วันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เข้าพบ รมว.กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อปรีกษาหารือแนวทางสนับสนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เข้าพบ รมว.กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อปรีกษาหารือแนวทางสนับสนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย


นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) พร้อมด้วยคณะกรรมการสภาฯ ได้แก่ ว่าที่ร้อยตรีเอนกนุรักษ์ นายธเนศ วรศรัณย์ นายโสพนา บุญสวยขวัญ คุณมาริสา สุโกศล หนุนภักดี รอง ประธาน สทท. รองฯประธาน สทท.นายชัยพร ศุภนิมิตวิเศษกุล นายกิตติ พรศิวะกิจนายเด่น มหาวงศนันท์และนายสรรเพ็ชญ ศรีสวัสดิ์ผู้ช่วยประธาน สทท.เข้าพบนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อปรึกษาหารือแนวทางสนับสนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยณ ห้องประชุมวชิราวุธกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อ วันพุธที่3 กุมภาพันธ์  2564  ที่ผ่านมา


หลังเข้าพบและปรึกษาหารือกับนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแล้ว นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า ท่านรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญกับแนวทางสนับสนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยเป็นอย่างดีเยี่ยมโดยมีแนวทางในการขอการสนับสนุนคลังความรู้ ในการ Upskill/Reskill /New skill ร่วมกับนักประสบการณ์ของ สทท. ทำหลักสูตรระยะสั้น เพิ่มศักยภาพของแรงงานและ Transform คนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ตกงาน จะได้ทำอาชีพใหม่

นายกิตติ พรศิวะกิจ ผู้ช่วยประธาน สทท. กล่าวเสริมว่า สทท. เราจะทำTourism Labor Bankหรือ ธนาคารแรงงานภาคการท่องเที่ยว คือ ศูนย์รวมคนงาน และความรู้ เพื่อรักษาการจ้างงานและพัฒนาบุคลากรวงการท่องเที่ยว สำหรับการเตรียมความพร้อมในการแข่งขันยุค Next Normal

Tourism Labor Bank ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ 

(1) Collect  เพื่อรวบรวมข้อมูลและทักษะของผู้ว่างงาน และผู้ประกอบการที่ต้องการจ้างงานและทักษะที่ต้องการ เพื่อสร้าง Big data แรงงานท่องเที่ยวและคาดการณ์ Future Demand 

(2) Develo คือ ส่วนของการพัฒนา Upskill / Reskill เพื่อพัฒนาแรงงานให้ได้ทักษะที่ต้องการในอนาคต เช่น การตลาดดิจิตอล การดูแลผู้สูงวัย อาหารเพื่อสุขภาพ 

(3) Matching คือส่วนของการจับคู่ผู้ว่างงานกับผู้จ้างงาน ตามทักษะที่เหมาะสม โดยอาจจะเป็นการจ้างงงานแบบระยะยาว แบบสัญญาระยะสั้น หรือ แบบรายวัน โดยแรงงานที่เหลือนำไปพัฒนา SME แลการท่องเที่ยวท้องถิ่น  โดยงบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐ โดยอาจเป็นแบบ Co-payment หรือ การสนับสนุนผ่านงบประมาณโครงการเงินกู้ฟื้นฟูประเทศ ให้ผู้ทำงานและผู้เรียนได้รับเบี้ยเลี้ยงวันละ 300-500 บาท

ในส่วนของบริษัทท่องเที่ยวและรถโดยสารไม่ประจำทางนั้นนายเด่น มหาวงศนันท์ผู้ช่วยประธาน สทท. กล่าวว่า สทท.เราก็นำเสนอโครงการ ยกขบวนเที่ยวไทย ภูมิใจช่วยชาติ” ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ หน่วยงาน และโรงเรียน วิทยาลัยอาชีวศึกษา ทั่วประเทศ นำนักเรียน นักศึกษาเที่ยวผ่านทัวร์ในโครงการ “เยาวชนไทย เที่ยวไทย หัวใจรักชาติ” เพื่อให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ในอัฒลักษณ์ เอกลักษณ์ ประวัติศาสตร์ของไทยมีความผูกพันและมีความรักชาติ ซึ่งถือเป็นการเปิดมุมมองใหม่ในการท่องเที่ยวในประเทศไทย และเป็นการช่วยการท่องเที่ยวในส่วนของรถโดยสารมัคคุเทศก์ ไกด์ ชุมชน ร้านอาหาร โรงแรม สวนสนุก ฯลฯ ซึ่งถือว่าเป็นการ Restart ท่องเที่ยวไทย

นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวเสริมปิดท้ายว่า วันนี้เป็นครั้งแรกในที่ สทท. มาปรึกษาหารือกับนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และท่านรัฐมนตรีฯ ก็ได้ให้ความสำคัญกับแนวทางที่ทาง สทท. ปรึกษาหารือและเสนอไปทำให้ทางคณะกรรมการ สทท.มีกำลังใจในการทำงาน และจะมีการตั้งคณะทำงานระหว่าง สทท. กับทางกระทรวงศึกษาธิการมาหารือในขั้นตอนที่จะลงรายละเอียดในโครงการต่างๆ ต่อไป อย่างเช่นโครงการ เยาวชนไทย เที่ยวไทย หัวใจรักชาติ ซึ่งจะตอบโจทย์การท่องเที่ยวได้



 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

"ชณันภัสร์ " ​ ผู้บริหารโรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร​ รับรางวัลเกียรติยศ​ "หัตถานารายณ์ครั้งที่ 2" ปีพทธศักราช 2569​ สาขาผู้บริหารด้านการส่งเสริมการศึกษายอดเยี่ยมแห่งปี นางสาวชณันภัสร์ ไชยอักษรวิชญ์​ ผู้บริหาร โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร​ รับรางวัลเกียรติยศ​" หัตถานารายณ์ครั้งที่ 2" ปีพทธศักราช 2569​ สาขาผู้บริหารด้านการส่งเสริมการศึกษายอดเยี่ยมแห่งปี ซึ่งจัดโดย สมาคมพัฒนาผู้ประกอบการวัยรุ่นไทยและวัยทำงาน​ ณ​ คาลิปโซ่ เอเชียทีค กรุงเทพฯ​ เมื่อวันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2569 สำหรับ "รางวัลหัตถานารายณ์" นี้เป็นรางวัลที่มอบมอบให้แก่บุคคลที่กระทำความดีโดยประจักษ์แจ้ง​ โดยมิได้หวังผลตอบแทนสิ่งอื่นใด​ มีความประพฤติและใฝ่ที่จะทำแต่ความดีอันเป็นนิจสิน​ ทางสมาคมพัฒนาผู้ประกอบการวัยรุ่นไทยและวัยทำงาน ร่วมกับ มูลนิธิเทพศรียันตรา​ จึงได้มอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้​ เพื่อประกาศเกียรติคุณ เชิดชูเกียรติยศและสร้างขวัญกำลังใจให้กับบุคคลที่ได้รับและเป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคมสืบไป นางสาวชณันภัสร์ ไชยอักษรวิชญ์​ ผู้บริหาร โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร กล่าวว่า​ “บ้านครูกำไร” เป็นต้นแบบสถาบันกวดวิชาที่ “ดูแลด้วยหัวใจ พัฒนาเด็กไทยสู่ความเป็นเลิศ” โดยมีจุดเด่นที่วิชาการที่เข้มข้น บรรจบกับการดูแลที่เข้าถึงใจ รวมถึงการใช้หลักสูตร “Personalized Learning” หรือการเข้าถึงศักยภาพของเด็กเป็นรายบุคคล ครูผู้สอนไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ส่งต่อความรู้ แต่ยังทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา (Mentor) ที่ช่วยปลดล็อกจุดอ่อนและเสริมจุดแข็งให้เด็กแต่ละคน ทำให้ผลการเรียนดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในระยะเวลาอันสั้น​ บ้านครูกำไรในภาพจำของผู้ปกครองคือสถาบันที่มากกว่าการกวดวิชา สิ่งที่ทำให้ผู้ปกครองบอกต่อกันปากต่อปาก จนทำให้บ้านครูกำไรเติบโตอย่างมั่นคง คือภาพลักษณ์ของ “สถาบันการศึกษาที่มีความรับผิดชอบสูง” เน้นการสอนที่ “สนุก เข้าใจง่าย แต่ได้ผลจริง” และที่สำคัญที่สุดคือ “การดูแลเหมือนคนในครอบครัว” ทำให้เด็กๆ รู้สึกปลอดภัยและมีความสุขในการเรียนรู้ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อคะแนนสอบและความสำเร็จในระยะยาว ส่วนก้าวต่อไปก็คือการนำนวัตกรรมการสอนใหม่ๆ มาปรับใช้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ปกครองว่า บุตรหลานที่มาเรียนที่นี่จะได้รับสิ่งที่ดีที่สุด “เราให้คำมั่นสัญญาว่า จะรักษามาตรฐานการเป็นผู้บริหารยอดเยี่ยม และจะพัฒนาสถาบันแห่งนี้ให้เป็นบ้านหลังที่สองที่บ่มเพาะปัญญาและสร้างความสำเร็จให้แก่เด็กๆ อย่างยั่งยืน ผู้ปกครองทุกท่านสามารถมั่นใจได้ว่า ทุกนาทีที่บุตรหลานอยู่กับเรา คือการลงทุนเพื่ออนาคตที่มีคุณภาพที่สุด สำหรับผู้ปกครองที่สนใจพัฒนาศักยภาพบุตรหลาน สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร เพื่อให้เราได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในเส้นทางแห่งความสำเร็จนี้ไปด้วยกันค่ะ ​ นางสาวชณันภัสร์ ไชยอักษรวิชญ์​ ผู้บริหาร โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร​ กล่าวภายหลังได้รับรางวัลว่า ​"ท่ามกลางการแข่งขันทางด้านการศึกษาที่สูงขึ้นในปัจจุบัน โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร ได้สร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จครั้งสำคัญ ด้วยการได้รับคัดเลือกให้รับรางวัลอันทรงเกียรติข รางวัลหัตถานารายณ์ สาขา “ผู้บริหารด้านการส่งเสริมการศึกษายอดเยี่ยมแห่งปี” ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้แก่ผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์โดดเด่นในการยกระดับคุณภาพการศึกษาและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่ตัวผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม​ "รางวัลนี้มีความหมายต่อสถาบันของเราอย่างยิ่ง เพราะคือเครื่องยืนยันถึงความทุ่มเทที่เรามีให้แก่เด็กๆ มาโดยตลอด ครูขอขอบพระคุณคณะครูและทีมงานที่เปรียบเสมือนฟันเฟืองสำคัญ ขอบพระคุณผู้ปกครองที่ไว้วางใจให้เราเป็นส่วนหนึ่งในเส้นทางอนาคตของบุตรหลาน และที่ขาดไม่ได้คือลูกศิษย์ทุกคนที่เป็นแรงบันดาลใจให้ครูพัฒนาการสอนในทุกๆ วัน รางวัลนี้ไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นจุดเริ่มต้นที่เราจะยกระดับมาตรฐานการศึกษาให้ดียิ่งขึ้นไปอีก” สุดท้ายก็ต้องขอขอบพระคุณ ดร.ศรีสุริยะ สะริมินยุพเรศ นายกสมาคมพัฒนาผู้ประกอบการวัยรุ่นไทยและวัยทำงาน​ ที่มอบรางวัลเกียรติยศ​ ​"หัตถานารายณ์" ครั้งที่ 2​ ปีพทธศักราช 2569 สาขาผู้บริหารด้านการส่งเสริมการศึกษายอดเยี่ยมแห่งปี ในโอกาสก่อตั้งสมาคมครบรอบ​ 12​ ปี

"ชณันภัสร์ " ​ ผู้บริหารโรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร​ รับรางวัลเกียรติยศ​ "หัตถานารายณ์ครั้งที่ 2" ปีพทธศักราช 2569​  สาขา...