วันพฤหัสบดีที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2564

ททท. เปิดตัวโครงการ WAT “ศรัทธานำทาง เส้นทางนำเที่ยว” พร้อมเสนอการสร้างสรรค์สินค้าการท่องเที่ยว เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมและความสนใจของนักท่องเที่ยว

ททท. เปิดตัวโครงการ WAT “ศรัทธานำทาง เส้นทางนำเที่ยว

พร้อมเสนอการสร้างสรรค์สินค้าการท่องเที่ยว

เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมและความสนใจของนักท่องเที่ยว

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ททท. ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ WAT : Worship Activities Tradition “ศรัทธานำทาง เส้นทางนำเที่ยว” โดยมี นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) และนางสาวฐาปนียฺ์ เกียรติไฟบูลย์ รองผู้ว่าการ ฝ่ายสินค้าและบริการ ททท. ร่วมงานด้วย ณ โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2564

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ภายหลังวิกฤตโควิด-19 เพื่อเตรียมความพร้อมเปิดประเทศสู่ความยั่งยืน ภายใต้ BCG Model ด้วยรูปแบบการเดินทางที่ปลอดภัยต่อสุขภาพและบริการที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง เพิ่มขีดความสามารถและปรับปรุงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการด้วยการนำความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาพัฒนาต่อยอดเพื่อให้การท่องเที่ยวมีประสิทธิภาพและสนองต่อความต้องการของนักท่องเที่ยวได้ครบถ้วนยิ่งขึ้น กระตุ้นการใช้จ่ายและขยายฐานตลาดกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกาลังใช้จ่ายสูงและกลุ่มที่มีความต้องการเฉพาะ    จะมุ่งเชื่อมโยงการท่องเที่ยวไปยังอุตสาหกรรมบริการที่มีคุณภาพสูง ได้แก่ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การท่องเที่ยวเชิงกีฬา การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และการท่องเที่ยวเชิงจิตวิญญาณ โดยโครงการ WAT “ศรัทธานำทาง เส้นทางนำเที่ยว” จะเป็นอีกหนึ่งโครงการที่นักท่องเที่ยวชาวไทยจะได้มีข้อมูลและแนวทางในการเดินทางเพื่อสักการะ ไหว้พระ ขอพร และยังจะได้ไปสัมผัสความหลากหลายทางศิลปวัฒนธรรมในแต่ละพื้นที่อีกด้วย

                นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า แหล่งท่องเที่ยวทางศาสนาเป็นทรัพยากรทางวัฒนธรรมของประเทศไทยที่เป็นต้นทุนสำคัญทางการท่องเที่ยว อันเป็นเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ ประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และขนมธรรมเนียมประเพณีอันงดงามของผู้คนในท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ การนำต้นทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดทางการท่องเที่ยวจนเกิดโครงการ WAT “ศรัทธานำทาง เส้นทางนำเที่ยว” ยังส่งเสริมให้เกิดการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย ทั้งในด้านศาสนา ประวัติศาสตร์ และกระตุ้นให้เกิดรายได้ในพื้นที่ต่างๆ ตามเส้นทางที่ ททท. สร้างสรรค์ได้เป็นอย่างดี

                นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พุทธศาสนายังคงเป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวไทย และยังมีส่วนสำคัญที่ทำให้คนไทยออกเดินทางท่องเที่ยว โดยโครงการ WAT เป็นการผสมผสานเรื่องราวความเชื่อ ความศรัทธาของผู้คน เชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยว เพื่อสร้างประสบการณ์เดินทางเส้นทางแห่งความศรัทธาให้นักท่องเที่ยวได้รับประสบการณ์เกิดความสุขทั้งทางกายและทางจิตใจ  ทั้งนี้สำนักพุทธศาสนาฯ ได้มีเตรียมการเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวตามมาตรการสาธารณสุข และมาตรฐานปลอดภัยด้านสุขอนามัย Amazing Thailand Safety & Health Administration : SHA ไว้เป็นอย่างดี

             นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้พฤติกรรมการเดินทางเปลี่ยนแปลงไปในรูปแบบวิถีปกติใหม่ (New Normal) คือเลือกวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวที่เน้นเรื่องความปลอดภัยด้านสุขอนามัย ระยะทางไม่ไกลมาก ไปกับคนคุ้นเคย และมีการท่องเที่ยวตามความสนใจ โดยรัฐบาลได้มีมาตรการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศหลากหลายมาตรการ เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวฟื้นตัว ดังนั้น ททท. จึงสร้างสรรค์และนำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวที่เป็นศูนย์กลางแห่งความศรัทธาทางศาสนา ความเชื่อ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ นำไปสู่การสร้างงานสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวและเพิ่มวันพักค้าง ซึ่งจะเป็นการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจฐานรากสู่ชุมชนและท้องถิ่นโดยรอบ โดยได้รับความร่วมมือที่ดีจากสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงวัฒนธรรม ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ในการดำเนินโครงการ WAT หรือ ศรัทธานำทาง เส้นทางนำเที่ยว” และจัดทำเส้นทางแห่งศรัทธาเพื่อเสริมสิริมงคล ความรุ่งเรืองแห่งชีวิต เชื่อมโยงชุมชนที่มีศักยภาพและแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ที่พร้อมเสนอขาย จำนวน 15 เส้นทางทั่วประเทศ ได้แก่ จังหวัดพิจิตร แพร่ น่าน เชียงราย ชัยนาท สระบุรี เพชรบุรี บุรีรัมย์ ชัยภูมิ นครพนม ระยอง ปราจีนบุรี พังงา  สุราษฎร์ธานี และสงขลา    

                 ในโอกาสนี้ ททท. ยังได้นำเสนอผลงานการสร้างสรรค์สินค้าการท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่ดำเนินการและจัดทำทั้งในรูปแบบ Content Marketing และเส้นทางท่องเที่ยวที่พร้อมเสนอขาย ตรงกับความต้องการของนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม อาทิ เส้นทางดูดาว เส้นทางคนโสด (Single Journey) Power Spot - ฟื้นฟูจิตวิญญาน เส้นทางท่องเที่ยวโดยชุมชน (Community Based Tourism) การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ (Responsible Tourism)      Workation - ทำงานเที่ยวได้ รวมใจช่วยชาติ และเส้นทางท่องเที่ยวตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย Amazing Thailand Safety & Health Administration : SHA  ป็นต้น ทั้งนี้  เพื่อเป็นการส่งเสริมและก่อให้เกิดการกระจายการเดินทางท่องที่ยวเชิงพื้นที่และช่วงเวลา ผลักดันแนวทางการส่งเสริมเมืองรองและชุมชนในรูปแบบ Local Experience เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้สนใจมาสัมผัสประสบการณ์ท้องถิ่น สนับสนุนการมีส่วนร่วมของนักท่องเที่ยวและผู้เกี่ยวข้องด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทุกภาคส่วน โดยคำนึงถึงการรักษาสมดุลทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม สู่ความยั่งยืนตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติ และสอดคล้องกับนโยบายการท่องเที่ยวสีขาว  โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในการตอกย้ำการท่องเที่ยวที่สะดวก สะอาด ปลอดภัย เป็นธรรม และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือในการให้บริการทางการท่องเที่ยวและร่วมเป็นเจ้าบ้านที่ดี ต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เพื่อให้การท่องเที่ยวเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนต่อไx

   ทั้งนี้ สามารถติดตามรายละเอียดข้อมูลโครงการ WAT และเส้นทางท่องเที่ยวอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ www.tourismthailand.org/tourismproduct หรือ www.facebook.com/Tourismproducts หรือ โทร. 1672 เพื่อนร่วมทาง          

                                                

