วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีอัญเชิญกิ้วอ๊วงฮุกโจว เปิดมณฑลพิธีภายในศาลเจ้าไต้ฮงกง เนื่องในงานเทศกาลกินเจ ประจำปี 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีอัญเชิญกิ้วอ๊วงฮุกโจว เปิดมณฑลพิธีภายในศาลเจ้าไต้ฮงกง เนื่องในงาน​"เทศกาลกินเจ ประจำปี 2569" 

พร้อมจัดบริการอาหารเจแก่สาธุชนฟรี ตั้งแต่วันนี้ - 18 ตุลาคม 2569 ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

      มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย ดร.สุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ นายนิพนธ์ ลีละศิธร กรรมการ คณะกรรมการ ผู้ช่วยกรรมการ ร่วมในพิธีอัญเชิญกิ้วอ๊วงฮุกโจว (เทพเจ้า 9 องค์ หรือนัยหนึ่ง คือ ดาวพระเคราะห์ทั้ง 9 ดวง) เปิดมณฑลพิธีงานเทศกาลกินเจ ประจำปี 2569 โดยคณะสงฆ์อนัมนิกาย วัดอุภัยราชบำรุง (วัดญวนตลาดน้อย) โดยมี ศิษยานุศิษย์ สาธุชน เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครมูลนิธิฯ ร่วมในพิธี ณ ภายในศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง​พลับพลาไชย กรุงเทพฯ​ เมื่อวันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2569 เวลา 12.45 น.

     เนื่องในเทศกาลกินเจ ประจำปี 2569 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญชวนศิษยานุศิษย์และสาธุชนทุกท่าน ร่วมถือศีล อิ่มบุญ อิ่มใจ ศีลกินผัก ละเว้นเนื้อสัตว์ โดยระหว่างวันที่ 9 - 18 ตุลาคม 2569 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดให้มีบริการอาหารเจ (บรรจุใส่ถุง)​ แก่ประชาชนฟรี วันละ 2 มื้อ (มื้อเช้า และ กลางวัน) โดยเริ่มบริการตั้งแต่มื้อกลางวันของวันที่ 9 ตุลาคม ณ บริเวณทางเข้าสำนักงานมูลนิธิฯ 

***ทั้งนี้ มูลนิธิฯ ขอความกรุณาประชาชนผู้เข้ารับบริการอาหารเจนำถุงหิ้ว/ถุงผ้ามาบรรจุอาหารด้วยทุกครั้ง***


        นอกจากนี้ ขอเชิญทุกท่านสักการะหลวงปู่ไต้ฮง เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยระหว่าง 10-18 ตุลาคม 2569 จะมีพิธีสวดชัยมงคลคาถา ภายในศาลเจ้าไต้ฮงกง โดย คณะสงฆ์อนัมนิกาย วัดอุภัยราชบำรุง (วัดญวนตลาดน้อย) รวมทั้งขอเชิญทำบุญประทีปโคมไฟ (เต็งลั้ง) ถวายหลวงปู่ไต้ฮงเพื่อความเจริญรุ่งเรือง  

        และขอเชิญชวนประชาชนชมอุปรากรจีน (งิ้ว) ที่คณะลูกศิษย์หลวงปู่ไต้ฮงจัดถวายระหว่างวันที่ 8 – 19 ตุลาคม 2659 รวม 12 คืน ณ บริเวณฝั่งสำนักงาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ และในวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2569 เวลา 18.00 น. มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดจัดพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์รอบนอกศาลเจ้าไต้ฮงกง ตั้งจิตอธิษฐานขอพรจากเทพเจ้าเพื่อเป็นสิริมงคล โดยเชื่อว่าเมื่อรับพรจากเทพเจ้าแล้ว จะทำให้จิตใจเบิกบาน ผ่องแผ้ว มีแต่ความสุขความเจริญรุ่งเรือง จึงขอเชิญชวนสาธุชน ร่วมพิธีในวันและเวลาดังกล่าว 

****ทั้งนี้ เนื่องจากขณะนี้อยู่ในช่วงฤดูฝน ผู้มีจิตศรัทธาที่ประสงค์เข้าร่วมพิธี โปรดตรวจสอบสภาพอากาศก่อนการเดินทาง พร้อมจัดเตรียมอุปกรณ์ เตรียมพร้อมสำหรับการเข้าร่วมพิธี***

      มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอบุญบารมีหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ส่งผลให้ท่านและครอบครัว มีความสุขความเจริญตลอดไป

      ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

## มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##

วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2569

"มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง" มอบทุนการศึกษาในระดับชั้นประถม และทุนฯ ทุกระดับปีสุดท้าย​ แก่เยาวชน 5 จังหวัดภาคอีสาน

"มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง" มอบทุนการศึกษาในระดับชั้นประถม และทุนฯ ทุกระดับปีสุดท้าย​ แก่เยาวชน 5 จังหวัดภาคอีสาน


       มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เสริมสร้างอนาคตเด็กไทย มอบทุนการศึกษาในระดับชั้นประถม และทุนฯ ทุกระดับปีสุดท้าย (ทุนสัญจร) แก่เยาวชนที่ประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ 5 จังหวัดภาคอีสาน รวมงบฯ กว่า 2.25 ล้านบาท  
      มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายนิพนธ์ ลีละศิธร กรรมการ พร้อมด้วย นายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่ นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ และนายพิทักษ์พนธ์ ถูกจิตต์ รักษาการหัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ นำทีมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่มอบทุนการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษา และทุนฯ ทุกระดับปีสุดท้าย (ทุนสัญจร) ประจำปี พ.ศ. 2569 แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่ประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์  5 จังหวัดภาคอีสาน ประกอบด้วย จังหวัดมหาสารคาม กาฬสินธุ์ บุรีรัมย์ และชัยภูมิ​ โดยมี นายยุทธพร พิรุณสาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย คณะกรรมการมูลนิธิจิตกุศลขอนแก่น ร่วมในพิธี ณ โรงเรียนฮั่วเคี้ยววิทยาลัย อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น​ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2569


     การมอบทุนในครั้งนี้มีจังหวัดขอนแก่นเป็นจุดศูนย์กลางในการมอบทุนฯ รวม 53 สถาบัน 265 ทุน รวมเป็นเงินจำนวน 2,255,000 บาท (สองล้านสองแสนห้าหมื่นห้าพันบาทถ้วน) เพื่อสนับสนุนให้เยาวชนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมตามที่มุ่งหวัง เติบโตพร้อมมีวิชาความรู้ สร้างอนาคตของตนเองและครอบครัว เป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติ อีกทั้งยังเป็นการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง 
      การมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียน นิสิต และนักศึกษา เยาวชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ เป็นหนึ่งในนโยบายหลักของงานสังคมสงเคราะห์ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซึ่งดำเนินการมาแล้วเป็นเวลากว่า 51 ปี ในการสนับสนุนให้เยาวชนมีโอกาสเท่าเทียมทางการศึกษา สร้างเยาวชนให้เป็นคนดีของสังคม


       โดยเมื่อเดือนมิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ได้ดำเนินการมอบทุนฯ แก่เยาวชนในระดับชั้นประถมศึกษาไปแล้ว 1,500 ทุน และในเดือนกันยายน 2569 มูลนิธิฯ ได้มอบทุนการศึกษาต่อเนื่อง และทุนการศึกษาในปีสุดท้ายของระดับชั้นมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา รวม 910 ทุน และในวันที่​ 8 ตุลาคม 2569 มูลนิธิฯ มอบทุนการศึกษาในส่วนภูมิภาค (5 จังหวัดภาคอีสาน)  โดยมีจังหวัดขอนแก่นเป็นจุดศูนย์กลาง รวม 53 สถาบัน
       รวมงบประมาณการมอบทุนการศึกษาแก่เยาวชน นิสิต นักศึกษา ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ประจำปี 2569 เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 17,870,000 บาท (สิบเจ็ดล้านแปดแสนเจ็ดหมื่นบาทถ้วน)


       ตลอดระยะเวลากว่า 116 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ขยายขอบข่ายโครงการต่างๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนาเท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายๆ ทาง รวมถึงการพัฒนาด้านการศึกษา เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ดังปณิธานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”
       มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านที่ร่วมบริจาคสมทบทุนงานสาธารณกุศลต่างๆ กับทางมูลนิธิฯ “ทุกบาท ทุกสตางค์ ที่ท่านบริจาค สามารถร่วม ช่วยชีวิต รักษาชีวิต และสร้างชีวิต นับล้านชีวิต” 


ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung
## มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##
#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418
#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2569

ท่องเที่ยวเฮ! "เอก ศุภมิตร" ลงสมัครประธาน สทท.

ท่องเที่ยวเฮ! "เอก ศุภมิตร" ลงสมัครประธาน สทท. 

