วันอังคารที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2565

วัดบางกง ร่วมกับ สภ.วิหารแดง และชาวบ้านบางกง ร่วมเจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตตภาวนา ถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวร

วัดบางกง ร่วมกับ สภ.วิหารแดง และชาวบ้านบางกง ร่วมเจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตตภาวนา

ถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวร



          พระครูพิบูลย์โชติธรรม เจ้าอาวาสวัดบางกง อำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี นำพระภิกษุ 9 รูป สวดเจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตตภาวนาถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวร โดยมี พ.ต.ท.เกรียงศักดิ์ มัชฉิมะบุระ สารวัตรอำนวยการ สภ.วิหารแดง ข้าราชการตำรวจ พร้อมชาวบ้านบางกง ร่วม 30 คน ร่วมพิธีสวดเพื่อถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยอัญเชิญบทสวด “โพชฌังคปริตร” ก่อนร่วมอธิษฐานจิตตภาวนาถวายพระพร ด้วยหัวใจแห่งความจงรักภักดี

#สวดมนต์ถวายพระพรชัยมงคล

วัดศรีนวล หนองแขม จัดพิธีเบิกเนตรท้าวเวสสุวรรณ และพิธีสวดภาณยักษ์ใหญ่ ประจำปี ๒๕๖๕

วัดศรีนวล หนองแขม จัดพิธีเบิกเนตรท้าวเวสสุวรรณ และพิธีสวดภาณยักษ์ใหญ่ ประจำปี ๒๕๖๕

                  ในเดือน ธันวาคม ๒๕๖๕ ถือเป็นวาระอันเป็นมหามงคลยิ่งที่วัดศรีนวลได้อัญเชิญรูปหล่อองค์ ท้าวเวสสุวรรณเนื้อสัมฤทธิ์ ขนาดสูง ๓.๘๐ เมตรมาประดิษฐานยังวัดศรีนวล แขวงหนองแขม เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร โดย มีพิธีบรวงสรวงและเบิกเนตรท้าวเวสสุวรรณ  ซึ่งทางวัดศรีนวลได้รับความเมตตาจาก ท่านเจ้าประคุณสมเด็จ  พระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก กรรมการมหาเถรสมาคม ได้มาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และได้รับเกียรติจาก ดร. อรพรรณ สินประสงค์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีการจัดการ เพชรเกษม ประธานกรรมการวัดศรีนวล เป็นประธานฝ่ายฆราวาส โดยมี ดร.นราวดี แสงรัตนกุล  ที่ปรึกษาโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา และที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการ การศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฏร, และคุณเสาวนีย์  บุนนาค ร่วมงานมหาด้วย

     

         ตามประวัติท้าวเวสสุวรรณ เป็นเทพผู้ยิ่งใหญ่ ๑ ในท้าวจตุโลกบาลทั้ง ๔ สถิตอยู่บนสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา ประทับอยู่ทางทิศเหนือ เป็นอธิบดีแห่งอสูร มีอสูรรากษส และภูตผีปีศาจเป็นบริวาร ท่านเป็นเทพผู้ทำหน้าที่ปกป้องพระพุทธศาสนา และท่านเป็นเทพผู้คุ้มครองโลกมนุษย์ เชื่อกันว่าท่านจะคอยปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกไปจากชีวิต อีกทั้งยังเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภที่มีขุมทรัพย์มหาศาล ดังนั้น ผู้คนจึงนิยมกราบไหว้บูชาท่าน ขอพร ขอโชคลาภ รวมถึงปัดเป่าสิ่งที่ไม่ดีให้หมดไป

