วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

รถยนต์ของเทศบาลเมืองคลองหลวงจอดเสียนานเป็นปี ทำไมถึงไม่ได้ซ่อมแซม เป็นเพราะสาเหตุอันใด

รถยนต์ของเทศบาลเมืองคลองหลวงจอดเสียนานเป็นปี ทำไมถึงไม่ได้ซ่อมแซม เป็นเพราะสาเหตุอันใด

          จากกรณีมีผู้ร้องเรียนไปยังชมรมมวลชนต้านคอรัปชั่นว่า มาเทศบาลเมืองคลองหลวง เห็นรถยนต์ของเทศบาลเมืองคลองหลวงซึ่งยังมีสภาพใหม่ จอดเสียเป็นปีๆ ไม่ได้มีการส่งซ่อมเสียที เลยอยากทราบว่า “เป็นเพราะสาเหตุอันใด จึงยังไม่ซ่อมเสียที”

             ทางชมรมมวลชนต้านคอรัปชั่น พร้อมด้วยสื่อมวลชน จึงได้เดินทางไปที่ศาลาว่าการคลองหลวง เพื่อสืบหาข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว  เมื่อไปถึงศาลาว่าการคลองหลวง ก็พบรถยนต์ตู้คันดังกล่าว  ยี่ห้อ NISSAN นค 3571 ปทุมธานี จอดเสียอยู่ มีฝุ่นจับเต็มไปหมดทั้งคัน ซึ่งเบื้องต้นทราบว่า รถยนต์คันนี้อยู่ในความดูแลของกองการศึกษา จึงได้เดินทางไปขอพบ ผอ.ธวัช แก้วสารภี ผู้อำนวยการกองงานศึกษา เพื่อขอทราบข้อเท็จจริง แต่เมื่อไปแล้วปรากฏว่า ผอ.ผอ.ธวัช แก้วสารภี ไม่อยู่ เพราะท่านออกไปตรวจเยี่ยมพื้นที่ จึงได้โทรศัพท์ไปสอบถามท่าน

               ผอ.ธวัช แก้วสารภี ผู้อำนวยการกองงานศึกษา กล่าววา รถรถยนต์ตู้ ยี่ห้อ NISSAN นค 3571 ปทุมธานี คันดังกล่าว  เป็นรถที่อยู่ในความดูแลของกองงานศึกษา แต่เป็นรถยนต์ส่วนกลางของเทศบาลเมืองคลองหลวง ใครจะนำไปใช้ก็ได้ และเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 มีเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองคลองหลวงนำรถยนต์ตู้คันดังกล่าวไปใช้ในการเลือกตั้งประธานสหกรณ์ที่กรุงเทพมหานคร แล้วไปเสียบนทางด่วน และผมก็ทำเรื่องอนุมัติส่งซ่อมไปหลายครั้งแล้วตั้งแต่สมัยคนที่รักษาการนายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวงคนเก่า แต่เรื่องก็ถูกดองเก็บไว้ ไม่ได้อนุมัติเสียที จน สตง. มาตรวจสอบเห็นว่า รถยนต์ยังใหม่อยู่ ทำไมไม่นำไปซ่อมเสียที

           เหตุที่ซ่อมไม่ได้เพราะต้องหาผู้รับผิดชอบในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการซ่อมรถ จึงต้องมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนว่า เจ้าหน้าที่เทศบาลที่นำรถไปใช้นั้นได้รับอนุญาตจากนายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวงฯหรือไม่ ถ้าได้รับอนุญาตก็สามารถซ่อมรถยนต์ได้เลย แต่ถ้าไม่ได้รับอนุญาตก็ถือว่าเป็นการละเมิด ผู้ละเมิดก็คือเจ้าหน้าที่เทศบาลคนที่นำรถไปใช้ก็ต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการซ่อมเอง และอาจจะมีความผิดทางวินัยที่นำรถยนต์หลวงไปใช้ส่วนตัวด้วย ซึ่งจะมีการสอบสวนกันในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2564 ที่จะถึงนี้  

