วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

จุฬาฯ ชวนคิด “ฝ่าวิกฤตภัยแล้ง” เปิดเวทีระดมความรู้รับมือซูเปอร์เอลนีโญ

จุฬาฯ ชวนคิด “ฝ่าวิกฤตภัยแล้ง” 

เปิดเวทีระดมความรู้รับมือซูเปอร์เอลนีโญ 

ชี้ไทยต้องเร่งปรับตัวต่อสภาพอากาศสุดขั้ว

      จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยศูนย์สื่อสารองค์กร จุฬาฯ จัดงานเสวนาวิชาการ Chula The Impact ครั้งที่ 39 ในหัวข้อ “จุฬาฯ ชวนคิด ฝ่าวิกฤตภัยแล้ง: รู้ทัน ปรับตัว ผ่านพ้น” เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ภัยแล้งและผลกระทบจากปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ ซึ่งกำลังเป็นประเด็นสำคัญที่ทั่วโลกเฝ้าระวัง โดยมีนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิอากาศและการบริหารจัดการน้ำร่วมวิเคราะห์สถานการณ์และเสนอแนวทางรับมืออย่างรอบด้าน เมื่อวันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2569 ณ เรือนจุฬานฤมิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีศาสตราจารย์ ดร.ปาริชาต สถาปิตานนท์ รองอธิการบดี จุฬาฯ เป็นผู้กล่าวเปิดงาน

       วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิร่วมเสวนา ได้แก่ ดร.ชลัมภ์ อุ่นอารีย์ ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลภูมิอากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา รองศาสตราจารย์ ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมแหล่งน้ำและการบริหารจัดการน้ำ ภาควิชาวิศวกรรมแหล่งน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พงษ์ศักดิ์ สุทธินนท์ หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรม แหล่งน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. จีรพงษ์ เหล่าน้ำใส อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมแหล่งน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ดำเนินรายการโดย อาจารย์ เภสัชกร ดร.วีระพงษ์ ประสงค์จีน อาจารย์พิเศษ ศูนย์การศึกษาทั่วไป จุฬาฯ

      ภายในงาน วิทยากรได้ร่วมกันสะท้อนภาพรวมสถานการณ์ภัยแล้งของประเทศไทยในปัจจุบัน ซึ่งมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศและปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ โดยชี้ว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความเสี่ยงจากปริมาณฝนที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ฝนทิ้งช่วงยาวนาน และสภาพอากาศสุดขั้วที่เกิดถี่ขึ้น ทั้งอุณหภูมิสูงจัด น้ำท่วมฉับพลัน และภัยแล้งในหลายพื้นที่ ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ภาคการเกษตร เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชนในวงกว้าง

     ดร.ชลัมภ์ อุ่นอารีย์ ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลภูมิอากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวถึงแนวโน้มสถานการณ์ภูมิอากาศโลกว่า ปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของปริมาณฝนและอุณหภูมิในหลายภูมิภาค รวมถึงประเทศไทย ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะฝนตกต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงฤดูฝน และเพิ่มความเสี่ยงของภัยแล้งในหลายพื้นที่ พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของระบบพยากรณ์อากาศและระบบเตือนภัยล่วงหน้าในการช่วยให้สังคมสามารถเตรียมพร้อมและปรับตัวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

       ด้านรองศาสตราจารย์ ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ได้กล่าวถึงผลกระทบของภัยแล้งต่อการบริหารจัดการน้ำของประเทศว่า ปัจจุบันประเทศไทยจำเป็นต้องปรับแนวคิดการจัดการน้ำใหม่ให้สอดคล้องกับสภาพอากาศที่มีความไม่แน่นอนมากขึ้น ทั้งการบริหารจัดการน้ำต้นทุน การกักเก็บน้ำ การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการบูรณาการการจัดการ “น้ำท่วม–น้ำแล้ง–น้ำเสีย” อย่างเป็นระบบ เพื่อให้สามารถรองรับวิกฤตน้ำ ในอนาคตได้อย่างยั่งยืน

