วันพุธที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2565

เปิดตัวบริษัท “Geneomics Global Co.,Ltd” ผลักดันให้ประเทศไทยเป็น Hub ด้านกัญชงของเอเชีย

เปิดตัวบริษัท “Geneomics Global Co.,Ltd”

ผลักดันให้ประเทศไทยเป็น Hub 

ด้านกัญชงของเอเชีย

ดร.เอมอร โคพีร่า ประธานกรรมการบริหาร บริษัท จีนีโอมิกซ์ โกลบอล จำกัด (Geneomics Global Co.,Ltd) พร้อมด้วย Dr. Aimon Kopera MD CEO and Founder Geneomics Global Prof. Dr. Jay Noller PHD Director GHIC Oregon State University, USA Dr. Gerad Rosse PHD  President of PIC Solution USA  และ Mr. Billy Morrison  CEO of Pamir Scientific, USA ร่วมสัมภาษณ์พิเศษกลุ่มย่อยเปิดตัวบริษัท “Geneomics Global Co.,Ltd” ณ ห้องสุขุมวิท โรงแรมเชอราตันแกรนด์ สุขุมวิท เมื่อวันอังคารที่ 22 มีนาคม 2565


การสัมภาษณ์พิเศษกลุ่มย่อยเปิดตัวบริษัท “Geneomics Global Co.,Ltd” ในวันนี้ ได้มีการพูดคุยถึงการเป็น Global Hemp Innovation Collaboration ในประเทศไทย รวมถึงแผนการดำเนินงานในประเทศไทย การผลักดันให้ประเทศไทยเป็น Hub ด้านกัญชงของเอเชีย การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าพัฒนาผลิตภัณฑ์กัญชง ความโดดเด่นของผู้ร่วมทีมพัฒนาและวิจัยในระดับโลก รวมทั้งแผนระยะยาวในการช่วยเหลือและยกระดับเกษตรกรไทยในการปลูกพืชกัญชง และจุดเด่นของกัญชงไทยในตลาดโลก

                              

                ดร.เอมอร โคพีร่า ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร Geneomics Global, USA เปิดเผยในโอกาสนำคณะผู้เชี่ยวชาญด้านกัญชง กัญชา ระดับโลก เข้าร่วมสัมมนาวิชาการนานาชาติ Cannabis International Conference 2022 Thailand ว่า จากความสำเร็จในการนำองค์ความรู้ที่ได้จากการร่วมศึกษาวิจัยร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านกัญชง กัญชา อีก 3 สาขา ประกอบด้วย  Prof. Dr. Jay Noller เชี่ยวชาญ ทางด้านนวัตกรรม กัญชง กัญชา และเป็นผู้ค้นพบสารจากกัญชง กัญชา ใช้สร้างสูตรมาส่งเสริมการรักษา COVID-19, Dr. Gerard Rosse ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาการสกัดและการทำให้สารจากกัญชงกัญชาบริสุทธิ์ และ Mr. Billy Morrison ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการปลูกและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านเทคโนโลยีได้เล็งเห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยที่ทั่วโลกยอมรับว่า "เป็นแหล่งปลูกและแหล่งรวมของสายพันธุ์กัญชงและกัญชาชั้นเลิศ" จึงเป็นโอกาสที่ดีอย่างยิ่งหากประเทศไทยสามารถก้าวสู่ผู้นำแถวหน้าของโลกในการเป็นผู้สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มาจากสารสกัดกัญชงและกัญชา โดยเล็งเห็นว่าความพร้อมของประเทศไทยในเวลานี้ หากนำองค์ความรู้และการใช้วิทยาศาสตร์ขับเคลื่อนคาดว่า "ประเทศไทยจะกลายเป็นฮับ (HUB) กัญชง กัญชา แห่งเอเชีย" ได้ จึงเป็นโอกาสดีที่คณะผู้เชี่ยวชาญได้ร่วมลงพื้นที่ศึกษาข้อมูลในจังหวัดเชียงใหม่ และเชียงราย รวมทั้งการร่วมเสวนาในเวทีวิชาการระดับนานาชาติเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ร่วมกันกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชนในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กัญชงกัญชาระดับชาติ

