วันอังคารที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569

“นิกร” รมว.พม. ส่งทีม พม. สมุทรปราการ รุดช่วย หญิงวัย 34 ปี พร้อมลูกๆ

“นิกร” รมว.พม. ส่งทีม พม. สมุทรปราการ รุดช่วย หญิงวัย 34 ปี พร้อมลูกๆ 

หลังถูกสามีทำร้ายร่างกายนานเกือบ 2 ชั่วโมง

     เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569  นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เปิดเผยถึงการช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบางที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนทางสังคม กรณีหญิงสาวถูกสามีทำร้ายร่างกายนานเกือบ 2 ชั่วโมง และลูกชายยังถูกตบบ้องหู ที่จังหวัดสมุทรปราการ ว่า ตนมีความห่วงใยผู้ที่ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งเกิดจากบุคคลใกล้ชิด และส่งผลกระทบต่อร่างกายและสภาพจิตใจ โดยเฉพาะเกิดเป็นบาดแผลในใจ

โดยได้มอบหมาย ศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) กระทรวง พม. ประสาน ทีม พม. จังหวัดสมุทรปราการ เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ความช่วยเหลือด่วนตามภารกิจกระทรวง พม. ขณะนี้ ทราบว่า หญิงที่ถูกทำร้ายร่างกาย อายุ 34 ปี อาศัยอยู่กับสามี อายุ 34 ปี และ ลูกชาย 3 คน อายุ 6 8 และ 11 ปี ที่ห้องเช่าแห่งหนึ่งในตำบลบางเพรียง อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ โดยถูกสามีทำร้ายร่างกายนานเกือบ 2 ชั่วโมง เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวถูกบันทึกเป็นคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิด และหญิงดังกล่าวได้นำคลิปหลักฐานมาร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและสื่อมวลชน เพื่อขอความช่วยเหลือ และดำเนินคดีตามกฎหมายกับสามี ซึ่งหลังจากเกิดเหตุ ผู้เป็นสามีได้หลบหนีและยังไม่สามารถติดต่อได้ ทำให้หญิงดังกล่าวมีความหวาดระแวงที่สามีจะกลับมาทำร้ายร่างกายซ้ำ แต่ยังต้องการพักอาศัยอยู่กับลูกทั้ง 3 คนในห้องเช่าต่อไป ถึงแม้ว่า ทีม พม. จังหวัดสมุทรปราการ ได้เตรียมหน่วยงานสังกัดกระทรวง พม. ไว้รองรับสำหรับการคุ้มครองชั่วคราว

     นายนิกร โสมกลาง​ รมว.พม. กล่าวว่า กระทรวง พม. โดย ทีม​ พม. จังหวัดสมุทรปราการ ได้พูดคุยเยียวยาให้กำลังใจหญิงดังกล่าวและลูกทั้ง 3 คน พร้อมทั้งมอบเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น อีกทั้งพิจารณามอบความช่วยเหลือด้านสิทธิสวัสดิการสังคมเป็นเงินสงเคราะห์เด็กในครอบครัวยาก, ให้คำปรึกษาแนะนำเรื่องการประกอบอาชีพเพื่อสร้างรายที่มั่นคงในเลี้ยวดูลูก, ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการติดตามคดีตามกระบวนการทางกฎหมาย, ประสานความร่วมมือกับโรงเรียนไทยรัฐวิทยาจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อให้ความช่วยเหลือในเรื่องการศึกษาอย่างต่อเนื่องของเด็ก และประสานความร่วมมือกับองค์การบริหารส่วนตำบลบางเพรียง และอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ในพื้นที่ เพื่อเฝ้าระวังความปลอดภัยและติดตามการให้ช่วยเหลือเพิ่มเติม 

*** หากพบเห็นผู้ถูกกระทำความรุนแรง สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือเร่งด่วน ได้ที่ สายด่วน พม. โทร. 1300 ตลอด 24 ชั่วโมง ***

#พม #กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ #นิกรโสมกลาง #ความรุนแรงในครอบครัว #สมุทรปราการ 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