     ขณะที่ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พงษ์ศักดิ์ สุทธินนท์ กล่าวถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมว่า ภัยแล้งไม่ได้ส่งผลเฉพาะภาคเกษตรกรรมเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงภาคอุตสาหกรรม ความมั่นคงทางอาหาร และเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่ทรัพยากรน้ำมีจำกัด ภาคเกษตรจำเป็นต้องปรับตัว ด้วยการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาช่วยบริหารจัดการน้ำและลดความสูญเสียจากภัยแล้ง

      ในช่วงท้ายของการเสวนา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จีรพงษ์ เหล่าน้ำใส และรองศาสตราจารย์ ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ได้นำเสนอผลงานวิจัยและเครื่องมือด้านการบริหารจัดการน้ำของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการติดตามสถานการณ์น้ำ การวิเคราะห์ข้อมูล และการวางแผนบริหารจัดการน้ำเชิงรุก เพื่อช่วยลดผลกระทบจากภัยแล้งและเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดสรรทรัพยากรน้ำ ในอนาคต


     การจัดงานเสวนาวิชาการ Chula The Impact ครั้งที่ 39 ในครั้งนี้ สะท้อนบทบาทของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการเป็นพื้นที่กลางทางวิชาการที่ร่วมขับเคลื่อนองค์ความรู้และสร้างความตระหนักรู้ต่อประเด็นสำคัญของสังคม โดยมุ่งหวังให้ทุกภาคส่วนสามารถเตรียมความพร้อม ปรับตัว และร่วมกันรับมือกับวิกฤต ภัยแล้งและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นในอนาคตได้อย่างยั่งยืน 

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถรับชมการถ่ายทอดสดงานเสวนาย้อนหลังได้ทาง Facebook Live: Chulalongkorn University 