ชู 3 แนวทาง “รับฟัง : ร่วมมือ : ลงมือทำ” 

เชื่อมพลังท่องเที่ยวทั่วประเทศ  ฟื้นฟูการท่องเที่ยว

       "เอก" ศุภมิตร​ กิจจาพิพัฒน์​ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งใจที่จะนำประสบการณ์จากการทำงานในพื้นที่มาร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย จึงขอเสนอตัวเข้ารับการเลือกตั้งเป็นประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.)​ พร้อมขอโอกาสและแรงสนับสนุนจากสมาชิกทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันสร้าง สทท. ที่เปิดกว้าง รับฟังความคิดเห็น และให้สมาชิกมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการทำงาน​ พัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ตั้งเป้าการสร้างความเป็นหนึ่งเดียวทุกภูมิภาค​ รับฟังเสียงของสมาชิกและผู้ประกอบการ อย่างทั่วถึง​ พร้อมตัวกลางเชื่อมโยงภาคเอกชนกับภาครัฐ

        "เอก" ศุภมิตร กิจจาพิพัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ เปิดตัวลงสมัครเลือกตั้งประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.)​ อย่างเป็นทางการ​ พร้อมแสดงวิสัยทัศน์​ประกาศเจตนารมณ์ในการลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้ โดยมีสมาชิก ผู้ประกอบการ เครือข่าย และพันธมิตรด้านการท่องเที่ยว​ที่สนับสนุนเข้าร่วม​จำนวนมาก​อาทิ ณ.โรงแรมศิริปันนา วิลล่า รีสอร์ท แอนด์ สปา จังหวัดเชียงใหม่​ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 

         "เอก" ศุภมิตร กิจจาพิพัฒน์ แสดงวิสัยทัศน์​ถึงแนวคิดสำคัญในการทำงานคือ “รับฟัง : ร่วมมือ : ลงมือทำ” โดยเห็นว่าการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยต้องเริ่มจากการรับฟังเสียงของสมาชิกและผู้ประกอบการในทุกพื้นที่ เพราะผู้ประกอบการเป็นผู้ที่อยู่ใกล้สถานการณ์จริง รู้ทั้งความต้องการของนักท่องเที่ยว ปัญหาในการดำเนินธุรกิจ และโอกาสของแต่ละพื้นที่

: รับฟัง คือ การเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการทุกกลุ่ม ทั้งโรงแรม บริษัทนำเที่ยว ร้านอาหาร การขนส่ง แหล่งท่องเที่ยว ธุรกิจบริการ ผู้ประกอบการรายเล็ก และชุมชน มีบทบาท และต่างเชื่อมโยงกันอยู่ในประสบการณ์การเดินทางของนักท่องเที่ยว​ ความหลากหลายนี้จะเป็นพลังที่มีคุณค่า​ในการมึส่วนร่วมหาทางเดินร่วมกัน​ สามารถเสนอความคิดเห็นและสะท้อนปัญหาได้อย่างทั่วถึง เพื่อให้ สทท. เห็นภาพรวมของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างรอบด้าน

: ร่วมมือ คือ การให้สมาชิก สมาคม และเครือข่ายในพื้นที่​ ที่มีความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์    มีส่วนร่วมตั้งแต่การมองโจทย์ เสนอความคิดเห็น​ แนวทาง และกำหนดประเด็น​ จนถึงการตัดสินใจว่าเรื่องไหนควรเร่งดำเนินการก่อน เวลาลงพื้นที่ ติดขัดเรื่องอะไร เรื่องไหนที่​ ​สทท.​ ควรช่วยประสาน และโอกาสอะไรที่เราสามารถช่วยกันต่อยอดได้ คำตอบจากทุกฝ่ายจะทำให้การทำงานของคุณ​ สทท. มีทิศทางชัดเจนขึ้น ตนให้ความสำคัญกับบทบาทของสมาคมและเครือข่ายในพื้นที่ เพราะทุกท่านรู้จักผู้ประกอบการ รู้จักบริบท และทำงานใกล้ชิดกันอยู่แล้ว สามารถนำประสบการณ์จากพื้นที่หนึ่งไปแลกเปลี่ยนกับอีกพื้นที่หนึ่ง ช่วยกันเปิดโอกาสทางธุรกิจ และร่วมพัฒนาการท่องเที่ยวให้สร้างรายได้แก่คนในพื้นที่ได้มากขึ้น​ เมื่อเครือข่ายของเราเข้มแข็ง การรวบรวมปัญหา การประสานความร่วมมือ และการผลักดันข้อเสนอไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะมีพลังมากขึ้น​ 

: ลงมือทำ คือ การพูดคุยเปลี่ยนข้อเสนอและเป้าหมายร่วมกันไปสู่การปฏิบัติ โดยเรื่องที่สามารถเริ่มได้ควรเริ่มทันที ส่วนประเด็นที่ต้องอาศัยหลายหน่วยงานควรทำหน้าที่ประสาน เราควรช่วยกันประสาน และเรื่องไหนต้องใช้เวลา เราควรกำหนดขั้นตอนให้ชัด พร้อมสื่อสารความคืบหน้าว่าเดินหน้าไปถึงไหแล้ว​ ​เพื่อห้สมาชิกได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง

     "เอก" ศุภมิตร กิจจาพิพัฒน์​ กล่าวว่า​ การสมัครในครั้งนี้ ตนตั้งใจนำประสบการณ์จากการทำงานในพื้นที่ มาร่วมทำงานกับสมาชิกและเครือข่ายทั่วประเทศ ด้วยความพร้อมที่จะรับฟัง เรียนรู้ และลงมือทำไปด้วยกัน จึงมาขอทั้งโอกาสและการสนับสนุนจากทุกท่าน ขอให้ช่วยสะท้อนความคิดเห็น แนะนำสิ่งที่ควรทำ และร่วมกันสร้างสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยที่สมาชิกเข้าถึงได้ มีส่วนร่วมได้ และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยวต่อไป

      และยังกล่าวย้ำถึงความสำคัญของพันธมิตรจากทุกภาคส่วน เสียงของสมาชิกและเครือข่ายในทุกพื้นที่มีความสำคัญมากครับ เพราะเสียงเหล่านี้มีทั้งประสบการณ์ด้านตลาด การพัฒนาบุคลากร เครือข่ายในพื้นที่ และองค์ความรู้เฉพาะด้าน​ ที่จะช่วยให้​ สทท. มองเห็นภาพการท่องเที่ยวไทยได้ครบขึ้น และกำหนดทิศทางได้ตรงกับสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการจริงๆ เป็นพลังสำคัญในการสร้างโอกาสทางธุรกิจและพัฒนาการท่องเที่ยวให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ประกอบการและชุมชน    

*** ผมอยากเห็นสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเป็นสภาฯ ที่สมาชิกเข้าถึงได้ มีส่วนร่วมได้ และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาธุรกิจของพวกเรา​ ***

#ชาวท่องเที่ยวสนับสนุน​ "เอก ศุภมิตร" นั่งประธาน สทท. 

 


 

 


 

 


 


 


 


 


 

 


วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดทีมสาธารณภัยลงพื้นที่จังหวัดน่าน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดทีมสาธารณภัยลงพื้นที่จังหวัดน่าน 

เยียวยา แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่ผู้ประสบภัยอุทกภัย

       มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินหน้าโครงการฟื้นฟูหลังน้ำลด จัดทีมสาธารณภัยลงพื้นที่จังหวัดน่าน เยียวยา แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่ผู้ประสบภัยอุทกภัย พร้อมมอบเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต รวมมูลค่ากว่า 7 แสนบาท

       ตามที่ประเทศไทยเกิดอุทกภัยในหลายภูมิภาค สร้างความเสียหายทั้งในชีวิตและทรัพย์สิน นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ มอบหมายให้ นายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่มูลนิธิฯ เร่งสั่งการให้ฝ่ายสาธารณภัยเดินหน้าโครงการฟื้นฟูหลังน้ำลดทันที โดยเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัย นำทีมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่จังหวัดน่าน แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบด้วย ข้าวสาร ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำมัน และน้ำปลา บรรจุถุงผ้ามูลนิธิฯ แจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัย ณ ที่ว่าการอำเภอปัว และอำเภอท่าวังผา รวม 1,500 ชุด พร้อมมอบเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตรายละ 20,000 บาท จำนวน 1 ราย รวมงบประมาณในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 715,000 บาท (เจ็ดแสนหนึ่งหมื่นห้าพันบาทถ้วน) โดยมี ผู้แทนจากหน่วยงานรัฐ พร้อมด้วย คณะชมรมพ่อค้าน่าน สมาคมฮงสุนน่าน ศาลเจ้าปึงเถ่ากงน่าน เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี


       นับตั้งแต่เกิดเหตุอุทกภัย มูลนิธิฯ ได้ส่งทีมตอบโต้ภัยพิบัติ ประกอบด้วย กู้ภัย กู้ชีพ อาสาสมัคร  พร้อมอุปกรณ์ตอบโต้ภัยพิบัติ เรือท้องแบน อุปกรณ์กู้ภัยทางน้ำ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า รถยกสูง 4x4 รถพยาบาลขับเคลื่อน 4 ล้อ เสื้อชูชีพ น้ำดื่ม ชุดยาสามัญประจำบ้าน ฯลฯ ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอุทกภัยในทันที พร้อมจัดตั้งโรงครัวเคลื่อนที่ และเปิดลานมูลนิธิฯ แพ็กถุงยังชีพฉุกเฉิน เพื่อให้ทีมบรรเทาฯ นำลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่อเนื่อง โดยผู้ประสบภัยในพื้นที่ต้องการขอความช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ที่ "สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418 ตลอด 24 ชั่วโมง" 

ทั้งนี้ มูลนิธิฯ ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินและเร่งเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้านต่างๆ ต่อไป

       มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอส่งกำลังใจให้พี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยอุทกภัย เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ทุกท่านทุกนาย

