วันพุธที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2563

เปิดตัวโครงการ Thailand Smart Tourism ออกแบบแพลตฟอร์ม “เพลินไทย” ระบบปฏิบัติการแผนที่ Smart map รายงานข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวรูปแบบ New Normal

เปิดตัวโครงการ Thailand Smart Tourism ออกแบบแพลตฟอร์ม “เพลินไทย” ระบบปฏิบัติการแผนที่ Smart map รายงานข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวรูปแบบ New Normal

     นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) แถลงข่าวเปิดตัวโครงการ Thailand Smart Tourism ออกแบบแพลตฟอร์ม “เพลินไทย” ระบบปฏิบัติการแผนที่ Smart map รายงานข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวรูปแบบ New Normal ในปัจจุบันที่คำนึงถึงความปลอดภัยและสุขอนามัย ดำเนินการนำร่องใน 13 พื้นที่ยุทธศาสตร์ของกรุงเทพมหานคร สองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา จำนวนกว่า 1,000 สถานที่ โดยมี นายศุภฤกษ์ ภาวิไล เจ้าของแพลตฟอร์ม “เพลินไทย” Smart Map และผู้ก่อตั้ง บริษัท บียอนด์ ซิตี้ (ไทยแลนด์) จำกัด และพันธมิตรเข้าร่วมงานมากมาย ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2563

      นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 คลี่คลาย พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวมีการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่การท่องเที่ยววิถีใหม่ (New Normal) ที่คำนึงถึงปัจจัยมาตรฐานด้านความปลอดภัยและสุขอนามัยเป็นสำคัญ ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีในการสร้างมิติใหม่ของการท่องเที่ยวและยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้สูงขึ้น ททท. จึงได้วางแผนกลยุทธ์แนวการทำงานขององค์กรในปี 2564 โดย ททท. จะเป็นผู้นําในการขับเคลื่อนและส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ภายใต้แนวคิด 3D ให้ความสําคัญใน 3 เรื่อง ได้แก่ Domestic ส่งเสริมและผลักดันการท่องเที่ยวในประเทศ Digital ปรับตัวสู่ระบบดิจิทัล สร้างการท่องเที่ยวให้เชื่อมโยงกันทางดิจิทัล ก้าวทันอนาคต Dynamic มีความสามารถปรับสมดุลใหม่สามารถเผชิญความผันผวนของสถานการณ์และมีความยืดหยุ่นในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีใหม่ตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

 

     ทั้งนี้ ททท. เล็งเห็นความสำคัญของการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวยุคใหม่เข้ากับระบบดิจิทัลเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมนักท่องเที่ยวในยุคนิวนอร์มัล (New Normal) จึงร่วมกับ บริษัท บียอนด์ ซิตี้ (ไทยแลนด์) จำกัด ดำเนินการพัฒนาระบบปฏิบัติการแผนที่ (Smart Map Platform) มาเป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกในการเดินทางท่องเที่ยว รองรับการเปลี่ยนแปลงข้อมูลของสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ โดยจะเริ่มต้นนำร่องในพื้นที่ 13 เขต 11 ย่านของกรุงเทพมหานคร ได้แก่ พระนคร ป้อมปราบศัตรูพ่าย สัมพันธวงศ์ ธนบุรี คลองสาน บางพลัด บางกอกน้อย บางกอกใหญ่ ดุสิต ปทุมวัน บางรัก สาธร และบางคอแหลม ซึ่งจะมีข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว โรงแรมที่พัก ร้านค้า ร้านอาหารและสถานที่ที่เกี่ยวข้อง รวมจำนวนกว่า 1,000 สถานที่ รวมถึงเส้นทางท่องเที่ยวในพื้นที่ เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวกและรวดเร็วผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Smart Phone) โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้งานระบบ เป็นโอกาสให้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยวนำเสนอข้อมูลที่เป็นปัจจุบันของการท่องเที่ยวแก่นักท่องเที่ยวรวมถึงผู้ใช้งานสามารถแสดงความคิดเห็นเพื่อให้ผู้ประกอบการปรับปรุงพัฒนาการให้บริการของตนเองได้ ขณะที่ผู้ประกอบการสามารถเพิ่มรายละเอียด มาตรการและมาตรฐานที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานต่างๆ ที่สะท้อนถึงมาตรการความปลอดภัยและสุขอนามัยที่จะช่วยสร้างความมั่นใจแก่ผู้ใช้ในการตัดสินใจเข้ารับบริการการท่องเที่ยวด้วย