            และในวันเดียวกันภายหลังพิธีบรวงสรวงทางวัดยังจัดพิธีสวดภาณยักษ์ใหญ่ เป็นบทสวดโบราณซึ่งอานิสงส์ของการสวดภาณยักษ์ใหญ่มีความเชื่อว่าจะช่วยป้องกันภัยและสิ่งชั่วร้าย อีกทั้งช่วยขับไล่ภูตผี วิญญาณไม่ดีให้ออกไปจากตัวผู้สวด ที่มาจากยักษ์ชั่วร้าย และอมนุษย์ที่ประสงค์ร้ายได้ ปกป้องคุ้มครองผู้สวดและผู้สดับให้อยู่สุขสวัสดี     ซึ่งในพิธีของวัดศรีนวลนี้ถือเป็นการจัดขึ้นครั้งแรกในรอบ ๓๕ ปีนับตั้งแต่วันที่ได้รับวิสุงคามสีมา (การตั้งพื้นที่วัด) 

         การจัดงานพิธีบรวงสรวงและเบิกเนตรท้าวเวสสุวรรณ รวมทั้งพิธีสวดภาณยักษ์ใหญ่ ประจำปี ๒๕๖๕ ในครั้งนี้ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้คนในชุมชน

             ทั้งนี้สาธุชนสามารถเข้ากราบสักการะ ท้าวเวสสุวรรณ ได้ที่วัดศรีนวล แขวง/เขต หนองแขม กรุงทพมหานคร ได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๘.๐๐ น. - ๑๘.๐๐ น. และร่วมสมทบทุนสร้างศาลาปฏิบัติธรรม วัดศรีนวล แขวง/เขต หนองแขม ได้ที่  ธนาคารออมสิน สาขา หนองแขม  ชื่อบัญชี วัดศรีนวล แขวงหนองแขม   เลขที่บัญชี 020399499522

ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ https://www.facebook.com/WatSiNuanNongKhae

 

“กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ” คิกออฟโครงการ “ปรับ เปลี่ยน ปลุก ปั้น”เดินหน้าจัดกิจกรรมกับโรงเรียน 4 ภาค มุ่งสร้างพื้นฐานด้านกีฬาให้เยาวชน

“กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ” คิกออฟโครงการ “ปรับ เปลี่ยน ปลุก ปั้น”เดินหน้าจัดกิจกรรมกับโรงเรียน 4 ภาค มุ่งสร้างพื้นฐานด้านกีฬาให้เยาวชน

         กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เปิดตัวโครงการ ปรับ เปลี่ยน ปลุก ปั้น ตั้งเป้าส่งเสริมให้เยาวชนมีพื้นฐานการเล่นกีฬาที่ถูกต้อง และสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนหันมาเล่นกีฬามากขึ้น พร้อมทั้งมอบอุปกรณ์กีฬา และมอบทุนพิเศษ โดยกดปุ่มคิกออฟโครงการ และปล่อยคาราวานรถ ปรับ เปลี่ยน ปลุก ปั้น ลุยออกเดินทางไปจัดกิจกรรมให้กับเยาวชนในโรงเรียน 4 แห่ง 4 ภาค ตั้งแต่เดือนธันวาคมนี้

              นายวินัย ทองรัตน์ กรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ กล่าวว่า โครงการ ปรับ เปลี่ยน ปลุก ปั้น เป็นโครงการที่กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติริเริ่มจัดขึ้นเป็นปีแรก มีเป้าหมายที่จะสร้างพื้นฐานการเล่นกีฬาที่ถูกต้องและมีมาตรฐานให้กับเยาวชน เพื่อนำไปสู่การสร้างสังคมคนรักกีฬา สามารถเพิ่มนักกีฬาระดับท้องถิ่น สู่ระดับจังหวัด และระดับชาติ ต่อไป ซึ่งภายใต้โครงการนี้จะมีการจัดกิจกรรมโดยใช้กลยุทธิ์ 4 ป คือ “ปรับ” โดยการปรับพื้นฐานด้านกีฬาให้เยาวชนด้วยเกมกีฬาสันทนานการ “เปลี่ยน” โดยการมอบอุปกรณ์กีฬาใหม่แทนอุปกรณ์กีฬาที่ชำรุด “ปลุก” โดยการสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนด้วยนักกีฬาต้นแบบ และ “ปั้น” โดยการมอบทุนพิเศษด้านกีฬาหรือทุนการศึกษาให้นักกีฬาประจำโรงเรียนหรือโรงเรียน