"ชณันภัสร์ " ​ ผู้บริหารโรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร​ รับรางวัลเกียรติยศ​ "หัตถานารายณ์ครั้งที่ 2" ปีพทธศักราช 2569​ สาขาผู้บริหารด้านการส่งเสริมการศึกษายอดเยี่ยมแห่งปี นางสาวชณันภัสร์ ไชยอักษรวิชญ์​ ผู้บริหาร โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร​ รับรางวัลเกียรติยศ​" หัตถานารายณ์ครั้งที่ 2" ปีพทธศักราช 2569​ สาขาผู้บริหารด้านการส่งเสริมการศึกษายอดเยี่ยมแห่งปี ซึ่งจัดโดย สมาคมพัฒนาผู้ประกอบการวัยรุ่นไทยและวัยทำงาน​ ณ​ คาลิปโซ่ เอเชียทีค กรุงเทพฯ​ เมื่อวันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2569 สำหรับ "รางวัลหัตถานารายณ์" นี้เป็นรางวัลที่มอบมอบให้แก่บุคคลที่กระทำความดีโดยประจักษ์แจ้ง​ โดยมิได้หวังผลตอบแทนสิ่งอื่นใด​ มีความประพฤติและใฝ่ที่จะทำแต่ความดีอันเป็นนิจสิน​ ทางสมาคมพัฒนาผู้ประกอบการวัยรุ่นไทยและวัยทำงาน ร่วมกับ มูลนิธิเทพศรียันตรา​ จึงได้มอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้​ เพื่อประกาศเกียรติคุณ เชิดชูเกียรติยศและสร้างขวัญกำลังใจให้กับบุคคลที่ได้รับและเป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคมสืบไป นางสาวชณันภัสร์ ไชยอักษรวิชญ์​ ผู้บริหาร โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร กล่าวว่า​ “บ้านครูกำไร” เป็นต้นแบบสถาบันกวดวิชาที่ “ดูแลด้วยหัวใจ พัฒนาเด็กไทยสู่ความเป็นเลิศ” โดยมีจุดเด่นที่วิชาการที่เข้มข้น บรรจบกับการดูแลที่เข้าถึงใจ รวมถึงการใช้หลักสูตร “Personalized Learning” หรือการเข้าถึงศักยภาพของเด็กเป็นรายบุคคล ครูผู้สอนไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ส่งต่อความรู้ แต่ยังทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา (Mentor) ที่ช่วยปลดล็อกจุดอ่อนและเสริมจุดแข็งให้เด็กแต่ละคน ทำให้ผลการเรียนดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในระยะเวลาอันสั้น​ บ้านครูกำไรในภาพจำของผู้ปกครองคือสถาบันที่มากกว่าการกวดวิชา สิ่งที่ทำให้ผู้ปกครองบอกต่อกันปากต่อปาก จนทำให้บ้านครูกำไรเติบโตอย่างมั่นคง คือภาพลักษณ์ของ “สถาบันการศึกษาที่มีความรับผิดชอบสูง” เน้นการสอนที่ “สนุก เข้าใจง่าย แต่ได้ผลจริง” และที่สำคัญที่สุดคือ “การดูแลเหมือนคนในครอบครัว” ทำให้เด็กๆ รู้สึกปลอดภัยและมีความสุขในการเรียนรู้ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อคะแนนสอบและความสำเร็จในระยะยาว ส่วนก้าวต่อไปก็คือการนำนวัตกรรมการสอนใหม่ๆ มาปรับใช้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ปกครองว่า บุตรหลานที่มาเรียนที่นี่จะได้รับสิ่งที่ดีที่สุด “เราให้คำมั่นสัญญาว่า จะรักษามาตรฐานการเป็นผู้บริหารยอดเยี่ยม และจะพัฒนาสถาบันแห่งนี้ให้เป็นบ้านหลังที่สองที่บ่มเพาะปัญญาและสร้างความสำเร็จให้แก่เด็กๆ อย่างยั่งยืน ผู้ปกครองทุกท่านสามารถมั่นใจได้ว่า ทุกนาทีที่บุตรหลานอยู่กับเรา คือการลงทุนเพื่ออนาคตที่มีคุณภาพที่สุด สำหรับผู้ปกครองที่สนใจพัฒนาศักยภาพบุตรหลาน สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร เพื่อให้เราได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในเส้นทางแห่งความสำเร็จนี้ไปด้วยกันค่ะ ​ นางสาวชณันภัสร์ ไชยอักษรวิชญ์​ ผู้บริหาร โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร​ กล่าวภายหลังได้รับรางวัลว่า ​"ท่ามกลางการแข่งขันทางด้านการศึกษาที่สูงขึ้นในปัจจุบัน โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร ได้สร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จครั้งสำคัญ ด้วยการได้รับคัดเลือกให้รับรางวัลอันทรงเกียรติข รางวัลหัตถานารายณ์ สาขา “ผู้บริหารด้านการส่งเสริมการศึกษายอดเยี่ยมแห่งปี” ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้แก่ผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์โดดเด่นในการยกระดับคุณภาพการศึกษาและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่ตัวผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม​ "รางวัลนี้มีความหมายต่อสถาบันของเราอย่างยิ่ง เพราะคือเครื่องยืนยันถึงความทุ่มเทที่เรามีให้แก่เด็กๆ มาโดยตลอด ครูขอขอบพระคุณคณะครูและทีมงานที่เปรียบเสมือนฟันเฟืองสำคัญ ขอบพระคุณผู้ปกครองที่ไว้วางใจให้เราเป็นส่วนหนึ่งในเส้นทางอนาคตของบุตรหลาน และที่ขาดไม่ได้คือลูกศิษย์ทุกคนที่เป็นแรงบันดาลใจให้ครูพัฒนาการสอนในทุกๆ วัน รางวัลนี้ไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นจุดเริ่มต้นที่เราจะยกระดับมาตรฐานการศึกษาให้ดียิ่งขึ้นไปอีก” สุดท้ายก็ต้องขอขอบพระคุณ ดร.ศรีสุริยะ สะริมินยุพเรศ นายกสมาคมพัฒนาผู้ประกอบการวัยรุ่นไทยและวัยทำงาน​ ที่มอบรางวัลเกียรติยศ​ ​"หัตถานารายณ์" ครั้งที่ 2​ ปีพทธศักราช 2569 สาขาผู้บริหารด้านการส่งเสริมการศึกษายอดเยี่ยมแห่งปี ในโอกาสก่อตั้งสมาคมครบรอบ​ 12​ ปี

"ชณันภัสร์ " ​ ผู้บริหารโรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร​

รับรางวัลเกียรติยศ​ "หัตถานารายณ์ครั้งที่ 2" ปีพทธศักราช 2569​ 

สาขาผู้บริหารด้านการส่งเสริมการศึกษายอดเยี่ยมแห่งปี

     นางสาวชณันภัสร์ ไชยอักษรวิชญ์​ ผู้บริหาร โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร​ รับรางวัลเกียรติยศ​" หัตถานารายณ์ครั้งที่ 2" ปีพทธศักราช 2569​ สาขาผู้บริหารด้านการส่งเสริมการศึกษายอดเยี่ยมแห่งปี ซึ่งจัดโดย สมาคมพัฒนาผู้ประกอบการวัยรุ่นไทยและวัยทำงาน​ ณ​ คาลิปโซ่ เอเชียทีค กรุงเทพฯ​ เมื่อวันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2569


      สำหรับ "รางวัลหัตถานารายณ์" นี้เป็นรางวัลที่มอบมอบให้แก่บุคคลที่กระทำความดีโดยประจักษ์แจ้ง​ โดยมิได้หวังผลตอบแทนสิ่งอื่นใด​ มีความประพฤติและใฝ่ที่จะทำแต่ความดีอันเป็นนิจสิน​ ทางสมาคมพัฒนาผู้ประกอบการวัยรุ่นไทยและวัยทำงาน ร่วมกับ มูลนิธิเทพศรียันตรา​ จึงได้มอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้​ เพื่อประกาศเกียรติคุณ เชิดชูเกียรติยศและสร้างขวัญกำลังใจให้กับบุคคลที่ได้รับและเป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคมสืบไป


     นางสาวชณันภัสร์ ไชยอักษรวิชญ์​ ผู้บริหาร โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร กล่าวว่า​ “บ้านครูกำไร” เป็นต้นแบบสถาบันกวดวิชาที่ “ดูแลด้วยหัวใจ พัฒนาเด็กไทยสู่ความเป็นเลิศ” โดยมีจุดเด่นที่วิชาการที่เข้มข้น บรรจบกับการดูแลที่เข้าถึงใจ รวมถึงการใช้หลักสูตร “Personalized Learning” หรือการเข้าถึงศักยภาพของเด็กเป็นรายบุคคล ครูผู้สอนไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ส่งต่อความรู้ แต่ยังทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา (Mentor) ที่ช่วยปลดล็อกจุดอ่อนและเสริมจุดแข็งให้เด็กแต่ละคน ทำให้ผลการเรียนดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในระยะเวลาอันสั้น​ บ้านครูกำไรในภาพจำของผู้ปกครองคือสถาบันที่มากกว่าการกวดวิชา  สิ่งที่ทำให้ผู้ปกครองบอกต่อกันปากต่อปาก จนทำให้บ้านครูกำไรเติบโตอย่างมั่นคง คือภาพลักษณ์ของ “สถาบันการศึกษาที่มีความรับผิดชอบสูง” เน้นการสอนที่ “สนุก เข้าใจง่าย แต่ได้ผลจริง” และที่สำคัญที่สุดคือ “การดูแลเหมือนคนในครอบครัว” ทำให้เด็กๆ รู้สึกปลอดภัยและมีความสุขในการเรียนรู้ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อคะแนนสอบและความสำเร็จในระยะยาว ส่วนก้าวต่อไปก็คือการนำนวัตกรรมการสอนใหม่ๆ มาปรับใช้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ปกครองว่า บุตรหลานที่มาเรียนที่นี่จะได้รับสิ่งที่ดีที่สุด “เราให้คำมั่นสัญญาว่า จะรักษามาตรฐานการเป็นผู้บริหารยอดเยี่ยม และจะพัฒนาสถาบันแห่งนี้ให้เป็นบ้านหลังที่สองที่บ่มเพาะปัญญาและสร้างความสำเร็จให้แก่เด็กๆ อย่างยั่งยืน ผู้ปกครองทุกท่านสามารถมั่นใจได้ว่า ทุกนาทีที่บุตรหลานอยู่กับเรา คือการลงทุนเพื่ออนาคตที่มีคุณภาพที่สุด


     สำหรับผู้ปกครองที่สนใจพัฒนาศักยภาพบุตรหลาน สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร เพื่อให้เราได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในเส้นทางแห่งความสำเร็จนี้ไปด้วยกันค่ะ


