจกรรมแบ่งปันความรู้ เช่น การสอนทำเวิร์คช็อปศิลปะ, การประดิษฐ์สิ่งของ หรือการสาธิตงานฝีมือต่างๆ Public Discussion / Edutainment กิจกรรมเชิงสาระที่ปรับรูปแบบให้สนุก เข้ากับบรรยากาศถนนคนเดิน, Wellness & Lifestyle กิจกรรมกีฬาหรือสันทนาการที่คนทั่วไปมีส่วนร่วมได้, Sustainable Activity กิจกรรมที่รณรงค์เรื่องสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้จุดบริการน้ำดื่มฟรี (Water Station) เพื่อลดขยะพลาสติก หรือแคมเปญแยกขยะในพื้นที่ 


ตลอดจน Festival Ground การปรับเปลี่ยนพื้นที่ตามเทศกาลสำคัญ เช่น งานสงกรานต์, หรือเทศกาลเต้นรำนานาชาติ เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆให้กับผู้มาเยือนตลอดทั้งปี

    ในวันนี้ PMCU ยังคงเดินหน้าส่งมอบพื้นที่ Siam Square Walking Street ให้เป็นพื้นที่แห่งโอกาสสำหรับทุกคนในสังคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คนรุ่นใหม่และศิลปินทุกสาขาได้ก้าวออกมาโชว์พลังความสามารถพิเศษ สร้างสีสัน​ และแรงบันดาลใจใจกลางเมือง​ จาก "พื้นที่สาธารณะ" สู่ "พื้นที่แห่งโอกาส" จับมือกับ กรุงเทพมหานคร และเครือข่าย Bangkok Street Act Network x Siammover จัดปรากฏการณ์ความสนุกครั้งใหญ่ในงาน “Bangkok Street Performer Festival 2026” ภายใต้แนวคิด “Siam Square Walking Street for All” เปลี่ยนสยามสแควร์ให้เป็นเทศกาลดนตรีและศิลปะของทุกคนภายในงาน


พบกับศิลปินเปิดหมวกกว่า 200 ชีวิต ที่จะมาเปลี่ยนทุกตารางนิ้วของสยามสแควร์ให้มีชีวิตชีวา ผ่าน 6 โซนกิจกรรมที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์​ ได้แก่

• The Power of Youth: เวทีหลัก (Main Stage) พบกับศิลปินคุณภาพ อาทิ Tigger (GMM), Equinox Band, Powersful และ Saturn

• Busking Culture: ดนตรีสดจากศิลปินเปิดหมวกชื่อดังในโซนต่างๆ อาทิ ปกฉัตร บัวไข, เคน  คนคูล, Maki the Pianist และศิลปินจากเครือข่าย Bangkok Street Performer

• Street Art & Community: บูธจำหน่ายงานคราฟต์ (Art & Craft) และ Workshop สุดสร้างสรรค์ที่จะจัดขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อเชื่อมโยงศิลปินกับผู้คนในสังคมเข้าด้วยกัน


     โดยในวันเสาร์ที่ 14 มีนาคม 2569 (15:30 – 21:30 น.): การแสดงเต็มรูปแบบ ณ Siam Square Walking Street และ วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม 2569 กิจกรรม Workshop สุดพิเศษ ณ Siammover ชั้น 2 สยามกิตติ์

     และได้รับเกียรติจากมี นายศานนท์  หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดงาน​ “Bangkok Street Performer Festival 2026” โดยมีนายธนัท  โชติรสเวคิน ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านการจัดการทรัพย์สินจุฬาฯ ให้การต้อนรับ​ พร้อมด้วยเหล่าศิลปิน​ ท่ามกลางผู้ที่มาร่วมงานจำนวนมาก​ ​ณ​ เวทีหลัก​ใจกลางสยามสแควร์


     PMCU ขอเชิญชวนทุกคนมาร่วมดื่มด่ำกับบรรยากาศของเมืองที่ขับเคลื่อนด้วยศิลปะ สนับสนุนศักยภาพของศิลปินไทย และเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้สยามสแควร์เป็นพื้นที่ของ "ทุกคน" อย่างแท้จริง

สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจ Facebook: Bangkok Street Performer, PMCU - Property Management of Chulalongkorn University



มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญสักการะเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว จากหาดใหญ่ ประจำปี 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญสักการะเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว จากหาดใหญ่ ประจำปี 2569

ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

    มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับมูลนิธิมิตรภาพสามัคคี (ท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง) หาดใหญ่ ขอเชิญศิษยานุศิษย์ และสาธุชนที่เลื่อมใส ร่วมสักการะองค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวจากหาดใหญ่ องค์หลวงปู่ไต้ฮงโจวซือ องค์ฮกเต็กแป๊ะกง และองค์นาจาไท้จื้อ (เทพโกมินทร์) ณ บริเวณลานสำนักงาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 19 – 22 มีนาคม พ.ศ. 2569

     โดยในวันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569 เวลาประมาณ 17.00 น. คณะเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวเดินทางถึงกรุงเทพฯ เคลื่อนขบวนผ่านบริเวณวงเวียนโอเดียน ไปตามถนนเยาวราช เจริญกรุง โดยขบวนจะแห่ถึงมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และเปิดให้ผู้มีจิตศรัทธาเข้าสักการะ เวลาประมาณ 18.00 น. และในวันศุกร์ที่ 20 มีนาคม - วันเสาร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2569 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเปิดให้ผู้มีจิตศรัทธาเข้าสักการะตั้งแต่เวลา 06.00 – 21.00 น. สำหรับวันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2569 เวลาประมาณ 18.00 น. จะมีพิธีส่งเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวกลับหาดใหญ่

     เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ชาวจีนและไทยในจังหวัดปัตตานีอย่างดี เมื่อถึงวันขึ้น 15  ค่ำ เดือนอ้าย หรือวันเพ็ญเดือน 3 ตามจันทรคติของไทย จะมีงานฉลองสมโภชเจ้าแม่ ซึ่งจัดเป็นงานฉลองใหญ่ทุกปี ท่านที่เดินทางไปจังหวัดปัตตานีสามารถไปสักการะได้ที่ ศาลเล่งจูเกียง ถนนอาเนาะรู  อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ซึ่งมีรูปจำลองของเจ้าแม่ประดิษฐานอยู่ ที่สุสานของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวนั้น มีชาวปัตตานีได้มากราบไหว้ และบนบานศาลกล่าว ปรากฏว่าต่างก็สมหวังไปตามๆ กัน ผู้คนจึงร่ำลือโจษจันไปทั่วปรากฏว่ามีผู้คนหลั่งไหลมาจากทุกสารทิศ

     ในทุกๆ ปี ตั้งแต่วันชิวอิกถึงชิวสี่ของเดือนที่ 2 ตามปฏิทินจีน หรือ 1 เดือนหลังจากวันตรุษจีน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับ มูลนิธิมิตรภาพสามัคคี (ท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง) หาดใหญ่ กำหนดอัญเชิญองค์จำลองเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว จากหาดใหญ่ มาประดิษฐานที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย ให้ประชาชนที่เลื่อมใสที่ไม่สะดวกเดินทางไปถึงปัตตานี หรือสงขลา ได้มีโอกาสสักการบูชาทุกปี โดยในการสักการะเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว นอกจากเครื่องกระดาษ ธูป-เทียน นัยว่าท่านโปรดผ้าแพรสีแดง​ - ชมพู และสร้อยมุก สร้อยมุกนั้นที่ปฏิบัติกันอยู่ก็คือ เมื่อนำสักการะและอธิษฐานต่อองค์เจ้าแม่แล้ว นำไปคล้องที่ศอเจ้าแม่ทั้ง 2 เส้น และนำคืนมา 1 เส้นนำกลับไปบูชาที่บ้าน เพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งทางมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้เตรียมของไหว้ต่าง ๆ ประกอบด้วย สร้อยมุก 2 เส้น - พวงมาลัย - ขนมมงคล - ชุดกระดาษพร้อมธูป​- เทียน ไว้บริการภายในงาน เพื่อความสะดวกของประชาชนที่มาสักการบูชาs8

ติดต่อสอบถาม รวมถึงติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418,   เว็บไซต์ www.pohtecktung.org ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

** มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต **

วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569

การแข่งขันกอล์ฟชุมชน จังหวัดนครปฐม

การแข่งขันกอล์ฟชุมชน จังหวัดนครปฐม 

เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ 

     สมาคมท่องเที่ยว จังหวัดนครปฐม ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดนครปฐม และสมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวไทย (สนท.) จัดกิจกรรมนันทนาการแข่งขันกอล์ฟชุมชน จังหวัดนครปฐม เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ

      การจัดการแข่งขันในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว และการออกกำลังกายอย่างยั่งยืน เพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชนในจังหวัดนครปฐม  ในวัน จันทร์ ที่ 30 มีนาคม 2569 ณ สนาม NCR GOLF CLUB ตำบลบางหลวง​ อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม​  (ใกล้สุพรรณบุรี)

      นักกอล์ฟห้ามพลาด การแข่งขันกอล์ฟบรรยากาศเป็นกันเอง แต่จัดเต็มทั้งความสนุกและรางวัลใหญ่ตลอดงาน​ 

      นักกอล์ฟที่สนใจ​สามารถชำระเงินได้ที่​ ธนาคารกสิกรไทย​ บัญชีสมาคมท่องเที่ยวจังหวัดนครปฐม​ เลขที่​ 024-8-87630-1​ ค่าสมัครทีมทั่วไป​ (5ท่าน) 10,000 บาท​ ค่าสมัครทีม VIP​ (5 ท่าน) 20,000 บาท​ และค่าสมัครบุคคล​ (1 ท่าน) 2,000 บาท​ สามารถส่งหลักฐานการชำระเงินได้ที่​ Line ID: npttourism


จุฬาฯ จัดงาน “President’s Tea Room” อธิการบดีจุฬาฯ พบสื่อมวลชน

จุฬาฯ จัดงาน “President’s Tea Room”  อธิการบดีจุฬาฯ พบสื่อมวลชน แสดงวิสัยทัศน์จุฬาฯ กับพันธกิจเพื่อสังคม       จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัดงาน “...