วันพฤหัสบดีที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2564

เปิดตัวทีมทนายช่วย "บาส มีดคู่" ยกคำพิพากษาคดี 7 โจ๋รุมคนพิการเทียบ เจ้าตัวยันไม่เปิดรับบริจาค

เปิดตัวทีมทนายช่วย "บาส มีดคู่" 

ยกคำพิพากษาคดี 7 โจ๋รุมคนพิการเทียบ 

เจ้าตัวยันไม่เปิดรับบริจาค

              เปิดตัวทีมทนายช่วย "บาส มีดคู่" ยกคำพิพากษาคดี 7 โจ๋รุมคนพิการเทียบ เชื่อสังคม มองออกใครผิด ใครถูก และศาลให้ความเป็นธรรมแน่นอน 

                    ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช , ทนายไพศาล เรืองฤทธิ์ , ทนายกฤษดา โลหิตดี หรือ ทนายโนบิตะ , และทนายพิพัฒน์ รำจวน เดินทางมาที่บ้านหมอปลา จ.เพชรบุรี เพื่อให้คำปรึกษาถึงแนวทางการต่อสู้คดี หลังจากนายณัฐวุฒิ พึ่งฤกษ์ดี หรือ บาส อายุ 21 ปี ถูกดำเนินคดี 3 ข้อหา คือ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา , ทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ได้รับบาดเจ็บ , และพกพาอาวุธมีดไปในทางสาธารณะ ก่อนได้รับการประกันตัวออกมาต่อสู้คดี 

                   โดยทนายอนันต์ชัย ไชยเดช เปิดเผยว่า คดีนี้ฝั่งคู่กรณีนายบาส มีติดต่อมาเพื่อให้เป็นทนายความให้ แต่มองว่า ความชอบธรรมของกลุ่มวัยรุ่นหมดไปตั้งแต่ยกพวกไปล้อมบ้านนายบาส ซึ่งคดีนี้เหมือนคดี 7 โจ๋รุมนายสมเกียรติ คนพิการ แต่ต่างกันที่นายสมเกียรติเสียชีวิต แต่คดีนี้นายบาสตกเป็นผู้ต้องหา วันนี้จึงนำเงิน 100,000 บาทจากประธาน โรงพยาบาลบางนา สาขา 1 , สาขา 2 และสาขา 5 มามอบให้กับนายบาส ไว้ใช้ส่วนตัว พร้อมกับนำคำพิพากษาคดี 7 โจ๋ มามอบให้ทีมทนายไพศาล ยึดเป็นแนวทางการต่อสู้คดี เนื่องจากเห็น คลิปหลักฐานคดีบาส จึงรู้สึกว่าเหมือนคดี นายสมเกียรติ คนพิการ ตรงที่ เริ่มจากการกระทบกระทั่งและไม่พอใจกัน จนไปเคลียร์กันรอบนึงแล้ว // และนายบาส กลับเข้าบ้าน ถือว่า เหตุการณ์ควรจบลงเท่านั้น // เหมือนกรณีนายสมเกียรติ ก็เข้ากลับบ้าน แต่ฝั่งคู่กรณี ตามมาหาเรื่องต่อถึงหน้าบ้าน จึงเกิดเหตุการณ์รุมทำร้ายเกิดขึ้น

                     ส่วนการที่บาส พกมีดออกไปด้วย ทนายอนันต์ชัยมองว่า ไม่ได้เป็นการพกพาอาวุธมีดโดยไม่มีเหตุอันควร แต่พกออกไปเพื่อป้องกันตัว และแน่นอนว่า หากบาสไม่มีอาวุธออกไปด้วยจะต้องเป็นบาสที่เสียชีวิต ซึ่งแนวทางของบาส คิดว่าสู้ได้ในประเด็น บันดาลโทสะ ส่วนจะเป็นการป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ตำรวจต้องรีบสอบพยานให้เสร็จสิ้นไม่เกิน 1-2 สัปดาห์ 

                    และทีมทนายความที่เข้ามาช่วยคดีนายบาสตอนนี้ มีตัวหลัก คือ ทนายไพศาล เรืองฤทธิ์ , ทนายกฤษดา โลหิตดี หรือ ทนายโนบิตะ , และทนายพิพัฒน์ รำจวน ส่วนทนายอนันต์ชัย ไชยเดช เป็นที่ปรึกษาให้กับคดีนี้