“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

#มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งรวมพลังส่งต่อธารน้ำใจสู้ภัยน้ำท่วม

#น้ำท่วม

วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2569

ทปอ. จับมือสยามสแควร์ รวมพลังมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ จ้ดงาน “SIAM YOUTH SQUARE”

ทปอ. จับมือสยามสแควร์ รวมพลังมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ จ้ดงาน “SIAM YOUTH SQUARE”

เปลี่ยนพื้นที่กลางเมืองเป็นเวทีแจ้งเกิดของเยาวชนไทย


      ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ร่วมกับ สยามสแควร์ ภายใต้การบริหารของ PMCU (สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) และมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ เปิดพื้นที่ใจกลางเมืองฉลองวันเยาวชนแห่งชาติ กับงาน “SIAM YOUTH SQUARE” ระหว่างวันที่ 18–20 กันยายน 2569 ณ SIAM SQUARE WALKING STREET​ ภายใต้แนวคิด “THE STREET IS YOUR STAGE” เพื่อเปลี่ยนพื้นที่ใจกลางเมืองเป็นเวที​ เปิดให้เยาวชนไทยจากทั่วประเทศ


      ความร่วมมือครั้งนี้เชื่อมโยงเครือข่ายมหาวิทยาลัยทั่วประเทศเข้ากับพื้นที่สาธารณะใจกลางเมือง เปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษา และเยาวชนจากหลากหลายภูมิภาค ได้ก้าวออกจากพื้นที่มหาวิทยาลัยมาสู่เวทีจริงกลางสยามสแควร์ เพื่อแสดงศักยภาพ ความสามารถ และพลังสร้างสรรค์ในหลากหลายรูปแบบ​ พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้คนและนักท่องเที่ยวได้สัมผัสความสามารถของเยาวชนไทยจากทั่วประเทศ

      ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย และอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า​ “วันนี้สยามสแควร์กำลังก้าวสู่การเป็น Youth Square ที่ไม่ได้เป็นพื้นที่ของเยาวชนเฉพาะในกรุงเทพฯ แต่เป็นพื้นที่ของเยาวชนจากทั่วประเทศ เราต้องการเปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษา และคนรุ่นใหม่จากทุกภูมิภาค ได้นำความสามารถ ตัวตน และความคิดสร้างสรรค์มาแสดงบนพื้นที่ใจกลางเมือง ขณะเดียวกัน ผู้คนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังสยามสแควร์ ก็จะได้เห็นศักยภาพและความหลากหลายของเยาวชนไทยจากทั่วประเทศผ่านพื้นที่แห่งนี้”

      ครั้งนี้เป็นครั้งแรกในการรวมพลังมหาวิทยาลัยทั่วประเทศกว่า 20 แห่ง ประกาศพลังเยาวชนไทยใจกลางสยาม โดย ทปอ. ได้ร่วมกับสยามสแควร์เปิดพื้นที่ให้วงดนตรีจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ได้แก่ วง CU Band และวงครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, วงบางโพโลใจ มหาวิทยาลัยมหิดล, KU BAND มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, วง Hews มหาวิทยาลัยศิลปากร, วงม้าคกะสันต์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, วง Naresuan Wind Ensemble มหาวิทยาลัยนเรศวร, วง Singkai Fusion Cultural Band มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, วง DIMINISH มหาวิทยาลัยพะเยา, วง Heartix มหาวิทยาลัยสวนดุสิต, วง NMU Band  มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช, วง STIN Band สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย, วงดนตรีไทย สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดาไทย, และวงอาครู ๑๓๗ สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา มาร่วมแสดงความสามารถ พร้อมถ่ายทอดเอกลักษณ์และวัฒนธรรมจากแต่ละภูมิภาคผ่านเสียงดนตรี​ และตลอดเส้นทาง Walking Street ยังเปิดพื้นที่ University Market ฟรีสำหรับนิสิตและนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศให้นำสินค้า งานออกแบบ และผลงานสร้างสรรค์มาทดลองขายจริง เป็นอีกหนึ่งโอกาสในการต่อยอดความคิดสร้างสรรค์สู่ประสบการณ์ทางธุรกิจ 

      อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของ SIAM YOUTH SQUARE คือการต่อยอด 3 จุดแสดงความสามารถบน SIAM SQUARE WALKING STREET ให้มี Concept, Curation และ Programming ที่ชัดเจนขึ้น โดยสยามสแควร์จับมือกับพันธมิตรและคอมมูนิตี้ที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อพัฒนาพื้นที่จาก Busking สู่ Street Performance Destination ที่มีเอกลักษณ์ และสามารถดึงดูดทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยว เช่นเดียวกับ Walking Street ในเมืองสำคัญระดับโลก​ เริ่มจาก “สยามแจ้งเกิด” ความร่วมมือระหว่างสยามสแควร์และ Yamaha Music ที่เปิด “เวทีแรก” ให้กับเยาวชนที่มีความสามารถ โดยสนับสนุนเครื่องดนตรีและอุปกรณ์สำหรับการแสดง เพื่อให้โอกาสไม่ถูกจำกัดด้วยต้นทุน

ต่อด้วย SIAM RISING STAGE บริหารพื้นที่โดย AIS SIAM ในฐานะ “เวทีต่อยอด” ที่เปิดโอกาสให้ศิลปินและนักแสดงรุ่นใหม่ได้ร่วมแสดงและ Featuring กับศิลปินที่มีชื่อเสียง เพื่อสร้างประสบการณ์การทำงานและการแสดงบนเวทีจริงกลางสยามสแควร์​ 

และ “ท้ายสยาม” พื้นที่ Creative Sandbox ที่สยามสแควร์ร่วมกับคอมมูนิตี้ด้านละครเวทีและ Street Performance นำโดย คุณหลุยส์ กฤษณ์ สงวนปิยะพันธ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง The Blind Theatre Thailand เปิดพื้นที่ให้เยาวชนรวมกลุ่ม ทดลอง และสร้างกิจกรรมใหม่ ๆ ตั้งแต่ละครเวที Performance Art ไปจนถึง Street Performance ในหลากหลายรูปแบบ

     นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการแสดงสดจากวงดนตรีเยาวชนจากรายการ High Zcool Band ของ Workpoint ที่จะก้าวออกจากเวทีการแข่งขันมาพบผู้ชมกลางสยามสแควร์เป็นครั้งแรก พร้อม Siam Youth Parade ขบวนที่รวมพลังเยาวชนจากหลากหลายความสามารถ ทั้ง Marching Band ดนตรีไทย การเต้น Cosplay Character Performance Street Art และ Fashion​ SIAM YOUTH SQUARE จึงไม่ใช่เพียงกิจกรรมเฉลิมฉลองวันเยาวชนแห่งชาติ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่าง ทปอ. มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ พันธมิตรภาคเอกชน และสยามสแควร์ ในการเปลี่ยนพื้นที่ใจกลางเมืองให้เป็น พื้นที่แห่งโอกาสของเยาวชนไทย และผลักดันสยามสแควร์สู่การเป็น Youth Square ที่เยาวชนจากทั่วประเทศสามารถมาแสดงความสามารถ เติบโต และถูกค้นพบได้







วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2569

กองทุนกีฬา หนุนจัด ไทยซีเนียร์ ทัวร์ แข่งรายการที่ 4เอสเอที-เอ็นเอสดีเอฟ

กองทุนกีฬา หนุนจัด ไทยซีเนียร์ ทัวร์ แข่งรายการที่ 4เอสเอที-เอ็นเอสดีเอฟ 

ชิง 1.5 ล้าน ณ​ อัลไพน์ เชียงใหม่ 1-3 ก.ย.​ 69

     สมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพอาวุโสไทย จัดงานแถลงข่าวการแข่งขันกอล์ฟ ไทย ซีเนียร์ ทัวร์ รายการที่ 4 ในรายการ SAT - NSDF THAI SENIOR TOUR # 4 ที่สนาม อัลไพน์ กอล์ฟ รีสอร์ท เชียงใหม่ จ.ลำพูน ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 1-3 กันยายน​ 2569​ นี้ โดยจัดแถลงข่าวที่ โรงแรมเอสซี ปาร์ค กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ท่ามกลางสมาชิกนักกอล์ฟอาชีพอาวุโส และสื่อมวลชน ร่วมงานแถลงข่าวกันอย่างคับคั่ง​ ในงานนี้ บิ๊กเล็ก-สุทิน ดรุณโยธิน นายกสมาคมฯ ขอบคุณสปอนเซอร์ รวมถึงสมาชิกที่ได้มอบอุปกรณ์กอล์ฟ เพื่อไปใช้ในโครงการของมูลนิธิกีฬากอล์ฟไทย เสริมสร้างให้เยาวชนเรียนรู้กีฬากอล์ฟอย่างมีระบบ

    การแข่งขัน ไทยซีเนียร์ ทัวร์ ในครั้งนี้​ ได้รับการสนับสนุนหลักจาก การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ร่วมกับ กองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ โดยมีเหล่าสปอนเซอร์ต่างๆ อาทิ เซน กอล์ฟ แฟคตอรี่ย์, บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน), ยูทิลิตี้ พลัส, บริษัท โซโก้ ไจเอ้นท์ มาเลเซีย, ขวัญเรือน ปาร์ค รีสอร์ท, สนามภูเก็ต คันทรี คลับ, บริษัท ชูโฟทิค จำกัด, บริษัท ซีเอสวี เอเนอร์จี้, ศักดิ์สยามกรุ๊ป, ออโต้ พาวเวอร์ ออโต้ เฟลกซ์, วัลเลซ, บูรพาคอนกรีต สาขาเชียงใหม่, บริษัท ริดา ควอลิตี้ กรุ๊ป จำกัด และ สนามอัลไพน์ กอล์ฟ รีสอร์ท เชียงใหม่