"หัวใจสำคัญในการพัฒนาให้เกิดการยอมรับในระดับโลกได้นั้น กระบวนการการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทั้งหมดจะต้องอยู่บนหลักพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์เป็นสำคัญ การค้นคว้าวิจัยและพัฒนาเพื่อให้ได้องค์ความรู้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดนั้นจะต้องอ้างอิงความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุดจริง"

เพราะหากเราสามารถสร้างมาตรฐานให้กับอุตสาหกรรมกัญชงและกัญชาในประเทศไทยให้เกิดการยอมรับด้วยมาตรฐานสากลตามหลักวิทยาศาสตร์แล้ว ทั้งในส่วนอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร พลังงานและเคมีชีวภาพ การแพทย์และสุขภาพ การท่องเที่ยว ซึ่งการบูรณาการทั้ง 4 อุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน จากข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐ (สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม) ได้ระบุถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มขนาดใหญ่ของประเทศ ที่มีสัดส่วนใน GDP ถึง 21% และเกี่ยวข้องกับอาชีพและการจ้างงานของคนในประเทศมากกว่า 16.5 ล้านคน

อย่างไรก็ตาม การจะสร้างมาตรฐานด้านกัญชงและกัญชาของประเทศไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับโลกได้นั้น ทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนี้ด้วยข้อมูลวิทยาศาสตร์ที่ล้วนเกิดจากการศึกษาวิจัยจากผู้เชี่ยวชาญในทุกด้าน เพราะเรื่องของกัญชงกัญชาเป็นวาระการแข่งขันในระดับโลกที่กลุ่มอุตสาหกรรมในหลายประเทศต่างขับเคลื่อนเรื่องนี้กันอย่างเต็มที่เช่นกัน และก็กำลังเฝ้ามองการเดินหน้าของประเทศไทยว่า "จะสามารถก้าวเข้าสู่การเป็นผู้นำในเรื่องนี้ได้อย่างไร" ดังนั้นหากเราเกิดการสะดุดหรือขาดการยอมรับในระดับสากลแล้ว อาจส่งผลต่อการเสียต่อโอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศไทยได้

การตัดสินใจเข้ามาตั้งศูนย์ Global Hemp Innovation Collaboration ในประเทศไทย นับว่าเป็นการตั้งสาขาแรกนอกประเทศสหรัฐฯ ของ Geneomics Global อีกทั้งยังนับเป็นสาขาที่ 4 ของเราโดยทั้ง 3 สาขาก่อนหน้านั้นได้ตั้งอยู่ที่ Oregon state, Hawaii และ California ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งศักยภาพของศูนย์ฯแห่งนี้ พร้อมที่จะคิดค้นวิจัยและต่อยอดเพื่อสร้างสูตรการผลิตให้กับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย อาทิ ผลิตภัณฑ์อาหารเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ผลิตภัณฑ์ด้านวัสดุจากเส้นใยกัญชง หรือแม้กระทั่งผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ บนพื้นฐานงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ได้มาตรฐานระดับสากล เนื่องจากการแข่งขันในตลาดโลกได้นั้น มาตรฐานการแข่งขันจะต้องได้รับการยอมรับในด้านความถูกต้องทางวิทยาศาตร์และข้อมูลการวิจัยที่ได้ผลจริงมีแหล่งอ้างอิงที่ถูกต้องเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจเป็นสำคัญ มากกว่าการใช้ความรู้เพียงบางส่วนหรือข้อมูลที่ยังคลุมเครือ เพราะหากเป็นเช่นนั้นเราอาจสูญเสียความเชื่อมั่น ไม่ได้รับการยอมรับ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กัญชงกัญชาของประเทศไทยให้สะดุดได้ในที่สุด จึงอยากให้ทุกฝ่ายให้ความสำคัญกับการใช้องค์ความรู้จากวิทยาศาสตร์เพื่อการพัฒนาเป็นสำคัญ