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

"ชณันภัสร์ " ​ ผู้บริหารโรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร​ รับรางวัลเกียรติยศ​ "หัตถานารายณ์ครั้งที่ 2" ปีพทธศักราช 2569​ สาขาผู้บริหารด้านการส่งเสริมการศึกษายอดเยี่ยมแห่งปี นางสาวชณันภัสร์ ไชยอักษรวิชญ์​ ผู้บริหาร โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร​ รับรางวัลเกียรติยศ​" หัตถานารายณ์ครั้งที่ 2" ปีพทธศักราช 2569​ สาขาผู้บริหารด้านการส่งเสริมการศึกษายอดเยี่ยมแห่งปี ซึ่งจัดโดย สมาคมพัฒนาผู้ประกอบการวัยรุ่นไทยและวัยทำงาน​ ณ​ คาลิปโซ่ เอเชียทีค กรุงเทพฯ​ เมื่อวันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2569 สำหรับ "รางวัลหัตถานารายณ์" นี้เป็นรางวัลที่มอบมอบให้แก่บุคคลที่กระทำความดีโดยประจักษ์แจ้ง​ โดยมิได้หวังผลตอบแทนสิ่งอื่นใด​ มีความประพฤติและใฝ่ที่จะทำแต่ความดีอันเป็นนิจสิน​ ทางสมาคมพัฒนาผู้ประกอบการวัยรุ่นไทยและวัยทำงาน ร่วมกับ มูลนิธิเทพศรียันตรา​ จึงได้มอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้​ เพื่อประกาศเกียรติคุณ เชิดชูเกียรติยศและสร้างขวัญกำลังใจให้กับบุคคลที่ได้รับและเป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคมสืบไป นางสาวชณันภัสร์ ไชยอักษรวิชญ์​ ผู้บริหาร โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร กล่าวว่า​ “บ้านครูกำไร” เป็นต้นแบบสถาบันกวดวิชาที่ “ดูแลด้วยหัวใจ พัฒนาเด็กไทยสู่ความเป็นเลิศ” โดยมีจุดเด่นที่วิชาการที่เข้มข้น บรรจบกับการดูแลที่เข้าถึงใจ รวมถึงการใช้หลักสูตร “Personalized Learning” หรือการเข้าถึงศักยภาพของเด็กเป็นรายบุคคล ครูผู้สอนไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ส่งต่อความรู้ แต่ยังทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา (Mentor) ที่ช่วยปลดล็อกจุดอ่อนและเสริมจุดแข็งให้เด็กแต่ละคน ทำให้ผลการเรียนดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในระยะเวลาอันสั้น​ บ้านครูกำไรในภาพจำของผู้ปกครองคือสถาบันที่มากกว่าการกวดวิชา สิ่งที่ทำให้ผู้ปกครองบอกต่อกันปากต่อปาก จนทำให้บ้านครูกำไรเติบโตอย่างมั่นคง คือภาพลักษณ์ของ “สถาบันการศึกษาที่มีความรับผิดชอบสูง” เน้นการสอนที่ “สนุก เข้าใจง่าย แต่ได้ผลจริง” และที่สำคัญที่สุดคือ “การดูแลเหมือนคนในครอบครัว” ทำให้เด็กๆ รู้สึกปลอดภัยและมีความสุขในการเรียนรู้ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อคะแนนสอบและความสำเร็จในระยะยาว ส่วนก้าวต่อไปก็คือการนำนวัตกรรมการสอนใหม่ๆ มาปรับใช้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ปกครองว่า บุตรหลานที่มาเรียนที่นี่จะได้รับสิ่งที่ดีที่สุด “เราให้คำมั่นสัญญาว่า จะรักษามาตรฐานการเป็นผู้บริหารยอดเยี่ยม และจะพัฒนาสถาบันแห่งนี้ให้เป็นบ้านหลังที่สองที่บ่มเพาะปัญญาและสร้างความสำเร็จให้แก่เด็กๆ อย่างยั่งยืน ผู้ปกครองทุกท่านสามารถมั่นใจได้ว่า ทุกนาทีที่บุตรหลานอยู่กับเรา คือการลงทุนเพื่ออนาคตที่มีคุณภาพที่สุด สำหรับผู้ปกครองที่สนใจพัฒนาศักยภาพบุตรหลาน สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร เพื่อให้เราได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในเส้นทางแห่งความสำเร็จนี้ไปด้วยกันค่ะ ​ นางสาวชณันภัสร์ ไชยอักษรวิชญ์​ ผู้บริหาร โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร​ กล่าวภายหลังได้รับรางวัลว่า ​"ท่ามกลางการแข่งขันทางด้านการศึกษาที่สูงขึ้นในปัจจุบัน โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร ได้สร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จครั้งสำคัญ ด้วยการได้รับคัดเลือกให้รับรางวัลอันทรงเกียรติข รางวัลหัตถานารายณ์ สาขา “ผู้บริหารด้านการส่งเสริมการศึกษายอดเยี่ยมแห่งปี” ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้แก่ผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์โดดเด่นในการยกระดับคุณภาพการศึกษาและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่ตัวผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม​ "รางวัลนี้มีความหมายต่อสถาบันของเราอย่างยิ่ง เพราะคือเครื่องยืนยันถึงความทุ่มเทที่เรามีให้แก่เด็กๆ มาโดยตลอด ครูขอขอบพระคุณคณะครูและทีมงานที่เปรียบเสมือนฟันเฟืองสำคัญ ขอบพระคุณผู้ปกครองที่ไว้วางใจให้เราเป็นส่วนหนึ่งในเส้นทางอนาคตของบุตรหลาน และที่ขาดไม่ได้คือลูกศิษย์ทุกคนที่เป็นแรงบันดาลใจให้ครูพัฒนาการสอนในทุกๆ วัน รางวัลนี้ไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นจุดเริ่มต้นที่เราจะยกระดับมาตรฐานการศึกษาให้ดียิ่งขึ้นไปอีก” สุดท้ายก็ต้องขอขอบพระคุณ ดร.ศรีสุริยะ สะริมินยุพเรศ นายกสมาคมพัฒนาผู้ประกอบการวัยรุ่นไทยและวัยทำงาน​ ที่มอบรางวัลเกียรติยศ​ ​"หัตถานารายณ์" ครั้งที่ 2​ ปีพทธศักราช 2569 สาขาผู้บริหารด้านการส่งเสริมการศึกษายอดเยี่ยมแห่งปี ในโอกาสก่อตั้งสมาคมครบรอบ​ 12​ ปี

"ชณันภัสร์ " ​ ผู้บริหารโรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร​ รับรางวัลเกียรติยศ​ "หัตถานารายณ์ครั้งที่ 2" ปีพทธศักราช 2569​  สาขา...