          โครงการ ปรับ เปลี่ยน ปลุก ปั้น มีกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษา – มัธยมศึกษาปีที่ 6 อายุระหว่าง 10-18 ปี โดยครั้งนี้จะจัดกิจกรรมขึ้นที่โรงเรียน 4 แห่ง 4 ภาค ระหว่างเดือนธันวาคม 2565 - มกราคม 2566 ได้แก่ ภาคกลาง จัดที่โรงเรียนเทศบาล 5 (พหลโยธินรามินทรภักดี) จังหวัดราชบุรี ในวันที่ 16 ธันวาคม 2565 โดยมุ่งฝึกทักษะกีฬาตะกร้อ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดที่โรงเรียนห้วยต้อน จังหวัดชัยภูมิ ในวันที่ 21 ธันวาคม 2565 โดยมุ่งฝึกทักษะกีฬาคิกบ็อกซิ่ง ภาคเหนือ จัดที่โรงเรียนเชียงม่วนวิทยาคม จังหวัดพะเยา ในวันที่ 26 ธันวาคม 2565 โดยมุ่งฝึกทักษะกีฬาวิ่ง และ ภาคใต้ จัดที่โรงเรียนบ้านเกาะบูโหลน จังหวัดสตูล ในวันที่ 9 มกราคม 2566 โดยมุ่งฝึกทักษะกีฬาฟุตบอลชายหาด

        สำหรับนักกีฬาต้นแบบที่จะมาร่วมกิจกรรมที่โรงเรียนแต่ละแห่ง ล้วนเป็นนักกีฬาที่มีชื่อเสียงที่จะสร้างแรงบันดาลใจในการเล่นกีฬาให้กับเยาวชน อาทิ จ.ส.อ.รัถเดช น้อยเจริญ อดีตนักตะกร้อทีมชาติไทย วราพร ใจเที่ยง นักกีฬาคิกบ็อกซิ่งทีมชาติไทย อภิสิทธิ์ ช้างหิน นักวิ่งดาวรุ่งที่กำลังมาแรง

“โครงการ ปรับ เปลี่ยน ปลุก ปั้น จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีให้กับเยาวชน ทำให้เยาวชนเริ่มต้นได้รับโอกาส เริ่มต้นพื้นฐานกีฬาที่ถูกต้อง และเริ่มต้นก้าวสู่เส้นทางกีฬา ซึ่งการเริ่มต้นที่ดีจะนำมาสู่ความสำเร็จ และทำให้เยาวชนที่มีความฝันอยากเป็นนักกีฬาเป็นจริงได้”

         นอกจากจะมีการปล่อยคาราวานรถโครงการ ปรับ เปลี่ยน ปลุก ปั้น เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการคิกออฟโครงการอย่างเป็นทางการแล้ว ภายในงานยังจัดให้มีการเสวนาในหัวข้อ “การพัฒนากีฬาสู่ความเป็นเลิศ” โดยมี นายวินัย ทองรัตน์ กรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ พร้อมด้วย      นายประชุม  บุญเทียม รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา และ นายชนาสิน สิมะดำรงค์ รองผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ร่วมเสวนา 







คณะพระธรรมทูตไทย และพุทธบริษัทชาวไทย ร่วมสวดเจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตตภาวนา เพื่อถวายพระพรชัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวร

คณะพระธรรมทูตไทย และพุทธบริษัทชาวไทย ร่วมสวดเจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตตภาวนา เพื่อถวายพระพรชัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวร



      พระเดชพระคุณหลวงพ่อ พระธรรมโพธิวงศ์ เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา หัวหน้าพระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย-เนปาล นำคณะพระธรรมทูต และพุทธศาสนิกชน ร่วมในพิธีสวดพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา เพื่อร่วมถวายพระพรชัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวร ณ ภายใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ พุทธคยา ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2565