สำหรับศูนย์ Global Hemp Innovation Collaboration ในเมืองไทยนั้นถือเป็นสาขาที่ ของ Geneomics Global, USA ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร ภายใต้ชื่อ Geneomics Global Co.,Ltd โดยมุ่งเน้นบริหารให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการทำธุรกิจกัญชง-กัญชาอย่างครบวงจรเป็นครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมทั้งการขยายธุรกิจร่วมกับวิสาหกิจชุมชน ภายใต้การกำกับดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญระดับโลก เพื่อที่จะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของกัญชง-กัญชาในเอเชีย และเพื่อยกระดับเกษตรกรไทยให้ดีขึ้นตามพันธกิจที่ต้องการอีกด้วย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

"ชณันภัสร์ " ​ ผู้บริหารโรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร​ รับรางวัลเกียรติยศ​ "หัตถานารายณ์ครั้งที่ 2" ปีพทธศักราช 2569​ สาขาผู้บริหารด้านการส่งเสริมการศึกษายอดเยี่ยมแห่งปี นางสาวชณันภัสร์ ไชยอักษรวิชญ์​ ผู้บริหาร โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร​ รับรางวัลเกียรติยศ​" หัตถานารายณ์ครั้งที่ 2" ปีพทธศักราช 2569​ สาขาผู้บริหารด้านการส่งเสริมการศึกษายอดเยี่ยมแห่งปี ซึ่งจัดโดย สมาคมพัฒนาผู้ประกอบการวัยรุ่นไทยและวัยทำงาน​ ณ​ คาลิปโซ่ เอเชียทีค กรุงเทพฯ​ เมื่อวันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2569 สำหรับ "รางวัลหัตถานารายณ์" นี้เป็นรางวัลที่มอบมอบให้แก่บุคคลที่กระทำความดีโดยประจักษ์แจ้ง​ โดยมิได้หวังผลตอบแทนสิ่งอื่นใด​ มีความประพฤติและใฝ่ที่จะทำแต่ความดีอันเป็นนิจสิน​ ทางสมาคมพัฒนาผู้ประกอบการวัยรุ่นไทยและวัยทำงาน ร่วมกับ มูลนิธิเทพศรียันตรา​ จึงได้มอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้​ เพื่อประกาศเกียรติคุณ เชิดชูเกียรติยศและสร้างขวัญกำลังใจให้กับบุคคลที่ได้รับและเป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคมสืบไป นางสาวชณันภัสร์ ไชยอักษรวิชญ์​ ผู้บริหาร โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร กล่าวว่า​ “บ้านครูกำไร” เป็นต้นแบบสถาบันกวดวิชาที่ “ดูแลด้วยหัวใจ พัฒนาเด็กไทยสู่ความเป็นเลิศ” โดยมีจุดเด่นที่วิชาการที่เข้มข้น บรรจบกับการดูแลที่เข้าถึงใจ รวมถึงการใช้หลักสูตร “Personalized Learning” หรือการเข้าถึงศักยภาพของเด็กเป็นรายบุคคล ครูผู้สอนไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ส่งต่อความรู้ แต่ยังทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา (Mentor) ที่ช่วยปลดล็อกจุดอ่อนและเสริมจุดแข็งให้เด็กแต่ละคน ทำให้ผลการเรียนดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในระยะเวลาอันสั้น​ บ้านครูกำไรในภาพจำของผู้ปกครองคือสถาบันที่มากกว่าการกวดวิชา สิ่งที่ทำให้ผู้ปกครองบอกต่อกันปากต่อปาก จนทำให้บ้านครูกำไรเติบโตอย่างมั่นคง คือภาพลักษณ์ของ “สถาบันการศึกษาที่มีความรับผิดชอบสูง” เน้นการสอนที่ “สนุก เข้าใจง่าย แต่ได้ผลจริง” และที่สำคัญที่สุดคือ “การดูแลเหมือนคนในครอบครัว” ทำให้เด็กๆ รู้สึกปลอดภัยและมีความสุขในการเรียนรู้ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อคะแนนสอบและความสำเร็จในระยะยาว ส่วนก้าวต่อไปก็คือการนำนวัตกรรมการสอนใหม่ๆ มาปรับใช้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ปกครองว่า บุตรหลานที่มาเรียนที่นี่จะได้รับสิ่งที่ดีที่สุด “เราให้คำมั่นสัญญาว่า จะรักษามาตรฐานการเป็นผู้บริหารยอดเยี่ยม และจะพัฒนาสถาบันแห่งนี้ให้เป็นบ้านหลังที่สองที่บ่มเพาะปัญญาและสร้างความสำเร็จให้แก่เด็กๆ อย่างยั่งยืน ผู้ปกครองทุกท่านสามารถมั่นใจได้ว่า ทุกนาทีที่บุตรหลานอยู่กับเรา คือการลงทุนเพื่ออนาคตที่มีคุณภาพที่สุด สำหรับผู้ปกครองที่สนใจพัฒนาศักยภาพบุตรหลาน สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร เพื่อให้เราได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในเส้นทางแห่งความสำเร็จนี้ไปด้วยกันค่ะ ​ นางสาวชณันภัสร์ ไชยอักษรวิชญ์​ ผู้บริหาร โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร​ กล่าวภายหลังได้รับรางวัลว่า ​"ท่ามกลางการแข่งขันทางด้านการศึกษาที่สูงขึ้นในปัจจุบัน โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร ได้สร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จครั้งสำคัญ ด้วยการได้รับคัดเลือกให้รับรางวัลอันทรงเกียรติข รางวัลหัตถานารายณ์ สาขา “ผู้บริหารด้านการส่งเสริมการศึกษายอดเยี่ยมแห่งปี” ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้แก่ผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์โดดเด่นในการยกระดับคุณภาพการศึกษาและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่ตัวผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม​ "รางวัลนี้มีความหมายต่อสถาบันของเราอย่างยิ่ง เพราะคือเครื่องยืนยันถึงความทุ่มเทที่เรามีให้แก่เด็กๆ มาโดยตลอด ครูขอขอบพระคุณคณะครูและทีมงานที่เปรียบเสมือนฟันเฟืองสำคัญ ขอบพระคุณผู้ปกครองที่ไว้วางใจให้เราเป็นส่วนหนึ่งในเส้นทางอนาคตของบุตรหลาน และที่ขาดไม่ได้คือลูกศิษย์ทุกคนที่เป็นแรงบันดาลใจให้ครูพัฒนาการสอนในทุกๆ วัน รางวัลนี้ไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นจุดเริ่มต้นที่เราจะยกระดับมาตรฐานการศึกษาให้ดียิ่งขึ้นไปอีก” สุดท้ายก็ต้องขอขอบพระคุณ ดร.ศรีสุริยะ สะริมินยุพเรศ นายกสมาคมพัฒนาผู้ประกอบการวัยรุ่นไทยและวัยทำงาน​ ที่มอบรางวัลเกียรติยศ​ ​"หัตถานารายณ์" ครั้งที่ 2​ ปีพทธศักราช 2569 สาขาผู้บริหารด้านการส่งเสริมการศึกษายอดเยี่ยมแห่งปี ในโอกาสก่อตั้งสมาคมครบรอบ​ 12​ ปี

"ชณันภัสร์ " ​ ผู้บริหารโรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร​ รับรางวัลเกียรติยศ​ "หัตถานารายณ์ครั้งที่ 2" ปีพทธศักราช 2569​  สาขา...