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

"ชณันภัสร์ " ​ ผู้บริหารโรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร​ รับรางวัลเกียรติยศ​ "หัตถานารายณ์ครั้งที่ 2" ปีพทธศักราช 2569​ สาขาผู้บริหารด้านการส่งเสริมการศึกษายอดเยี่ยมแห่งปี นางสาวชณันภัสร์ ไชยอักษรวิชญ์​ ผู้บริหาร โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร​ รับรางวัลเกียรติยศ​" หัตถานารายณ์ครั้งที่ 2" ปีพทธศักราช 2569​ สาขาผู้บริหารด้านการส่งเสริมการศึกษายอดเยี่ยมแห่งปี ซึ่งจัดโดย สมาคมพัฒนาผู้ประกอบการวัยรุ่นไทยและวัยทำงาน​ ณ​ คาลิปโซ่ เอเชียทีค กรุงเทพฯ​ เมื่อวันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2569 สำหรับ "รางวัลหัตถานารายณ์" นี้เป็นรางวัลที่มอบมอบให้แก่บุคคลที่กระทำความดีโดยประจักษ์แจ้ง​ โดยมิได้หวังผลตอบแทนสิ่งอื่นใด​ มีความประพฤติและใฝ่ที่จะทำแต่ความดีอันเป็นนิจสิน​ ทางสมาคมพัฒนาผู้ประกอบการวัยรุ่นไทยและวัยทำงาน ร่วมกับ มูลนิธิเทพศรียันตรา​ จึงได้มอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้​ เพื่อประกาศเกียรติคุณ เชิดชูเกียรติยศและสร้างขวัญกำลังใจให้กับบุคคลที่ได้รับและเป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคมสืบไป นางสาวชณันภัสร์ ไชยอักษรวิชญ์​ ผู้บริหาร โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร กล่าวว่า​ “บ้านครูกำไร” เป็นต้นแบบสถาบันกวดวิชาที่ “ดูแลด้วยหัวใจ พัฒนาเด็กไทยสู่ความเป็นเลิศ” โดยมีจุดเด่นที่วิชาการที่เข้มข้น บรรจบกับการดูแลที่เข้าถึงใจ รวมถึงการใช้หลักสูตร “Personalized Learning” หรือการเข้าถึงศักยภาพของเด็กเป็นรายบุคคล ครูผู้สอนไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ส่งต่อความรู้ แต่ยังทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา (Mentor) ที่ช่วยปลดล็อกจุดอ่อนและเสริมจุดแข็งให้เด็กแต่ละคน ทำให้ผลการเรียนดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในระยะเวลาอันสั้น​ บ้านครูกำไรในภาพจำของผู้ปกครองคือสถาบันที่มากกว่าการกวดวิชา สิ่งที่ทำให้ผู้ปกครองบอกต่อกันปากต่อปาก จนทำให้บ้านครูกำไรเติบโตอย่างมั่นคง คือภาพลักษณ์ของ “สถาบันการศึกษาที่มีความรับผิดชอบสูง” เน้นการสอนที่ “สนุก เข้าใจง่าย แต่ได้ผลจริง” และที่สำคัญที่สุดคือ “การดูแลเหมือนคนในครอบครัว” ทำให้เด็กๆ รู้สึกปลอดภัยและมีความสุขในการเรียนรู้ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อคะแนนสอบและความสำเร็จในระยะยาว ส่วนก้าวต่อไปก็คือการนำนวัตกรรมการสอนใหม่ๆ มาปรับใช้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ปกครองว่า บุตรหลานที่มาเรียนที่นี่จะได้รับสิ่งที่ดีที่สุด “เราให้คำมั่นสัญญาว่า จะรักษามาตรฐานการเป็นผู้บริหารยอดเยี่ยม และจะพัฒนาสถาบันแห่งนี้ให้เป็นบ้านหลังที่สองที่บ่มเพาะปัญญาและสร้างความสำเร็จให้แก่เด็กๆ อย่างยั่งยืน ผู้ปกครองทุกท่านสามารถมั่นใจได้ว่า ทุกนาทีที่บุตรหลานอยู่กับเรา คือการลงทุนเพื่ออนาคตที่มีคุณภาพที่สุด สำหรับผู้ปกครองที่สนใจพัฒนาศักยภาพบุตรหลาน สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร เพื่อให้เราได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในเส้นทางแห่งความสำเร็จนี้ไปด้วยกันค่ะ ​ นางสาวชณันภัสร์ ไชยอักษรวิชญ์​ ผู้บริหาร โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร​ กล่าวภายหลังได้รับรางวัลว่า ​"ท่ามกลางการแข่งขันทางด้านการศึกษาที่สูงขึ้นในปัจจุบัน โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร ได้สร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จครั้งสำคัญ ด้วยการได้รับคัดเลือกให้รับรางวัลอันทรงเกียรติข รางวัลหัตถานารายณ์ สาขา “ผู้บริหารด้านการส่งเสริมการศึกษายอดเยี่ยมแห่งปี” ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้แก่ผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์โดดเด่นในการยกระดับคุณภาพการศึกษาและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่ตัวผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม​ "รางวัลนี้มีความหมายต่อสถาบันของเราอย่างยิ่ง เพราะคือเครื่องยืนยันถึงความทุ่มเทที่เรามีให้แก่เด็กๆ มาโดยตลอด ครูขอขอบพระคุณคณะครูและทีมงานที่เปรียบเสมือนฟันเฟืองสำคัญ ขอบพระคุณผู้ปกครองที่ไว้วางใจให้เราเป็นส่วนหนึ่งในเส้นทางอนาคตของบุตรหลาน และที่ขาดไม่ได้คือลูกศิษย์ทุกคนที่เป็นแรงบันดาลใจให้ครูพัฒนาการสอนในทุกๆ วัน รางวัลนี้ไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นจุดเริ่มต้นที่เราจะยกระดับมาตรฐานการศึกษาให้ดียิ่งขึ้นไปอีก” สุดท้ายก็ต้องขอขอบพระคุณ ดร.ศรีสุริยะ สะริมินยุพเรศ นายกสมาคมพัฒนาผู้ประกอบการวัยรุ่นไทยและวัยทำงาน​ ที่มอบรางวัลเกียรติยศ​ ​"หัตถานารายณ์" ครั้งที่ 2​ ปีพทธศักราช 2569 สาขาผู้บริหารด้านการส่งเสริมการศึกษายอดเยี่ยมแห่งปี ในโอกาสก่อตั้งสมาคมครบรอบ​ 12​ ปี

"ชณันภัสร์ " ​ ผู้บริหารโรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร​ รับรางวัลเกียรติยศ​ "หัตถานารายณ์ครั้งที่ 2" ปีพทธศักราช 2569​  สาขา...