          การประกอบพิธีสวดเจริญพระพุทธมนต์ดังกล่าว เป็นไปตามที่ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ประธานกรรมการมหาเถรสมาคม ทรงมีพระบัญชาโปรดให้สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม แจ้งวัดทุกวัดทั่วราชอาณาจักร และวัดไทยในต่างประเทศ ให้คณะสงฆ์ พร้อมด้วยพุทธศาสนิกชน ร่วมกันเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนาถวายเป็นพิเศษ ต่อจากการสวดมนต์ทำวัตรเช้าและทำวัตรเย็น เพื่อถวายพระพรชัยแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นประจำทุกวัน ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป 

ททท. เปิดตัว “NFT BUAKAW 1 x Amazing Thailand” สร้างปรากฎการณ์ต่อยอด “มวยไทย” และ “เทคโนโลยี” สู่โลกแห่งการท่องเที่ยวไทย “คอลเล็กชันสุดพิเศษ” แค่ 2,000 ชิ้น

ททท. เปิดตัว “NFT BUAKAW 1 x Amazing Thailand” 

สร้างปรากฎการณ์ต่อยอด “มวยไทย” และ “เทคโนโลยี” 

สู่โลกแห่งการท่องเที่ยวไทย “คอลเล็กชันสุดพิเศษ” แค่ 2,000 ชิ้น

              ก้าวไปอีกขั้นกับสังเวียนครั้งใหม่ของโปรเจคต์ BUAKAW 1 โดย “บัวขาว บัญญาเมฆ” เดินหน้าสู่การต่อยอดดิจิทัลอาร์ตหรือภาพ NFT ให้เป็นมากกว่าของสะสม ด้วยการสร้างสรรค์ศิลปะชุดใหม่ พร้อมกับสิทธิประโยชน์ของการเป็นเจ้าของ NFT ด้าน “การท่องเที่ยว” ไม่ว่าจะเป็นส่วนลดจากโรงแรมชั้นนำ พร้อมมีสิทธิ์ลุ้นรับแพ็กเกจที่พักสุดหรูผ่านการใช้ “Amazing Thailand Exclusive Collection” สนับสนุนโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จำกัดเพียง 2,000 ชิ้น สำหรับผู้ถือครอง NFT BUAKAW 1 เท่านั้น

            บัวขาว บัญชาเมฆ ฮีโร่นักชกขวัญใจชาวไทย และเจ้าของค่ายมวยบัญชาเมฆ เปิดเผยว่า “มวยไทยเป็นศิลปะประจำชาติไทยที่มีเอกลักษณ์ เป็นที่ชื่นชมและยกย่องของคนทั้งโลก แรงบังดาลใจในการต่อยอดครั้งนี้ เป็นการสนับสนุนและเผยแพร่ “มวยไทยในรูปแบบใหม่” นอกเหนือจาการเผยแพร่เชิงวัฒนธรรม แต่เป็นการผสมผสาน เทคโนโลยีในรูปแบบของ NFT ที่สามารถสนับสนุนโลกของมวยไทย และการท่องเที่ยวไปอีกขั้น ที่สำคัญคือการช่วยเหลือผู้ประกอบการให้เกิดรายได้จริง ซึ่งรู้สึกเป็นเกียรติเป็นอย่างมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้

            ด้านนายนิธี สีแพร  รองผู้ว่าการด้านดิจิทัล วิจัย และพัฒนา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท. มีแผนต้องการผลักดันการต่อยอดโลกเทคโนโลยีสู่การท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มโอกาสในการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในอนาคต โดยโครงการนี้ถือเป็นการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวทั้งในส่วนของ Demand และ Supply ที่ช่วยพลิกฟื้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้ก้าวสู่อุตสาหกรรมท่องเที่ยว Digital Literacy ในการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าง NFT ที่เป็นที่นิยมในโลกปัจจุบัน ต่อยอดกับการท่องเที่ยวภายในประเทศ จึงทำให้โครงการนี้เป็นโครงการต้นแบบที่ถือว่าช่วยสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยว และยังช่วยเสริมสร้างรายได้ของการท่องเที่ยวภายในประเทศไทย