จุฬาฯ - สภากาชาดไทย แถลงก้าวสำคัญยาชีววัตถุรักษามะเร็ง พร้อมลงนามร่วมมือวชิรพยาบาล เตรียมทดสอบในอาสาสมัคร คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ สภากาชาดไทย และพันธมิตรทางคลินิก จัดงานแถลงข่าวความก้าวหน้าโครงการพัฒนายาชีววัตถุรักษามะเร็งเพื่อคนไทย พร้อมพิธีลงนามความร่วมมือด้านการวิจัยทางคลินิกในมนุษย์ ระหว่างคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช เพื่อมุ่งสู่การวิจัยในมนุษย์ และการเพิ่มโอกาสเข้าถึงการรักษาสำหรับผู้ป่วยมะเร็งไทย ณ อาคารรัตนวิทยาพัฒน์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย​ เมื่อวันที่​ 20 เมษายน 2569 จากโจทย์ของประเทศ สู่พันธกิจระดับชาติ​ “โรคมะเร็ง” ยังคงเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตหลักของประเทศไทย และเป็นภาระสำคัญต่อระบบสาธารณสุข ทั้งในด้านการรักษาและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัวในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา การรักษาด้วยยาภูมิคุ้มกันบำบัด (immunotherapy) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงแนวทางการดูแลผู้ป่วยมะเร็งหลายชนิด โดยสามารถช่วยยืดอายุและเพิ่มประสิทธิภาพของการรักษาในผู้ป่วยมะเร็ง อย่างไรก็ตาม แม้ว่านวัตกรรมทางการแพทย์ดังกล่าวจะสร้างความก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญ ข้อจำกัดด้านต้นทุนของยานวัตกรรมยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเข้าถึงการรักษาของผู้ป่วยมะเร็งจำนวนมาก โดยเฉพาะในบริบทของระบบสาธารณสุขไทยที่ต้องคำนึงถึงความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพของการรักษาและความยั่งยืนด้านทรัพยากร รศ.ดร.นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ คณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ระบุว่าโครงการนี้คือความร่วมมือเพื่อลดช่องว่างระหว่างศักยภาพการรักษาและโอกาสในการเข้าถึงยา โดยผลักดันงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยสู่การใช้จริง เพื่อเสริมศักยภาพด้านยาชีววัตถุของประเทศในระยะยาว​สภากาชาดไทยสนับสนุนการผลิตสู่การวิจัยในมนุษย์ ศ.นพ.สุทธิพงษ์ วัชรสินธุ ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย และผู้อำนวยการสถานเสาวภา สภากาชาดไทย กล่าวว่า สภากาชาดไทยทำหน้าที่ผสานความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เข้ากับความพร้อมด้านการผลิตและบริหารจัดการชีววัตถุ เพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยเข้าสู่ระยะการวิจัยในมนุษย์อย่างเป็นระบบ มุ่งหวังเป็นต้นแบบการบูรณาการระหว่างหน่วยงานเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาได้อย่างเท่าเทียม ผศ.นพ.จักราวุธ มณีฤทธิ์ คณบดี คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช กล่าวว่า วชิรพยาบาลพร้อมสนับสนุนบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการสู่การศึกษาทางคลินิกในผู้ป่วยจริง ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยและข้อมูลที่มีคุณภาพ ถือเป็นก้าวสำคัญในการรวมองค์ความรู้เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้ป่วยไทยเข้าถึงนวัตกรรมการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อ.นพ.ไตรรักษ์ พิสิษฐ์กุล เผยว่า โครงการนี้เริ่มต้นจากความตั้งใจที่จะพัฒนายาชีววัตถุรักษามะเร็งที่คนไทยสามารถเข้าถึงได้ และตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ทีมวิจัยได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การพัฒนาเซลล์ตั้งต้นในการผลิตยา การออกแบบกระบวนการผลิต ไปจนถึงการขยายขนาดการผลิตในระดับอุตสาหกรรม ภายใต้ข้อจำกัดด้านทรัพยากร แต่ด้วยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะการสนับสนุนจากประชาชนไทย ทำให้โครงการสามารถเดินหน้ามาได้อย่างต่อเนื่อง ความก้าวหน้าที่สำคัญในปัจจุบัน คือการที่ทีมสามารถพัฒนาจนได้ผลิตภัณฑ์ยาชีววัตถุรักษามะเร็งในระดับมาตรฐาน GMP และดำเนินการในขั้นตอนการบรรจุเป็นผลิตภัณฑ์ยาสำเร็จรูป ด้วยความร่วมมือกับสภากาชาดไทย ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้โครงการสามารถเข้าสู่ระยะการวิจัยในมนุษย์ได้ จากผลการวิเคราะห์คุณภาพยาชีววัตถุรักษามะเร็งของเรา พบว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ และขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบเพิ่มเติมเพื่อยืนยันความเทียบเท่ากับยาของต่างประเทศตามหลักวิชาการ เพื่อสนับสนุนการนำไปสู่การวิจัยในมนุษย์อย่างมีคุณภาพในระยะถัดไป โครงการมีแผนที่จะดำเนินการวิจัยในมนุษย์ภายใต้กรอบที่กำหนด ซึ่งถือเป็นอีกขั้นตอนสำคัญในการประเมินความปลอดภัยและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ โครงการนี้เกิดขึ้นได้จากการสนับสนุนของประชาชนไทยที่ร่วมกันผลักดันและให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง “โครงการนี้เกิดจากคนไทยและเพื่อคนไทย ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนโดยเฉพาะประชาชน เป็นแรงสำคัญที่ทำให้โครงการสามารถดำเนินมาถึงจุดปัจจุบัน และเรามุ่งหวังว่าจะสามารถพัฒนาให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ป่วยไทยในระยะยาว” ในส่วนของแผนการวิจัยในมนุษย์ ศ.ดร.นพ.วิโรจน์ ศรีอุฬารพงศ์ อาจารย์สาขามะเร็งวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และ อ.นพ.ยศวัจน์ รุ่งโรจน์วัฒนา อาจารย์สาขามะเร็งวิทยา คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ได้ร่วมกันนำเสนอแนวทางการดำเนินการวิจัย โดยเน้นการศึกษาความปลอดภัยและประสิทธิภาพในผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะลุกลาม ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การศึกษาจะดำเนินการตามมาตรฐานการวิจัยทางคลินิก โดยมีการคัดเลือกผู้ป่วยอย่างเหมาะสม และมีการติดตามผลอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านการตอบสนองต่อการรักษาและความปลอดภัย โครงการอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมในด้านเอกสาร การขออนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรม และการดำเนินการตามข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล ก่อนเริ่มการวิจัยในมนุษย์ในระยะถัดไป ภายหลังจากการวิจัยในมนุษย์ โครงการมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการนำยาดังกล่าวไปใช้ในระบบบริการสุขภาพของประเทศอย่างเหมาะสม ภายใต้กรอบการกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นต้นแบบของการพัฒนายาชีววัตถุในประเทศไทย ที่เกิดจากการบูรณาการองค์ความรู้ ทรัพยากร และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อมุ่งสู่การยกระดับการรักษาและความมั่นคงด้านสุขภาพของประเทศ

จุฬาฯ - สภากาชาดไทย แถลงก้าวสำคัญยาชีววัตถุรักษามะเร็ง พร้อมลงนามร่วมมือวชิรพยาบาล เตรียมทดสอบในอาสาสมัคร       คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาว...