วันพุธที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สร้างอาชีพ สร้างชีวิต มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่สตรีแม่เลี้ยงเดี่ยวหรือด้อยโอกาส ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ พร้อมนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการฟรี

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สร้างอาชีพ สร้างชีวิต มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่สตรีแม่เลี้ยงเดี่ยวหรือด้อยโอกาส

ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ พร้อมนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการฟรี

       มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ พร้อมด้วยนางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ นางชุติมา ตันติศิริวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการฯ นางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์  และนางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย หัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ นำทีมลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ มอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่สตรีที่มีรายได้น้อย มีภาระหน้าที่ดูแลคนในครอบครัว เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว หรือด้อยโอกาสทางสังคม จำนวน 20 ราย คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 398,380 บาท (สามแสนเก้าหมื่นแปดพันสามร้อยแปดสิบบาทถ้วน) เพื่อให้สตรีได้นำวัสดุอุปกรณ์ไปประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว อันเป็นการลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม สร้างความสุขสู่ครอบครัว ชุมชน สังคมและประเทศชาติอย่างยั่งยืน

โดยมี นางวรรณภา สุขคง รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว นางสาวชนมณัฐ รอดบุญธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ และนางสาวจุรีพร ภิบาลจันทร์ ผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดศรีสะเกษ ร่วมในพิธี พร้อมกันนี้ นางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้นำทีมหน่วยแพทย์ฯ ลงพื้นที่ให้บริการประชาชน ฟรี ประกอบด้วย บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จ่ายยา ตรวจวัดสายตาพร้อมแจกแว่น ฯลฯ โดยมีประชาชนเข้ารับบริการเป็นจำนวนมาก ณ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันพุธที่ 10 กรกฎาคม 2567

      โครงการส่งเสริมอาชีพเพื่อสตรี มีวัตถุประสงค์เพื่อมอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่สตรีที่มีรายได้น้อย มีภาระหน้าที่ดูแลคนในครอบครัว เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว หรือด้อยโอกาสทางสังคม มีความรู้ความสามารถ แต่ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพ โดยมูลนิธิฯ มุ่งหวังในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ สร้างชีวิต ให้กับสตรีได้นำวัสดุอุปกรณ์ไปประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม สร้างความสุขสู่ครอบครัว ชุมชน สังคมและประเทศชาติอย่างยั่งยืนต่อไป  โดยได้รับความร่วมมือจากศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวและสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ จำนวน 10 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี สงขลา สุราษฎร์ธานี ศรีสะเกษ ขอนแก่น ลำพูนลำปาง เชียงราย และจังหวัดพิษณุโลก

     โดยตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ. 2567 ที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ได้ดำเนินการมอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่สตรีไปแล้ว 5 แห่ง จำนวน 32 ราย คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 620,299 บาท (หกแสนสองหมื่นสองร้อยเก้าสิบเก้าบาทถ้วน)

      ตลอดระยะเวลากว่า 114 ปี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา  เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลาย ๆ ทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ดังปณิธาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ต่อไป

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

#ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต#

#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

"ชณันภัสร์ " ​ ผู้บริหารโรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร​ รับรางวัลเกียรติยศ​ "หัตถานารายณ์ครั้งที่ 2" ปีพทธศักราช 2569​ สาขาผู้บริหารด้านการส่งเสริมการศึกษายอดเยี่ยมแห่งปี นางสาวชณันภัสร์ ไชยอักษรวิชญ์​ ผู้บริหาร โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร​ รับรางวัลเกียรติยศ​" หัตถานารายณ์ครั้งที่ 2" ปีพทธศักราช 2569​ สาขาผู้บริหารด้านการส่งเสริมการศึกษายอดเยี่ยมแห่งปี ซึ่งจัดโดย สมาคมพัฒนาผู้ประกอบการวัยรุ่นไทยและวัยทำงาน​ ณ​ คาลิปโซ่ เอเชียทีค กรุงเทพฯ​ เมื่อวันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2569 สำหรับ "รางวัลหัตถานารายณ์" นี้เป็นรางวัลที่มอบมอบให้แก่บุคคลที่กระทำความดีโดยประจักษ์แจ้ง​ โดยมิได้หวังผลตอบแทนสิ่งอื่นใด​ มีความประพฤติและใฝ่ที่จะทำแต่ความดีอันเป็นนิจสิน​ ทางสมาคมพัฒนาผู้ประกอบการวัยรุ่นไทยและวัยทำงาน ร่วมกับ มูลนิธิเทพศรียันตรา​ จึงได้มอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้​ เพื่อประกาศเกียรติคุณ เชิดชูเกียรติยศและสร้างขวัญกำลังใจให้กับบุคคลที่ได้รับและเป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคมสืบไป นางสาวชณันภัสร์ ไชยอักษรวิชญ์​ ผู้บริหาร โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร กล่าวว่า​ “บ้านครูกำไร” เป็นต้นแบบสถาบันกวดวิชาที่ “ดูแลด้วยหัวใจ พัฒนาเด็กไทยสู่ความเป็นเลิศ” โดยมีจุดเด่นที่วิชาการที่เข้มข้น บรรจบกับการดูแลที่เข้าถึงใจ รวมถึงการใช้หลักสูตร “Personalized Learning” หรือการเข้าถึงศักยภาพของเด็กเป็นรายบุคคล ครูผู้สอนไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ส่งต่อความรู้ แต่ยังทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา (Mentor) ที่ช่วยปลดล็อกจุดอ่อนและเสริมจุดแข็งให้เด็กแต่ละคน ทำให้ผลการเรียนดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในระยะเวลาอันสั้น​ บ้านครูกำไรในภาพจำของผู้ปกครองคือสถาบันที่มากกว่าการกวดวิชา สิ่งที่ทำให้ผู้ปกครองบอกต่อกันปากต่อปาก จนทำให้บ้านครูกำไรเติบโตอย่างมั่นคง คือภาพลักษณ์ของ “สถาบันการศึกษาที่มีความรับผิดชอบสูง” เน้นการสอนที่ “สนุก เข้าใจง่าย แต่ได้ผลจริง” และที่สำคัญที่สุดคือ “การดูแลเหมือนคนในครอบครัว” ทำให้เด็กๆ รู้สึกปลอดภัยและมีความสุขในการเรียนรู้ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อคะแนนสอบและความสำเร็จในระยะยาว ส่วนก้าวต่อไปก็คือการนำนวัตกรรมการสอนใหม่ๆ มาปรับใช้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ปกครองว่า บุตรหลานที่มาเรียนที่นี่จะได้รับสิ่งที่ดีที่สุด “เราให้คำมั่นสัญญาว่า จะรักษามาตรฐานการเป็นผู้บริหารยอดเยี่ยม และจะพัฒนาสถาบันแห่งนี้ให้เป็นบ้านหลังที่สองที่บ่มเพาะปัญญาและสร้างความสำเร็จให้แก่เด็กๆ อย่างยั่งยืน ผู้ปกครองทุกท่านสามารถมั่นใจได้ว่า ทุกนาทีที่บุตรหลานอยู่กับเรา คือการลงทุนเพื่ออนาคตที่มีคุณภาพที่สุด สำหรับผู้ปกครองที่สนใจพัฒนาศักยภาพบุตรหลาน สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร เพื่อให้เราได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในเส้นทางแห่งความสำเร็จนี้ไปด้วยกันค่ะ ​ นางสาวชณันภัสร์ ไชยอักษรวิชญ์​ ผู้บริหาร โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร​ กล่าวภายหลังได้รับรางวัลว่า ​"ท่ามกลางการแข่งขันทางด้านการศึกษาที่สูงขึ้นในปัจจุบัน โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร ได้สร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จครั้งสำคัญ ด้วยการได้รับคัดเลือกให้รับรางวัลอันทรงเกียรติข รางวัลหัตถานารายณ์ สาขา “ผู้บริหารด้านการส่งเสริมการศึกษายอดเยี่ยมแห่งปี” ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้แก่ผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์โดดเด่นในการยกระดับคุณภาพการศึกษาและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่ตัวผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม​ "รางวัลนี้มีความหมายต่อสถาบันของเราอย่างยิ่ง เพราะคือเครื่องยืนยันถึงความทุ่มเทที่เรามีให้แก่เด็กๆ มาโดยตลอด ครูขอขอบพระคุณคณะครูและทีมงานที่เปรียบเสมือนฟันเฟืองสำคัญ ขอบพระคุณผู้ปกครองที่ไว้วางใจให้เราเป็นส่วนหนึ่งในเส้นทางอนาคตของบุตรหลาน และที่ขาดไม่ได้คือลูกศิษย์ทุกคนที่เป็นแรงบันดาลใจให้ครูพัฒนาการสอนในทุกๆ วัน รางวัลนี้ไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นจุดเริ่มต้นที่เราจะยกระดับมาตรฐานการศึกษาให้ดียิ่งขึ้นไปอีก” สุดท้ายก็ต้องขอขอบพระคุณ ดร.ศรีสุริยะ สะริมินยุพเรศ นายกสมาคมพัฒนาผู้ประกอบการวัยรุ่นไทยและวัยทำงาน​ ที่มอบรางวัลเกียรติยศ​ ​"หัตถานารายณ์" ครั้งที่ 2​ ปีพทธศักราช 2569 สาขาผู้บริหารด้านการส่งเสริมการศึกษายอดเยี่ยมแห่งปี ในโอกาสก่อตั้งสมาคมครบรอบ​ 12​ ปี

"ชณันภัสร์ " ​ ผู้บริหารโรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร​ รับรางวัลเกียรติยศ​ "หัตถานารายณ์ครั้งที่ 2" ปีพทธศักราช 2569​  สาขา...