             กลุ่มตัวแทนผู้ก่อตั้งโปรเจ็ค BUAKAW1 ธนพล ทรัพย์สมบูรณ์ CEO YDM Thailand และ วัชระ เอมวัฒน์ Co-Founder และ Co-CEO บริษัท SIX Network กล่าวเล่าถึงรายละเอียดโครงการเพิ่มเติมว่า โครงการ “NFT BUAKAW 1 x Amazing Thailand”  ริเริ่มจากไอเดียการสร้าง น้ำยาท่องเที่ยว และ มีการแจก NFT Exclusive Collection สำหรับผู้ถือครอง BUAKAW1 จำนวน 2,000 เพื่อเปลี่ยน Background เป็นภาพสถานที่ทั่วไทย ทั้งหมด 10 จังหวัดทั่วไทย ไม่ว่าจะเป็น เชียงใหม่ เชียงราย สุโขทัย บึงกาฬ ระนอง จันทบุรี เป็นต้น โดยคนที่ถือ NFT คอลเล็กชันพิเศษนี้ สามารถได้รับสิทธิประโยชน์จากโรงแรมชั้นนำทั่วไทย ใช้ได้ตลอดปี 2023 รวมถึงจะมีการเปิดขาย “น้ำยาสมมาตร” และ กิจกรรมออนไลน์ “เพื่อนชวนเพื่อนท่องเที่ยว” ที่สามารถให้ผู้เป็นเจ้าของภาพ NFT BUAKAW1 สามารถชวนเพื่อนมาเล่นกิจกรรมเพื่อรับสิทธิประโยชน์ท่องเที่ยวด้วยกันผ่านช่องทางเฟสบุ้คของ บัวขาว บัญชาเมฆ ในช่วงต้นปี 2566 ที่จะถึงนี้ด้วยครับ

                 NFT BUAKAW 1 เตรียมปล่อยคอลเลกชั่นพิเศษนี้ให้กับผู้เป็นเจ้าของ “NFT BUAKAW 1” ในช่วงปีใหม่นี้ เพื่อเป็นของขวัญให้กับผู้เป็นเจ้าของ NFT BUAKAW 1 Collection แรกทุกท่าน สามารถติดตามรายละเอียดโปรเจ็คอย่างใกล้ชิดผ่านช่องทาง Discord Buakaw1 หรือ www.buakaw.club/th และจะเริ่มต้นกิจกรรมเพื่อนชวนเพื่อนท่องเที่ยว ในเดือนมกราคม 2566 ที่จะถึงนี้ บน ทางช่องทาง Facebook บัวขาว บัญญาเมฆ 

#NFT #BUAKAW1 #บัวขาว #NFTCommunity #NFTGiveaway #AmazingThailand #TAT #การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

เคพีไอ จับมือกรมอุทยานแห่งชาติฯ เดินหน้าโครงการ “ท่องเที่ยวทั่วไทย อุ่นใจเมื่อไปอุทยาน” รับนักท่องเที่ยวสายชมธรรมชาติ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

เคพีไอ จับมือกรมอุทยานแห่งชาติฯ เดินหน้าโครงการ “ท่องเที่ยวทั่วไทย อุ่นใจเมื่อไปอุทยาน” 

รับนักท่องเที่ยวสายชมธรรมชาติ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