      ​ นางสาวชณันภัสร์ ไชยอักษรวิชญ์​ ผู้บริหาร โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร​ กล่าวภายหลังได้รับรางวัลว่า  ​"ท่ามกลางการแข่งขันทางด้านการศึกษาที่สูงขึ้นในปัจจุบัน โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร ได้สร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จครั้งสำคัญ ด้วยการได้รับคัดเลือกให้รับรางวัลอันทรงเกียรติข รางวัลหัตถานารายณ์  สาขา “ผู้บริหารด้านการส่งเสริมการศึกษายอดเยี่ยมแห่งปี” ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้แก่ผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์โดดเด่นในการยกระดับคุณภาพการศึกษาและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่ตัวผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม​


"รางวัลนี้มีความหมายต่อสถาบันของเราอย่างยิ่ง เพราะคือเครื่องยืนยันถึงความทุ่มเทที่เรามีให้แก่เด็กๆ มาโดยตลอด ครูขอขอบพระคุณคณะครูและทีมงานที่เปรียบเสมือนฟันเฟืองสำคัญ ขอบพระคุณผู้ปกครองที่ไว้วางใจให้เราเป็นส่วนหนึ่งในเส้นทางอนาคตของบุตรหลาน และที่ขาดไม่ได้คือลูกศิษย์ทุกคนที่เป็นแรงบันดาลใจให้ครูพัฒนาการสอนในทุกๆ วัน รางวัลนี้ไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นจุดเริ่มต้นที่เราจะยกระดับมาตรฐานการศึกษาให้ดียิ่งขึ้นไปอีก”

      สุดท้ายก็ต้องขอขอบพระคุณ ดร.ศรีสุริยะ สะริมินยุพเรศ นายกสมาคมพัฒนาผู้ประกอบการวัยรุ่นไทยและวัยทำงาน​ ที่มอบรางวัลเกียรติยศ​ ​"หัตถานารายณ์" ครั้งที่ 2​ ปีพทธศักราช 2569 สาขาผู้บริหารด้านการส่งเสริมการศึกษายอดเยี่ยมแห่งปี ในโอกาสก่อตั้งสมาคมครบรอบ​ 12​ ปี 








วันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

จุฬาฯ​ เปิดพื้นที่สยาม จัดงาน “จุฬาฯ ห่วงใย แรงงานไทยแข็งแรง” ปีที่ 2​

จุฬาฯ​ เปิดพื้นที่สยาม จัดงาน “จุฬาฯ ห่วงใย แรงงานไทยแข็งแรง” ปีที่ 2​ 

รวมพลังเพื่อแรงงานไทยอย่างยิ่งใหญ่

ชูโมเดลเชื่อมโยงพลังคนอุดมศึกษา-แรงงาน เพื่อสังคมเข็มแข็งยั่งยืน


     จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ PMCU (สำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาฯ) จัดงาน “จุฬาฯ ห่วงใย แรงงานไทยแข็งแรง” เนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ 2569 วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ณ​ สยามสแควร์ วอล์กกิ้งสตรีท โดยได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้ใช้แรงงานและประชาชนที่มาเข้ารับบริการอย่างคึกคักตั้งแต่เช้า โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมงานกว่า 8,000 คน

      โดยได้รับเกียรติจาก​ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา​ วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม  (อว.)​เป็นประธานเปิดงาน​ พร้อมด้วย​ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน​ ​โดยมี​ ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ นำทีมผู้บริหาร คณบดี ตัวแทนนิสิต คณาจารย์ และบุคลากรทางการแพทย์​ และพันธมิตรองค์กรต่างๆ​ ให้การต้อนรับ


     หลังจากเปิดงาน​ ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ ได้นำ​ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา​ วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม  (อว.)​ และ​ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเยี่ยมชมกิจกรรมบูธต่างๆ แในแต่ละโซน​ ทั้งโซนตรวจสุขภาพ การให้คำปรึกษาด้านสิทธิแรงงาน และโซนพัฒนาทักษะอาชีพ ซึ่งล้วนได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานจำนวนมากรพร้อมพบปะแรงงาน​และประชาชนที่มาร่วมงาน​

      ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวว่า การจัดงาน​ “จุฬาฯ ห่วงใย แรงงานไทยแข็งแรง”​ ในครั้งนี้​ เป็นการเดินหน้าพันธกิจในการขับเคลื่อน และช่วยเหลือสังคม รวมพลังนิสิต อาจารย์ พยาบาล แพทย์ และเครือข่ายพันธมิตรทั้งโรงพยาบาล และบริษัทเอกชน ยกพื้นที่สยามสแควร์ 1 วันให้แรงงานมาใช้​สิทธรับบริการด้านสุขภาพที่ครบวงจร จากคณะสายสุขภาพของจุฬาฯ ที่รวมพลังกับโรงพยาบาลศรีสวรรค์ โรงพยาบาลพญาไท โรงพยาบาลบีเอ็นเอช และโรงพยาบาลเซ็นต์หลุยส์ ที่ยกทัพมาให้บริการเจาะเลือดเพื่อคัดกรองความเสี่ยงของโรคต่างๆ รวมถึงการให้บริการตรวจสุขภาพช่องปาก สอนการตรวจมะเร็งเต้านม คัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจความแข็งแรงของกระดูก และทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ตลอดจนให้คำปรึกษาด้านสุขภาพ ยา และอาหารตลอดทั้งวัน​ รวมทั้งกิจกรรมความบันเทิง สนุกสนาน โดยปีนี้จุฬาฯ​ ได้ร่วมงานกับพันธมิตรสำคัญอย่างช่อง​ 7HD และ GMM Grammy ที่ส่งศิลปิน​ เต๋า ทัศนัย และ J JAZZSPER มาร่วมสร้างความสนุก, การแสดงดนตรีวง “สามย่าน” จากสาขาวิชาดนตรีศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, การแสดงร้องเพลงจาก บี กมลาสน์, ปอย ภานุรัจน์ และโหน ธนากร ศิลปินสังกัด​ช่อง7HD และคอนเสิร์ตจาก แบงค์ เส้นเล็ก ศิลปินค่าย TMG Record ให้แรงงานและประชาชนทั่วไปได้มาเติมพลังทั้งร่างกาย และจิตใจ 

     ในโอกาสนี้ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษาฯ และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้กล่าวชื่นชมการจัดงานของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในครั้งนี้ว่า​ เป็นตัวอย่างของการเชื่อมโยงระหว่างภาคการศึกษาและภาคแรงงานออกมาได้อย่างเป็นรูปธรรม สามารถนำองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยมาสร้างประโยชน์ให้กับแรงงานในสังคมได้จริง

      โดย​ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษาฯ​ กล่าวว่า​ “รูปแบบการจัดงานในลักษณะนี้ ถือเป็นโมเดลที่น่าสนใจในการขยายผลจากจุฬาฯ ในพื้นที่สยามสแควร์ไปสู่พื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้สถาบันอุดมศึกษาได้เข้ามามีบทบาทในการดูแลและยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานและคนไทยได้มากยิ่งขึ้น นอกจากแรงงานจะได้รับบริการที่จำเป็นแล้ว ยังเป็นโอกาสสำคัญที่นิสิต นักศึกษาจะได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงระหว่างโลกการศึกษาและโลกการทำงานได้อย่างชัดเจน”

      ด้าน​ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน​ กล่าวตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นตั้งใจในการดูแลแรงงานทุกคนว่า “การจัดงานในครั้งนี้ เป็นงานที่ตอบโจทย์กระทรวงแรงงานที่อยากพัฒนาแรงงานของประเทศ ให้มีความเข็มแข็ง ไม่ใช่แค่ด้านร่างกายเท่านั้น แต่ยังต้องมีสุขภาวะจิตใจที่เข้มแข็ง รับมือกับความเครียด ความกดดัน สามารถทำงานได้อย่างมีความสุข มีสวัสดิการที่ดี และที่สำคัญมีความรู้ความสามารถที่ทันโลก อยากขอบคุณนิสิต อาจารย์ พยาบาล คุณหมอและทีมงานทุกๆ​ คนที่สละเวลามาดูแลแรงงานในวันนี้”



