จุฬาฯ ชวนคิด “ฝ่าวิกฤตภัยแล้ง”
เปิดเวทีระดมความรู้รับมือซูเปอร์เอลนีโญ
ชี้ไทยต้องเร่งปรับตัวต่อสภาพอากาศสุดขั้ว
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยศูนย์สื่อสารองค์กร จุฬาฯ จัดงานเสวนาวิชาการ Chula The Impact ครั้งที่ 39 ในหัวข้อ “จุฬาฯ ชวนคิด ฝ่าวิกฤตภัยแล้ง: รู้ทัน ปรับตัว ผ่านพ้น” เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ภัยแล้งและผลกระทบจากปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ ซึ่งกำลังเป็นประเด็นสำคัญที่ทั่วโลกเฝ้าระวัง โดยมีนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิอากาศและการบริหารจัดการน้ำร่วมวิเคราะห์สถานการณ์และเสนอแนวทางรับมืออย่างรอบด้าน เมื่อวันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2569 ณ เรือนจุฬานฤมิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีศาสตราจารย์ ดร.ปาริชาต สถาปิตานนท์ รองอธิการบดี จุฬาฯ เป็นผู้กล่าวเปิดงาน
วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิร่วมเสวนา ได้แก่ ดร.ชลัมภ์ อุ่นอารีย์ ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลภูมิอากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา รองศาสตราจารย์ ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมแหล่งน้ำและการบริหารจัดการน้ำ ภาควิชาวิศวกรรมแหล่งน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พงษ์ศักดิ์ สุทธินนท์ หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรม แหล่งน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. จีรพงษ์ เหล่าน้ำใส อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมแหล่งน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ดำเนินรายการโดย อาจารย์ เภสัชกร ดร.วีระพงษ์ ประสงค์จีน อาจารย์พิเศษ ศูนย์การศึกษาทั่วไป จุฬาฯ
ภายในงาน วิทยากรได้ร่วมกันสะท้อนภาพรวมสถานการณ์ภัยแล้งของประเทศไทยในปัจจุบัน ซึ่งมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศและปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ โดยชี้ว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความเสี่ยงจากปริมาณฝนที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ฝนทิ้งช่วงยาวนาน และสภาพอากาศสุดขั้วที่เกิดถี่ขึ้น ทั้งอุณหภูมิสูงจัด น้ำท่วมฉับพลัน และภัยแล้งในหลายพื้นที่ ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ภาคการเกษตร เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชนในวงกว้าง
ดร.ชลัมภ์ อุ่นอารีย์ ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลภูมิอากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวถึงแนวโน้มสถานการณ์ภูมิอากาศโลกว่า ปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของปริมาณฝนและอุณหภูมิในหลายภูมิภาค รวมถึงประเทศไทย ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะฝนตกต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงฤดูฝน และเพิ่มความเสี่ยงของภัยแล้งในหลายพื้นที่ พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของระบบพยากรณ์อากาศและระบบเตือนภัยล่วงหน้าในการช่วยให้สังคมสามารถเตรียมพร้อมและปรับตัวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ด้านรองศาสตราจารย์ ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ได้กล่าวถึงผลกระทบของภัยแล้งต่อการบริหารจัดการน้ำของประเทศว่า ปัจจุบันประเทศไทยจำเป็นต้องปรับแนวคิดการจัดการน้ำใหม่ให้สอดคล้องกับสภาพอากาศที่มีความไม่แน่นอนมากขึ้น ทั้งการบริหารจัดการน้ำต้นทุน การกักเก็บน้ำ การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการบูรณาการการจัดการ “น้ำท่วม–น้ำแล้ง–น้ำเสีย” อย่างเป็นระบบ เพื่อให้สามารถรองรับวิกฤตน้ำ ในอนาคตได้อย่างยั่งยืน
ขณะที่ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พงษ์ศักดิ์ สุทธินนท์ กล่าวถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมว่า ภัยแล้งไม่ได้ส่งผลเฉพาะภาคเกษตรกรรมเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงภาคอุตสาหกรรม ความมั่นคงทางอาหาร และเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่ทรัพยากรน้ำมีจำกัด ภาคเกษตรจำเป็นต้องปรับตัว ด้วยการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาช่วยบริหารจัดการน้ำและลดความสูญเสียจากภัยแล้ง
ในช่วงท้ายของการเสวนา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จีรพงษ์ เหล่าน้ำใส และรองศาสตราจารย์ ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ได้นำเสนอผลงานวิจัยและเครื่องมือด้านการบริหารจัดการน้ำของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการติดตามสถานการณ์น้ำ การวิเคราะห์ข้อมูล และการวางแผนบริหารจัดการน้ำเชิงรุก เพื่อช่วยลดผลกระทบจากภัยแล้งและเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดสรรทรัพยากรน้ำ ในอนาคต
การจัดงานเสวนาวิชาการ Chula The Impact ครั้งที่ 39 ในครั้งนี้ สะท้อนบทบาทของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการเป็นพื้นที่กลางทางวิชาการที่ร่วมขับเคลื่อนองค์ความรู้และสร้างความตระหนักรู้ต่อประเด็นสำคัญของสังคม โดยมุ่งหวังให้ทุกภาคส่วนสามารถเตรียมความพร้อม ปรับตัว และร่วมกันรับมือกับวิกฤต ภัยแล้งและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นในอนาคตได้อย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถรับชมการถ่ายทอดสดงานเสวนาย้อนหลังได้ทาง Facebook Live: Chulalongkorn University










ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น