      สำหรับการใช้งานแพลตฟอร์ม “เพลินไทย” นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงผ่านเว็บไซต์ เพลินไทย.com จากนั้นเลือกพื้นที่ที่ต้องการเข้าถึงจาก 11 ย่านสำคัญในกรุงเทพฯ จะแสดงผลแพลตฟอร์มแผนที่ Smart map พร้อมด้วยสัญลักษณ์ (Icon) ต่างๆ ได้แก่ สัญลักษณ์บอกตำแหน่งปัจจุบันของผู้ใช้งาน ประเภทของสถานที่ สัญลักษณ์การใช้งานหน้าจอแสดงผล ต่อมาเมื่อกดไปที่สัญลักษณ์ของแต่ละสถานที่จะปรากฏหน้าต่าง Micro Page แสดงข้อมูลเบื้องต้นของสถานที่นั้นๆ อาทิ วันและเวลาให้บริการ ตำแหน่งที่ตั้ง รายละเอียดข้อมูลสถานที่ ข้อมูลติดต่อ เบอร์ศัพท์ เว็บไซต์ มาตรการด้านความปลอดภัยและสุขอนามัย รางวัลรับรองมาตรฐาน วีดิทัศน์ประชาสัมพันธ์สถานประกอบการ เป็นต้น 

       อีกทั้ง สามารถใช้งานได้ทั้งในระบบ iOS และ Android รวมถึงบนอุปกรณ์ Tablet โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ไม่ต้องลงทะเบียนใช้งาน และวางแผนรองรับการใช้งานภาษาอังกฤษและจีนในอนาคต

      ทั้งนี้ ผู้ประกอบการสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ทาง https://เพลินไทย.com/join_us และสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เพลินไทย.com  

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

"ชณันภัสร์ " ​ ผู้บริหารโรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร​ รับรางวัลเกียรติยศ​ "หัตถานารายณ์ครั้งที่ 2" ปีพทธศักราช 2569​ สาขาผู้บริหารด้านการส่งเสริมการศึกษายอดเยี่ยมแห่งปี นางสาวชณันภัสร์ ไชยอักษรวิชญ์​ ผู้บริหาร โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร​ รับรางวัลเกียรติยศ​" หัตถานารายณ์ครั้งที่ 2" ปีพทธศักราช 2569​ สาขาผู้บริหารด้านการส่งเสริมการศึกษายอดเยี่ยมแห่งปี ซึ่งจัดโดย สมาคมพัฒนาผู้ประกอบการวัยรุ่นไทยและวัยทำงาน​ ณ​ คาลิปโซ่ เอเชียทีค กรุงเทพฯ​ เมื่อวันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2569 สำหรับ "รางวัลหัตถานารายณ์" นี้เป็นรางวัลที่มอบมอบให้แก่บุคคลที่กระทำความดีโดยประจักษ์แจ้ง​ โดยมิได้หวังผลตอบแทนสิ่งอื่นใด​ มีความประพฤติและใฝ่ที่จะทำแต่ความดีอันเป็นนิจสิน​ ทางสมาคมพัฒนาผู้ประกอบการวัยรุ่นไทยและวัยทำงาน ร่วมกับ มูลนิธิเทพศรียันตรา​ จึงได้มอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้​ เพื่อประกาศเกียรติคุณ เชิดชูเกียรติยศและสร้างขวัญกำลังใจให้กับบุคคลที่ได้รับและเป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคมสืบไป นางสาวชณันภัสร์ ไชยอักษรวิชญ์​ ผู้บริหาร โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร กล่าวว่า​ “บ้านครูกำไร” เป็นต้นแบบสถาบันกวดวิชาที่ “ดูแลด้วยหัวใจ พัฒนาเด็กไทยสู่ความเป็นเลิศ” โดยมีจุดเด่นที่วิชาการที่เข้มข้น บรรจบกับการดูแลที่เข้าถึงใจ รวมถึงการใช้หลักสูตร “Personalized Learning” หรือการเข้าถึงศักยภาพของเด็กเป็นรายบุคคล ครูผู้สอนไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ส่งต่อความรู้ แต่ยังทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา (Mentor) ที่ช่วยปลดล็อกจุดอ่อนและเสริมจุดแข็งให้เด็กแต่ละคน ทำให้ผลการเรียนดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในระยะเวลาอันสั้น​ บ้านครูกำไรในภาพจำของผู้ปกครองคือสถาบันที่มากกว่าการกวดวิชา สิ่งที่ทำให้ผู้ปกครองบอกต่อกันปากต่อปาก จนทำให้บ้านครูกำไรเติบโตอย่างมั่นคง คือภาพลักษณ์ของ “สถาบันการศึกษาที่มีความรับผิดชอบสูง” เน้นการสอนที่ “สนุก เข้าใจง่าย แต่ได้ผลจริง” และที่สำคัญที่สุดคือ “การดูแลเหมือนคนในครอบครัว” ทำให้เด็กๆ รู้สึกปลอดภัยและมีความสุขในการเรียนรู้ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อคะแนนสอบและความสำเร็จในระยะยาว ส่วนก้าวต่อไปก็คือการนำนวัตกรรมการสอนใหม่ๆ มาปรับใช้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ปกครองว่า บุตรหลานที่มาเรียนที่นี่จะได้รับสิ่งที่ดีที่สุด “เราให้คำมั่นสัญญาว่า จะรักษามาตรฐานการเป็นผู้บริหารยอดเยี่ยม และจะพัฒนาสถาบันแห่งนี้ให้เป็นบ้านหลังที่สองที่บ่มเพาะปัญญาและสร้างความสำเร็จให้แก่เด็กๆ อย่างยั่งยืน ผู้ปกครองทุกท่านสามารถมั่นใจได้ว่า ทุกนาทีที่บุตรหลานอยู่กับเรา คือการลงทุนเพื่ออนาคตที่มีคุณภาพที่สุด สำหรับผู้ปกครองที่สนใจพัฒนาศักยภาพบุตรหลาน สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร เพื่อให้เราได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในเส้นทางแห่งความสำเร็จนี้ไปด้วยกันค่ะ ​ นางสาวชณันภัสร์ ไชยอักษรวิชญ์​ ผู้บริหาร โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร​ กล่าวภายหลังได้รับรางวัลว่า ​"ท่ามกลางการแข่งขันทางด้านการศึกษาที่สูงขึ้นในปัจจุบัน โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร ได้สร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จครั้งสำคัญ ด้วยการได้รับคัดเลือกให้รับรางวัลอันทรงเกียรติข รางวัลหัตถานารายณ์ สาขา “ผู้บริหารด้านการส่งเสริมการศึกษายอดเยี่ยมแห่งปี” ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้แก่ผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์โดดเด่นในการยกระดับคุณภาพการศึกษาและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่ตัวผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม​ "รางวัลนี้มีความหมายต่อสถาบันของเราอย่างยิ่ง เพราะคือเครื่องยืนยันถึงความทุ่มเทที่เรามีให้แก่เด็กๆ มาโดยตลอด ครูขอขอบพระคุณคณะครูและทีมงานที่เปรียบเสมือนฟันเฟืองสำคัญ ขอบพระคุณผู้ปกครองที่ไว้วางใจให้เราเป็นส่วนหนึ่งในเส้นทางอนาคตของบุตรหลาน และที่ขาดไม่ได้คือลูกศิษย์ทุกคนที่เป็นแรงบันดาลใจให้ครูพัฒนาการสอนในทุกๆ วัน รางวัลนี้ไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นจุดเริ่มต้นที่เราจะยกระดับมาตรฐานการศึกษาให้ดียิ่งขึ้นไปอีก” สุดท้ายก็ต้องขอขอบพระคุณ ดร.ศรีสุริยะ สะริมินยุพเรศ นายกสมาคมพัฒนาผู้ประกอบการวัยรุ่นไทยและวัยทำงาน​ ที่มอบรางวัลเกียรติยศ​ ​"หัตถานารายณ์" ครั้งที่ 2​ ปีพทธศักราช 2569 สาขาผู้บริหารด้านการส่งเสริมการศึกษายอดเยี่ยมแห่งปี ในโอกาสก่อตั้งสมาคมครบรอบ​ 12​ ปี

"ชณันภัสร์ " ​ ผู้บริหารโรงเรียนกวดวิชาบ้านครูกำไร​ รับรางวัลเกียรติยศ​ "หัตถานารายณ์ครั้งที่ 2" ปีพทธศักราช 2569​  สาขา...