    ​ ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวต่อว่า​"การลงพื้นที่ของริงนายกรัฐมนตรี​และรัฐมนตรีทั้งสองท่านในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะบูรณาการ เชื่อมโยงศาสตร์ และทรัพยากรของทั้งสองกระทรวง ให้สามารถแลกเปลี่ยน สนับสนุน และช่วยเหลือซึ่งกันกัน ทำให้เกิดการเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน"



     การจัดงาน​ “จุฬาฯ ห่วงใย แรงงานไทยแข็งแรง”  จึงไม่เพียงเป็นกิจกรรมในวันแรงงาน​เท่านั้น​แต่เป็นความตั้งใจของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่อยากแสดงพลังของมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะนิสิต นักศึกษาที่จะจบไปเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ เป็นการเปิดเวทีให้นิสิตได้ลงมือทำงานจริง สามารถเชื่อมโยงนวัตกรรม องค์ความรู้ที่เรียนมา ไปสร้างประโยชน์คืนให้กับสังคมและประเทศชาติได้อย่างเต็มที่

     ปีนี้นับเป็นปีที่ 2 ที่จุฬาฯ เดินหน้าสานต่อแนวคิดในการสร้างสรรค์พื้นที่สยามสแควร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ใจกลางเมืองภายใต้การดูแลของ PMCU หรือสำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาฯ ให้เป็นมากกว่าพื้นที่ในเชิงพาณิชย์ แต่ยังเป็นพื้นที่สำหรับโอกาสของคนไทยทุกๆ​ คน โดยฉพาะกลุ่มคนผู้ใช้แรงงาน ที่เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศชาติ การดูแลสุขภาพ และยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับแรงงาน จึงเป็นภารกิจที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไทยให้เดินไปข้างหน้าได้อย่างเข้มแข็ง  

 

     







วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รุดลงพื้นที่ซับน้ำตา​ เยียวยาผู้ประสบอัคคีภัย บริเวณชุมชนจำลองวิทย์พัฒนา

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รุดลงพื้นที่ซับน้ำตา มอบเงินช่วยเหลือพร้อมสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น เยียวยาผู้ประสบอัคคีภัย บริเวณชุมชนจำลองวิทย์พัฒนา ภายในตรอกลิเก อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ รวมมูลค่ากว่า 4 แสนบาท 

เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

     มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่ พร้อมด้วย นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัย และนายยุทธนา ทาโคตร์ รักษาการหัวหน้าแผนกบรรเทาสาธารณภัย นำทีมเจ้าหน้าที่แผนกสาธารณภัย และเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัย ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยบริเวณชุมชนจำลองวิทย์พัฒนา ภายในตรอกลิเก ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ โดยมอบเงินสดคนละ 3,500 บาท รวม 91 คน พร้อมมอบเครื่องใช้ไฟฟ้าและสิ่งของเครื่องใช้อื่นๆ แก่ผู้ปะสบอัคคีภัย มูลค่า 2,500 บาท จำนวน 33 ชุด รวมมูลค่ากว่า 4 แสนบาท โดยมี นางสาวชุติพร เสชัง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรี ศราวุธ จันทวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ ร่วมในพิธี และคณะมูลนิธิปากน้ำโพประชานุเคราะห์ เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี ณ มูลนิธิปากน้ำโพประชานุเคราะห์ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์​ ​เมื่อวันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569


      ตลอดระยะเวลากว่า 116 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”


     ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

# ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต 

# แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน



จุฬาฯ ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน “ฝ่าวิกฤติพลังงานไทยด้วยพลังงานหมุนเวียน”

จุฬาฯ ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน “ฝ่าวิกฤติพลังงานไทยด้วยพลังงานหมุนเวียน”