                    ส่วนนายบาส ตอนนี้แพทย์เข้าล้างแผลและกำลังตรวจอาการซ้ำอีกรอบ ก่อนจะอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลได้ช่วงเย็นวันนี้ โดยต้องใส่เฝือกต่ออีก 1 เดือน และต้องปรึกษาแพทย์เรื่องสภาพจิตใจ ซึ่งบาสได้วีดีโอคอลเปิดใจกับผู้สื่อข่าวช่อง 8 คุณนฤชา กมุทโยธิน ถึงประเด็นเรื่องการเปิดรับบริจาค ซึ่งบาสและแม่ยืนยันไม่มีแน่นอน เพราะไม่ได้ต้องการหาเงินด้วยวิธีนี้ ส่วนเงินช่วยเหลือจากทนายอนันต์ชัย ไชยเดช 1 แสนบาท หมอปลาจะพาบาสและแม่ไปเปิดบัญชีใหม่แยกออกมาจากบัญชีส่วนตัว และจะปรึกษา หมอปลากับทนายไพศาล ก่อนเบิกเงินออกมาใช้จ่ายแต่ละครั้ง เพื่อให้เกิดประโยชน์และไม่ถูกสังคมครหา

                     ส่ำหรับประเด็นความขัดแย้งระหว่างกลุ่มเด็กเพชรบุรีกับเด็กวัดม่วง ที่เมื่อ วันก่อนมีกลุ่มที่อ้างตัวว่าเป็นเด็กเพชรบุรีไปไลฟ์สดอยู่หน้าวัดม่วงในลักษณะทาทาย หมอปลาบอกว่า ถ้ารักกันจริง อยู่ข้างกันจริงขอให้หยุดและอยู่กันอย่างสงบ ส่วนเรื่องอิทธิพลอยู่เบื้องหลัง หมอปลาเชื่อว่า ไม่น่าจะมีแล้ว หลังจากนี้ให้เป็นหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรมที่สู้กันด้วยกฎหมาย