     นายสุทิน ดรุณโยธิน นายกสมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพอาวุโสไทย เผยถึงการแข่งขันรายการนี้ว่า "นับเป็นโอกาสที่ดีในการจัดการแข่งขัน ไทยซีเนียร์ ทัวร์ รายการ เอสเอที-เอ็นเอสดีเอฟ ไทยซีเนียร์ ทัวร์ รายการที่ 4 ซึ่งได้รับความสนใจจากนักกอล์ฟซุปเปอร์สตาร์ชั้นแนวหน้าของไทย อย่าง อุดร ดวงเดชา, เชาวลิต ผลาผล, ประหยัด มากแสง ฯลฯ รวมถึงนักกอล์ฟชั้นนำจาก ซีเนียร์เจแปนทัวร์ อีก 15 คน และนักกอล์ฟแนวหน้าจากยุโรป การจัดแข่งขันที่เชียงใหม่ในครั้งนี้ ยังมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจลงสู่ท้องถิ่น รวมทั้งยังเป็นการโปรโมทการท่องเที่ยวให้กับประเทศไทยอีกด้วย"

      นายสุรพล จำรูญ หัวหน้างานพัฒนากีฬาอาชีพ กล่าวว่า "เป็นเรื่องที่ดีในการจัดการแข่งขันรายการนี้ขึ้น ในฐานะภาครัฐ อยากเห็นกีฬากอล์ฟเข้าถึงทุกภาคส่วน และมองว่าการแข่งขันรายการนี้ยังกระตุ้นความตื่นตัวในกีฬากอล์ฟ อีกทั้งเป็นการส่งเสริมการออกกำลังกาย"

      นายมนตรี หาญใจ นายกสมาคมกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ เผยว่า "ดีใจที่ทางเชียงใหม่ ได้รับความไว้วางใจจาก สมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพอาวุโสไทย  ซึ่งเรามีความพร้อมในการจัดการแข่งขัน เพื่อต้อนรับนักกอล์ฟอาวุโส และครอบครัวในครั้งนี้"

      นายณธรรศ สิทธิกล ผู้จัดการทั่วไป สนามกอล์ฟ อัลไพน์ กอล์ฟ รีสอร์ท เชียงใหม่ กล่าวว่า "เราพร้อมให้การต้อนรับนักกอล์ฟ และผู้ติดตามทุกคน อีกทั้งยังมีบริการด้านโรงแรมที่พักให้กับนักกีฬา ดังนั้นเชื่อมั่นว่าเราพร้อม หวังว่ารายการนี้จะประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี"

       รายการนี้เปิดโอกาสให้สมาชิกที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป เล่นแบบสโตรคเพลย์ 3 วัน 54 หลุม หลังจบการเล่น 36 หลุมตัดตัวนักกอล์ฟที่อันดับ 60 รวมเสมอ เพื่อเข้าไปเล่นในรอบชิงเงินรางวัล การแข่งขันมีนักกีฬาเข้าร่วมทั้งสิ้น 156 ราย แบ่งเป็น นักกีฬาจากอันดับ ไทยซีเนียร์ ทัวร์ แรงกิ้ง 1-40 คน, นักกอล์ฟที่ผ่านการคัดเลือกทั้งสิ้น 81 คน และนักกอล์ฟรับเชิญจากสปอนเซอร์จำนวน 35 คน

       ในงานแถลงข่าววันเดียวกันนี้ นายสุทิน ดรุณโยธิน นายกสมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพอาวุโสไทย ในฐานะประธานมูลนิธิกีฬากอล์ฟไทย ยังได้มอบอุปกรณ์กีฬากอล์ฟที่ได้รับบริจาคจากทางสมาชิกให้กับ คุณ เรวดี ต.สุวรรณ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิกีฬากอล์ฟไทย เพื่อโครงการสอนกีฬากอล์ฟในโรงเรียนต่างๆ (School Golf Root Center) เป็นการทำงานร่วมกับ The R&A Foundation เพื่อส่งเสริมและขยายโอกาสให้กับเยาวชนในโรงเรียนต่างจังหวัด ได้รู้จักกีฬากอล์ฟมากขึ้น ก่อนหน้านี้ได้จัดโครงการนำร่องรุ่นที่ 1 ที่ โรงเรียนเทศบาล 2 วัดเสนานฤมิตร จังหวัดสระบุรีๅ

วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ยกทัพชุดเครื่องอุปโภคบริโภคและค่าพาหนะ แจกจ่ายแก่ผู้ยากไร้ รวม 3,000 ชุด เนื่องในงานประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ยกทัพชุดเครื่องอุปโภคบริโภคและค่าพาหนะ แจกจ่ายแก่ผู้ยากไร้ รวม 3,000 ชุด เนื่องในงานประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2569 

เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา 

ณ คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สาขาศรีราชา จังหวัดชลบุรี

         เมื่อวันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2569​ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ นายชาญกิจ วิทยาวรากรณ์ กรรมการ นายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ กรรมการ และ ดร.เสาวนีย์ เตชะไพบูลย์ ภริยาประธานกรรมการ/อาสาสมัครกิตติมศักดิ์ จัดพิธีแจกข้าวสารพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค เนื่องในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2569 ให้กับประชาชนผู้ยากไร้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงคลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สาขาศรีราชา จำนวน 3,000 ชุด ซึ่งในปีนี้จัดเพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาทั้งชุดเครื่องอุปโภคบริโภคและค่าพาหนะ สิ่งของที่แจกประกอบด้วย ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำปลา น้ำมันพืช และขนม บรรจุถุงผ้ามูลนิธิฯ พร้อมมอบค่าพาหนะคนละ 200 บาท เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ยากไร้ สอดรับกับค่าครองชีพในปัจจุบันที่เพิ่มขึ้น โดยมี นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางสาวสุวรรณี มะโนสม ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านบัญชีและการเงิน/รักษาการผู้จัดการ คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สาขาศรีราชา, สหคลินิกสมิติเวช เจ พาร์ค, คณะพุทธสมาคมเพียวเยี้ยงไท้ ศรีราชา, บริษัท แปซิฟิคพาร์ค ศรีราชา จำกัด, ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ และอาสาสมัครมูลนิธิฯ อาทิ นางศิริพร โอภาสวงศ์ อาสาสมัครกิตติมศักดิ์ และนางศิริวรรณ โอภาสวงศ์ อาสาสมัครกิตติมศักดิ์ ร่วมในพิธี ณ บริเวณคลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สาขาศรีราชา จังหวัดชลบุรี

     งานประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี พ.ศ. 2569 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้เพิ่มจำนวนชุดเครื่องอุปโภคบริโภคให้มากกว่าปีที่ผ่านมา ให้สอดรับกับปริมาณผู้ที่มารอรับและค่าครองชีพในปัจจุบันที่เพิ่มขึ้น เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนขั้นต้น ช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนของผู้ยากไร้ รวมถึงขยายพื้นที่ในแจกจ่ายสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ยากไร้ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยเมื่อวันที่ 16 และ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ได้แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค ณ บริเวณสุสานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร และปล่อยคาราวานจากศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาวฯ แจกจ่ายให้แก่ผู้ยากไร้ 6 เขต กรุงเทพฯ และยังมีกำหนดแจกเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่ผู้ยากไร้อีก 1 แห่งในวันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2569 ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ รวมทั้งมอบให้แก่องค์กรต่างๆ รวมแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคเนื่องในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2569 แก่ผู้ยากไร้ 3 จังหวัด คิดเป็นมูลค่า 15.8 ล้านบาท

     สำหรับสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาที่ประสงค์ร่วมงานมหาบุญ มหากุศล ในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2569 นี้ ยังคงสามารถ ร่วมสักการะหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) และทำบุญบริจาคชุดข้าวสาร อุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับทั้งที่เป็นญาติและไม่ใช่ญาติ พร้อมกับได้ทำทานให้ผู้ยากไร้ ได้ตั้งแต่บัดนี้ - วันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2569 ทั้งที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย และ ทำบุญ “ทิ้งกระจาดออนไลน์” ผ่านเว็บไซต์ https://pttfny.net/newsh ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สามารถดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

      มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอบุญบารมีองค์หลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ดลบันดาลให้ผู้มีจิตศรัทธา เจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร และครอบครัวของทุกท่าน ที่มีส่วนร่วมในงานมหาบุญ มหากุศลนี้ มีความสุข ความเจริญ สุขภาพร่างกายแข็งแรงตลอดปี ตลอดไป

“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีอัญเชิญกิ้วอ๊วงฮุกโจว เปิดมณฑลพิธีภายในศาลเจ้าไต้ฮงกง เนื่องในงานเทศกาลกินเจ ประจำปี 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีอัญเชิญกิ้วอ๊วงฮุกโจว เปิดมณฑลพิธีภายในศาลเจ้าไต้ฮงกง เนื่องในงาน​"เทศกาลกินเจ ประจำปี 2569"  พร้อมจัดบร...