                กรุงไทยพานิชประกันภัย จับมือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช หนุนนโยบายภาครัฐ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ สานต่อ “โครงการท่องเที่ยวทั่วไทย อุ่นใจเมื่อไปอุทยาน” ด้วยแผนประกันภัยนักท่องเที่ยวอุทยาน (Thai National Parks PA) ที่ช่วยเพิ่มความอุ่นใจให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในเขตพื้นที่อุทยานทั่วประเทศไทย ให้ได้รับความคุ้มครองกรณีเกิดอุบัติเหตุขณะเที่ยวชมอุทยาน โดยมีระยะเวลาคุ้มครองนาน 7 วัน แผนประกันภัยนี้ ยังตอบรับกับการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง

                  คุณสุชาวดี แสงอนงค์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กรุงไทยพานิชประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ เคพีไอ (KPI) กล่าวในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้ว่า “กรุงไทยพานิชประกันภัย มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้เห็นความสำคัญของการทำประกันภัยและได้ให้เกียรติกับบริษัทฯ เข้าร่วมเพื่อจัดทำ “โครงการท่องเที่ยวทั่วไทย อุ่นใจเมื่อไปอุทยาน” เพื่อดูแลรับประกันอุบัติเหตุให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โครงการนี้นอกจากจะเป็นประโยชน์แก่นักท่องเที่ยวโดยตรงแล้ว ยังเป็นการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพของประเทศ และถือเป็นการสนับสนุน นโยบายของภาครัฐในด้านการท่องเที่ยว ที่จะช่วยเสริมความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ สนใจเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลในการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจและการเติบโตในด้านการท่องเที่ยวของประเทศ”

“แผนประกันภัยนักท่องเที่ยวอุทยาน” ได้ออกแบบมาเพื่อดูแลกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวภายในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติ โดย กรุงไทยพานิชประกันภัย หรือ เคพีไอ มีความพร้อมที่จะช่วยเหลือและให้บริการแก่นักท่องเที่ยวที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น ในปี 2566 นี้ อีกกว่า 20 ล้านคน ตามคาดการณ์ของกรมอุทยานแห่งชาติ โดย เคพีไอ ได้วางแผนที่จะอำนวยความสะดวกและให้บริการแก่นักท่องเที่ยวในหลายๆ ด้าน เช่น บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Hospital Care Service 24 ชั่วโมง โดยนักท่องเที่ยวสามารถเข้ารับการรักษาได้ที่ โรงพยาบาล ในเครือข่ายกว่า 370 แห่ง ทั่วประเทศ หรือ บริการรับแจ้งเคลมผ่านระบบออนไลน์ได้ที่ เว็บไซต์ของบริษัทฯ www.kpi.co.th” 

                   โครงการท่องเที่ยวทั่วไทย อุ่นใจเมื่อไปอุทยาน ได้เริ่มต้นขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2560 จนถึงปัจจุบัน หรือในช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวที่สนใจทำประกันอุบัติเหตุ ณ เขตพื้นที่อุทยาน 55 แห่งทั่วประเทศ  จำนวนกว่า 9 แสนราย นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า “ประกันภัยนักท่องเที่ยวอุทยาน” ถือเป็นโครงการที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้ให้ความสำคัญและเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนเป็นอย่างมากที่จะให้การดูแลแก่นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ และ 5 ปีที่ผ่านมาภายใต้การดูแลของ บริษัท กรุงไทยพานิชประกันภัย (จำกัด) มหาชน ก็ช่วยดูแลนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี ทางกรมอุทยานแห่งชาติฯ จึงได้รับเสียงตอบรับดีมากจากนักท่องเที่ยว และในปี 2566 กรมอุทยานแห่งชาติ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในเขตพื้นที่อุทยานสูงขึ้นเป็น 100% เมื่อเทียบกับปี 2565 ซึ่งมียอดนักท่องเที่ยวประมาณ 11.5 ล้านคน

                   ในทุกๆ พื้นที่อุทยานมักมีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวบ่อยครั้ง ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องใส่ใจมากที่สุด ประกอบกับหลังสถานการณ์โควิด-19 มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติหลายแห่งได้รับการฟื้นฟูให้กลับมาสวยงามและมีความสมบูรณ์ของธรรมชาติมากขึ้น มีแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ๆ เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางด้านความเชื่อและศรัทธาต่างๆ ที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวมากขึ้น ทางกรมอุทยานและบริษัท กรุงไทยพานิชประกันภัย จึงร่วมมือกันเพื่อสานต่อให้โครงการนี้ยั่งยืนต่อไป” นายรัชฎา กล่าวเสริม

                    สำหรับแผนประกันภัยนักท่องเที่ยวอุทยาน ภายใต้ “โครงการท่องเที่ยวทั่วไทย อุ่นใจเมื่อไปอุทยาน” จะให้ความคุ้มครองครอบคลุมถึงค่ารักษาพยาบาลรวมถึงกรณีการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ผู้เอาประกันภัยมีอายุตั้งแต่ 3 - 60 ปี มีระยะเวลาคุ้มครองนาน 7 วัน นับตั้งแต่ได้รับตราประทับการเข้าชมอุทยานฯ โดย มีค่าเบี้ยประกันภัยสำหรับนักท่องเที่ยวไทยเพียง 10 บาท ได้รับความคุ้มครองสูงถึง 300,000 บาท และสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จ่ายค่าเบี้ยฯ ในราคา 40 บาท ได้รับความคุ้มครองสูงถึง 400,000 บาท และสามารถเข้ารับการรักษาพยาบาล ในโรงพยาบาลเครือข่ายได้กว่า 370 แห่งทั่วประเทศ

                   ใครที่ชอบท่องเที่ยวชมความสวยงามของธรรมชาติ จะเที่ยวแบบสบายๆ เที่ยวแบบผจญภัยหรือเที่ยวแบบสายมู ก็สามารถขอซื้อ “ประกันภัยนักท่องเที่ยวอุทยาน” ได้ที่จุดจำหน่ายตั๋วเข้าชมอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศ “ท่องเที่ยวทั่วไทยอุ่นใจ เมื่อไปอุทยาน” เคพีไอ ใส่ใจคุณ ทุกทริปทั่วไทย  

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/3I3KfF9


วันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2565

"สารวัตรแรมโบ้" ลงนามถวายพระพร พร้อมถวายรูปเหมือนสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังษี แด่สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

"สารวัตรแรมโบ้" ลงนามถวายพระพร พร้อมถวายรูปเหมือนสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังษี แด่สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา


       พันตำรวจเอกสุรโชค เจษฎาเดช (สารวัตรแรมโบ้) นายตำรวจประจำตัวพลเอกพิจิตร กุลละวณิชย์ องคมนตรีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ประธานมูลนิธิป้องกันต่อต้านอาชญากรรมและยาเสพติดในประเทศไทย และนายอำนวย โกวิทธรรม ร่วมลงนามถวายพระพร พร้อมถวายรูปเหมือนของสมเด็จพุฒธาจารย์โต พรหม์รังษี (หลวงพ่อโต) วัดระฆังโฆษิตาราม หน้าตักกว้าง 12 นิ้ว สูง 12 นิ้ว แด่สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาขอให้พระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวร และมีพระพลานามัยที่แข็งแรงสมบูรณ์ในเร็ววันด้วยพระบารมีของสมเด็จพุฒจารย์โต พรหมรังสี ณ อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เมื่อวันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม 2565 



ควรมิควรแล้วแต่จะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม

ข้าพระพุทธเจ้า พันตำรวจเอกสุรโชค เจษฎาเดช (สารวัตรแรมโบ้)

และนายอำนวย โกวิทธรรมกรณ์    

Miss Universe 6 จังหวัด​ มาแสดงความขอบคุณ​ "สุวรรณี" ผู้บริหาร​ DOD Cafe & Bistro​

Miss Universe 6 จังหวัด​ มาแสดงความขอบคุณ​ "สุวรรณี" ผู้บริหาร​ DOD Cafe & Bistro​  หนึ่งในผู้สนับสนุนการประกวด​ Miss Universe...