 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

"ชณันภัสร์ " ​ ผู้บริหารโรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร​ รับรางวัลเกียรติยศ​ "หัตถานารายณ์ครั้งที่ 2" ปีพทธศักราช 2569​ สาขาผู้บริหารด้านการส่งเสริมการศึกษายอดเยี่ยมแห่งปี นางสาวชณันภัสร์ ไชยอักษรวิชญ์​ ผู้บริหาร โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร​ รับรางวัลเกียรติยศ​" หัตถานารายณ์ครั้งที่ 2" ปีพทธศักราช 2569​ สาขาผู้บริหารด้านการส่งเสริมการศึกษายอดเยี่ยมแห่งปี ซึ่งจัดโดย สมาคมพัฒนาผู้ประกอบการวัยรุ่นไทยและวัยทำงาน​ ณ​ คาลิปโซ่ เอเชียทีค กรุงเทพฯ​ เมื่อวันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2569 สำหรับ "รางวัลหัตถานารายณ์" นี้เป็นรางวัลที่มอบมอบให้แก่บุคคลที่กระทำความดีโดยประจักษ์แจ้ง​ โดยมิได้หวังผลตอบแทนสิ่งอื่นใด​ มีความประพฤติและใฝ่ที่จะทำแต่ความดีอันเป็นนิจสิน​ ทางสมาคมพัฒนาผู้ประกอบการวัยรุ่นไทยและวัยทำงาน ร่วมกับ มูลนิธิเทพศรียันตรา​ จึงได้มอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้​ เพื่อประกาศเกียรติคุณ เชิดชูเกียรติยศและสร้างขวัญกำลังใจให้กับบุคคลที่ได้รับและเป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคมสืบไป นางสาวชณันภัสร์ ไชยอักษรวิชญ์​ ผู้บริหาร โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร กล่าวว่า​ “บ้านครูกำไร” เป็นต้นแบบสถาบันกวดวิชาที่ “ดูแลด้วยหัวใจ พัฒนาเด็กไทยสู่ความเป็นเลิศ” โดยมีจุดเด่นที่วิชาการที่เข้มข้น บรรจบกับการดูแลที่เข้าถึงใจ รวมถึงการใช้หลักสูตร “Personalized Learning” หรือการเข้าถึงศักยภาพของเด็กเป็นรายบุคคล ครูผู้สอนไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ส่งต่อความรู้ แต่ยังทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา (Mentor) ที่ช่วยปลดล็อกจุดอ่อนและเสริมจุดแข็งให้เด็กแต่ละคน ทำให้ผลการเรียนดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในระยะเวลาอันสั้น​ บ้านครูกำไรในภาพจำของผู้ปกครองคือสถาบันที่มากกว่าการกวดวิชา สิ่งที่ทำให้ผู้ปกครองบอกต่อกันปากต่อปาก จนทำให้บ้านครูกำไรเติบโตอย่างมั่นคง คือภาพลักษณ์ของ “สถาบันการศึกษาที่มีความรับผิดชอบสูง” เน้นการสอนที่ “สนุก เข้าใจง่าย แต่ได้ผลจริง” และที่สำคัญที่สุดคือ “การดูแลเหมือนคนในครอบครัว” ทำให้เด็กๆ รู้สึกปลอดภัยและมีความสุขในการเรียนรู้ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อคะแนนสอบและความสำเร็จในระยะยาว ส่วนก้าวต่อไปก็คือการนำนวัตกรรมการสอนใหม่ๆ มาปรับใช้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ปกครองว่า บุตรหลานที่มาเรียนที่นี่จะได้รับสิ่งที่ดีที่สุด “เราให้คำมั่นสัญญาว่า จะรักษามาตรฐานการเป็นผู้บริหารยอดเยี่ยม และจะพัฒนาสถาบันแห่งนี้ให้เป็นบ้านหลังที่สองที่บ่มเพาะปัญญาและสร้างความสำเร็จให้แก่เด็กๆ อย่างยั่งยืน ผู้ปกครองทุกท่านสามารถมั่นใจได้ว่า ทุกนาทีที่บุตรหลานอยู่กับเรา คือการลงทุนเพื่ออนาคตที่มีคุณภาพที่สุด สำหรับผู้ปกครองที่สนใจพัฒนาศักยภาพบุตรหลาน สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร เพื่อให้เราได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในเส้นทางแห่งความสำเร็จนี้ไปด้วยกันค่ะ ​ นางสาวชณันภัสร์ ไชยอักษรวิชญ์​ ผู้บริหาร โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร​ กล่าวภายหลังได้รับรางวัลว่า ​"ท่ามกลางการแข่งขันทางด้านการศึกษาที่สูงขึ้นในปัจจุบัน โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร ได้สร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จครั้งสำคัญ ด้วยการได้รับคัดเลือกให้รับรางวัลอันทรงเกียรติข รางวัลหัตถานารายณ์ สาขา “ผู้บริหารด้านการส่งเสริมการศึกษายอดเยี่ยมแห่งปี” ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้แก่ผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์โดดเด่นในการยกระดับคุณภาพการศึกษาและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่ตัวผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม​ "รางวัลนี้มีความหมายต่อสถาบันของเราอย่างยิ่ง เพราะคือเครื่องยืนยันถึงความทุ่มเทที่เรามีให้แก่เด็กๆ มาโดยตลอด ครูขอขอบพระคุณคณะครูและทีมงานที่เปรียบเสมือนฟันเฟืองสำคัญ ขอบพระคุณผู้ปกครองที่ไว้วางใจให้เราเป็นส่วนหนึ่งในเส้นทางอนาคตของบุตรหลาน และที่ขาดไม่ได้คือลูกศิษย์ทุกคนที่เป็นแรงบันดาลใจให้ครูพัฒนาการสอนในทุกๆ วัน รางวัลนี้ไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นจุดเริ่มต้นที่เราจะยกระดับมาตรฐานการศึกษาให้ดียิ่งขึ้นไปอีก” สุดท้ายก็ต้องขอขอบพระคุณ ดร.ศรีสุริยะ สะริมินยุพเรศ นายกสมาคมพัฒนาผู้ประกอบการวัยรุ่นไทยและวัยทำงาน​ ที่มอบรางวัลเกียรติยศ​ ​"หัตถานารายณ์" ครั้งที่ 2​ ปีพทธศักราช 2569 สาขาผู้บริหารด้านการส่งเสริมการศึกษายอดเยี่ยมแห่งปี ในโอกาสก่อตั้งสมาคมครบรอบ​ 12​ ปี

"ชณันภัสร์ " ​ ผู้บริหารโรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร​ รับรางวัลเกียรติยศ​ "หัตถานารายณ์ครั้งที่ 2" ปีพทธศักราช 2569​  สาขา...