หนุนนโยบายพลังงานยั่งยืนผ่านงานวิจัยที่แข็งแกร่ง

  วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาฯ ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ และ Biorefinery Hub of Knowledge ภายใต้สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดงานเสวนาวิชาการหัวข้อ “ฝ่าวิกฤตพลังงานไทยด้วยพลังงานหมุนเวียน: โอกาสหรือภาพลวง?” เพื่อวิเคราะห์เจาะลึกสถานการณ์พลังงานและศักยภาพของพลังงานสะอาดในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย  โดยมีนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน​ ​เป็นประธานกล่าวเปิดงานเสวนาวิชาการหัวข้อ​ "ฝ่าวิกฤติพลังงานไทย ด้วยพลังงานหมุนเวียน: โอกาสหรือภาพลวง?" และกล่าวปาฐกถาพิเศษ​ โดยศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร​ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวต้อนรับ​ และศาสตราจารย์ ดร.ปราโมช รังสรรค์วิจิตร​ คณบดีวิทยาลัยปีโตรเลียมและปิโตรเคมี กล่าวรายงาน​​ ณ ห้อง 105 อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย​ ​เมื่อวันที่​ 1 พฤษภาคม 2569

     ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเน้นย้ำถึงบทบาทของสถาบันการศึกษาในการเป็นเวทีกลางเพื่อขับเคลื่อนสังคม “จุฬาฯ มุ่งมั่นในการสร้างคนที่มีวิสัยทัศน์และสร้างงานวิจัยที่มีคุณภาพ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศสู่ความยั่งยืน การเสวนาครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความเข้าใจ และนำไปสู่การพัฒนาความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไทยในระยะยาว”

     ในโอกาสนี้ คุณเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้แสดงปาฐกถาพิเศษ​กล่าวถึงทิศทางนโยบายพลังงานของประเทศว่า รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการแก้ไขปัญหาพลังงานและส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนเพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ “การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดไม่ใช่เพียงแค่ทางเลือก แต่คือทางรอดของเศรษฐกิจไทยที่เราต้องร่วมมือกันทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืน”

     ส่วนทางด้าน ศาสตราจารย์ ดร.ปราโมช รังสรรค์วิจิตร คณบดีวิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาฯ เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งต้นทุนพลังงานที่ผันผวนและความมั่นคงของระบบ การจัดงาน ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับศักยภาพและข้อจำกัดของพลังงานหมุนเวียนอย่างรอบด้าน เพื่อตอบโจทย์ว่าพลังงานสะอาดจะสามารถทดแทนพลังงานหลักและขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้จริงหรือไม่




    ภายในงานยังมีการเสวนาเรื่อง "ฝ่าวิกฤติพลังงานไทย ด้วยพลังงานหมุนเวียน:โอกาสหรือภาพลวง?" โดยได้รับเกียรติจากผู้แทนภาคภาครัฐและเอกชนร่วมการเสวนา ได้แก่​ ดร.เกษดา สุทธิอัมพร ผู้แทนอธิบดีกรมธุรกิจ, ดร.สราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน, นายนที สิทธิประศาสน์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน​ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, นายศาณินทร์ ตริยานนท์ นายกสมาคมผู้ผลิตไบโอดีเซลไทย, นายกิตติศักดิ์ วัธนเวคิน นายกสมาคมการค้าผู้ผลิตเอทานอลไทย, ดร.สุมิตรา จรสโรจน์กุล อดีตผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ, รศ.ดร.ศิริพร จงผาติวุฒิ รองคณบดีวิทยาลัยปิโตรเลียม​ ​และผู้ประสานงานภาคอุตสาหกรรม Biorefinery Hub of Knowledge​ ภายใต้สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี ในฐานะหน่วยงานการศึกษาที่มีหลักสูตรนานาชาติด้านเทคโนโลยีปิโตรเลียม และพลังงาน ยืนยันความพร้อมที่จะเป็นกลไกหลักในการผลิตบุคลากรและนวัตกรรมเพื่อสนับสนุนนโยบายพลังงานสะอาดของประเทศต่อไป​โดยมี​ ดร.ณัฐพงศ์ ซื่อวิริยพันธุ์ อาจารย์วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาฯ​ เป็นผู้ดำเนินรายการพลังงาน 


จุฬาฯ ชวนคิด “ฝ่าวิกฤตภัยแล้ง” เปิดเวทีระดมความรู้รับมือซูเปอร์เอลนีโญ

จุฬาฯ ชวนคิด “ฝ่าวิกฤตภัยแล้ง”  เปิดเวทีระดมความรู้รับมือซูเปอร์เอลนีโญ  ชี้ไทยต้องเร่งปรับตัวต่อสภาพอากาศสุดขั้ว       จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลั...