วันเสาร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2565

ททท. ปลุกกระแส ท่องเที่ยวชุมชน 5 ภูมิภาค เริ่มที่ พิพิธบางลำพู ชุมชนท่องเที่ยวสุด amazing หวังสร้างประสบการณ์ให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทยชาวต่างชาติ

ททท. ปลุกกระแส ท่องเที่ยวชุมชน 5 ภูมิภาค 

เริ่มที่ พิพิธบางลำพู ชุมชนท่องเที่ยวสุด amazing 

หวังสร้างประสบการณ์ให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทยชาวต่างชาติ

                นายสิรภพ ดวงสอดศรี ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีแถลงข่าวฯ พร้อมด้วย นายศานนท์  หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พลตำรวจตรีหม่อมหลวง สันธิกร วรวรรณ ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 นายบุญเสริม  ขันแก้ว รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นาวาอากาศเอก อธิคุณ คงมี  ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) (อพท.) นายชลทิตย์ ไชยจันทร์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและพัฒนาทรัพย์สินมีค่าของรัฐ นางสาวปานทิพย์ ลิกขะไชย ประธานชมรมเกสรลำพู และผู้สร้างการมีส่วนร่วมในการจัดการท่องเที่ยวชุมชนในย่านบางลำพู นายเปรมณัช สุวรรณานนท์ ผู้แทนนักท่องเที่ยว ร่วมเปิดตัวโครงการ “ชุมชนธรรมดา…น่าเที่ยว” ณ พิพิธบางลำพู กรุงเทพมหานคร เพื่อเดินหน้ากระตุ้นการเดินทาง พร้อมรับเทรนด์ท่องเที่ยวหลังโควิด-19 ที่ได้เปลี่ยนแปลงเป็นการท่องเที่ยวในเชิงอนุรักษ์ การท่องเที่ยววิถีไทย และการท่องเที่ยวเชิงชุมชน พร้อมเปิดตัว 15 ชุมชนท่องเที่ยวจาก 5 ภูมิภาคทั่วประเทศไทย เพื่อยกระดับแหล่งท่องเที่ยวชุมชนสู่ระดับสากล เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2565

                 โครงการ “ชุมชนธรรมดา…น่าเที่ยว”  ดำเนินการจัดทำเส้นทางท่องเที่ยวชุมชน เชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง เพื่อส่งมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีคุณค่า และ Amazing ไม่เหมือนใคร อีกทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวในวันธรรมดา เพื่อกระจายนักท่องเที่ยวไปยังแหล่งท่องเที่ยวชุมชนที่มีศักยภาพทั่วประเทศไทย โดยคัดเลือก ชุมชนท่องเที่ยวจาก 5 ภูมิภาค จำนวน 15 ชุมชน ได้แก่

📌ภาคเหนือ ประกอบด้วย ชุมชนท่าชัย จ.สุโขทัย, ชุมชนบ้านบึงกระจังงาม จ.นครสวรรค์ และชุมชนออนใต้ จ.เชียงใหม่

📌ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบด้วย ชุมชนบ้านเดื่อ จ.หนองคาย, ชุมชนบ้านโคกเมือง 

จ.บุรีรัมย์ และชุมชนสุขสมบูรณ์ จ.นครราชสีมา

📌ภาคตะวันออก ประกอบด้วย ชุมชนบางกอบัว จ.สมุทรปราการ, ชุมชนธรรมชาติล่าง จ.ตราด และชุมชนบ้านทะเลน้อย จ.ระยอง

📌ภาคกลาง ประกอบด้วย ชุมชนบางลำพู กรุงเทพฯ, ชุมชนคลองตาจ่า จ.สมุทรสงคราม และชุมชนบ้านพุแค ตลาดหัวปลี จ.สระบุรี

📌ภาคใต้ ประกอบด้วย ชุมชนจุฬาภรณ์พัฒนา 9 จ.ยะลา, ชุมชนบ้านแหลม จ.นครศรีธรรมชาติ และชุมชนบ้านหัวเขา อ.สิงห์นคร จ.สงขลา

             นอกจากนี้ยังได้จัดเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยง ระหว่างชุมชน และแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ในพื้นที่ใกล้เคียง นำเสนอผู้ประกอบการท่องเที่ยว เพื่อหมุดหมายในการส่งมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีคุณค่า แตกต่างและน่าประทับใจ

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.tourismthailand.org/amazingvillage

#ชุมชนธรรมดาน่าเที่ยว #AmazingThailand #พิพิธบางลำพู

วันพฤหัสบดีที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2565

เริ่มแล้ว! มหกรรมเทคโนโลยีประกันภัยสุดยิ่งใหญ่ “Thailand InsurTech Fair 2022” พบข้อเสนอประกันภัยสุดพิเศษ พร้อมลุ้นรางวัลรวมมูลค่ากว่า 1.6 ล้านบาท 7-9 ตุลาคม 2565 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ฮอลล์ 6

เริ่มแล้ว! มหกรรมเทคโนโลยีประกันภัยสุดยิ่งใหญ่ “Thailand InsurTech Fair 2022”

พบข้อเสนอประกันภัยสุดพิเศษ พร้อมลุ้นรางวัลรวมมูลค่ากว่า 1.6 ล้านบาท

7-9 ตุลาคม 2565 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ฮอลล์ 6

                      นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานเปิดงานมหกรรมเทคโนโลยีประกันภัยสุดยิ่งใหญ่ “Thailand InsurTech Fair 2022” จัดโดย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) โดยศูนย์ Center of InsurTech Thailand (CIT) ร่วมกับพันธมิตร สมาคมประกันวินาศภัยไทย สมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมนายหน้าประกันภัยไทย และสมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน ภายใต้แนวคิด  “Reshaping Insurance to the Multiverse of InsurTech for the Future ก้าวสู่จักรวาลแห่งเทคโนโลยีประกันภัย เพื่อโลกใหม่ไร้ขีดจํากัด” พบกับนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ประกันภัยสุดล้ำในราคาสุดพิเศษ ลดสูงสุด 30% เฉพาะงานนี้เท่านั้น ร่วมค้นหาประกันภัยที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผ่าน Avatar พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมและรับสิทธิ์ชิงโชคของรางวัลอีกมากมาย เริ่มแล้ว! 7-9 ตุลาคม 2565 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ฮอลล์ 6 และทางออนไลน์ www.TIF2022.com

 

                       นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้กล่าวปาฐกถาตอนหนึ่งว่า “เศรษฐกิจไทยยังต้องเผชิญต่อความท้าทายในระยะปานกลางถึงยาว กระทรวงการคลังจึงตั้งเป้าหมายของแผนปฏิบัติราชการเพื่อสร้างและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงการสร้างโอกาสและความเสมอภาคในสังคม ซึ่งระบบการประกันภัยจะเข้าไปมีบทบาทสำคัญในหลาย ๆ ประเด็น ในประเด็นแรกคือ การสร้างความสามารถในการ “ล้มแล้ว ลุกไว” ซึ่งระบบการประกันภัยจะมีบทบาทสำคัญในฐานะตัวเร่งให้เกิด เพราะการประกันภัยถือเป็นเครื่องมือทางการเงินในการบริหารจัดการความเสี่ยงที่พร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนต่างๆ ประเด็นที่สองคือการสร้างการเติบโตอย่างมีส่วนร่วมบนพื้นฐานของแนวคิด “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ผมชื่นชมสำนักงาน คปภ. และภาคธุรกิจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ทำให้ประชาชนในระดับฐานรากสามารถเข้าถึงระบบการประกันภัยได้อย่างเหมาะสม ในรูปแบบผลิตภัณฑ์ประกันภัยเพื่อรายย่อย และประเด็นสุดท้าย คือบทบาทของสำนักงาน คปภ. ทำหน้าที่ได้อย่างครบถ้วนและรอบด้าน ทั้งในด้านการกำกับดูแลและส่งเสริมการเข้าถึงระบบประกันภัย การดูแลและคุ้มครองสิทธิประโยชน์ด้านการประกันภัยให้แก่ประชาชน ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากอุตสาหกรรมประกันภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นกับประชาชนผู้เอาประกันภัย และคาดหวังว่า ในระยะยาวสัดส่วนเบี้ยประกันภัยรับตรงต่อ GDP และสัดส่วนการถือครองกรมธรรม์ประกันภัยจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเพราะการเพิ่มขึ้นของเบี้ยประกันภัยรับตรงจะยังมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ผ่านการออมในรูปแบบของการประกันภัย ซึ่งเม็ดเงินเบี้ยประกันภัยรับตรงดังกล่าว จะสามารถส่งต่อในรูปแบบตัวทวีเพื่อกระตุ้นและขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านการลงทุนของภาคธุรกิจประกันภัยต่อไปต้องขอบคุณภาคธุรกิจประกันภัยที่ได้มีบทบาทสำคัญร่วมกับภาครัฐและสำนักงาน คปภ. เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนผ่านระบบการประกันภัย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะขับเคลื่อนและพัฒนาระบบเศรษฐกิจให้เติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนครับ”

                   ด้าน ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) กล่าวว่า “การจัดงานในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากความตั้งใจของสำนักงาน คปภ. ร่วมกับภาคอุตสาหกรรมประกันภัย เพื่อให้วงการประกันภัยไทยเกิดการตื่นตัวและพร้อมเข้าสู่จักรวาลความก้าวหน้าของโลกเทคโนโลยีและนวัตกรรม  และสนับสนุนให้ประชาชนได้เข้าใจ เข้าถึง และใช้ระบบประกันภัยร่วมกับเทคโนโลยีที่จำเป็น เพื่อสร้างหลักประกันความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งสามารถตัดสินใจซื้อประกันภัยได้ตรงกับความต้องการและความเสี่ยงภัยของตนเองได้อย่างแท้จริงในราคาพิเศษลดสูงสุด 30% ตลอดงานนี้ โดยภายในงานจะได้พบกับกิจกรรมมากมาย ได้แก่

• การมอบรางวัลประกันภัยดีเด่นครบวงจร” (Prime Minister’s Insurance Awards) ซึ่งเป็นรางวัลเกียรติยศที่นายกรัฐมนตรี สลักชื่อให้เพื่อเป็นเกียรติกับรางวัลต่างๆ ได้แก่ รางวัลบริษัทประกันภัยดีเด่น ตัวแทน นายหน้าประกันภัยคุณภาพดีเด่น และยังมีการมอบรางวัลเพื่อเชิดชูเกียรติแก่ผู้ที่ทำคุณประโยชน์ให้กับสำนักงาน คปภ. และอุตสาหกรรมประกันภัยอีกด้วย

• การชมงานในรูปแบบใหม่ที่ใช้เทคโนโลยี รูปแบบ Hybrid ผสมผสานรูปแบบ online event และ onsite event ควบคู่กัน พร้อมสัมผัสกับกิจกรรม Interactive สุดตื่นตา ที่จะมอบทั้งความเพลิดเพลินและความรู้ด้านเทคโนโลยีประกันภัยภายในงาน

• การจัดนิทรรศการให้ความรู้ด้านการประกันภัย  ได้แก่ บูธของสำนักงาน คปภ. สมาคมด้านการประกันภัย  บริษัทประกันชีวิต บริษัทประกันวินาศภัย ธนาคาร บริษัทนายหน้าประกันภัย  และบริษัท Tech Firm InsurTech Startup จากทั้งในและต่างประเทศ

• การสัมมนาเกี่ยวกับการประกันภัยและเทคโนโลยีการประกันภัยที่น่าสนใจ เพื่อเติมความรู้ด้านเทคโนโลยีประกันภัยจากเหล่าวิทยากรมากประสบการณ์ที่จะมาแชร์เทคนิค บทเรียน กับเส้นทางประกันภัยยุคดิจิทัล

• เข้าชมเทคโนโลยีประกันภัยสุดล้ำ จากเหล่า tech startup ที่จะมาโชว์นวัตกรรมใหม่ ๆ ภายในส่วน InsurVese Zone

• การหารือและจับคู่ธุรกิจภายในงาน เพื่อการสร้างเครือข่าย Business Matching

• กิจกรรมสะสม TIF Point จากกิจกรรมสุดสนุกภายในงาน เพื่อแลกรับรางวัล e-Voucher จากร้านค้าชั้นนำ

• รับสิทธิ์ลุ้นของรางวัลต่างๆ โดยผู้ที่ซื้อกรมธรรม์ประกันภัย หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินภายในงานและผ่านทางออนไลน์ จะได้รับคูปองเพื่อชิงโชคของรางวัล อาทิ รถยนต์ไฟฟ้า EV - Ora Good Cat รวมทั้ง IT Gadget ต่าง ๆ โทรศัพท์มือถือ Smart watch และอื่น ๆ อีกมากมายเมื่อท่านซื้อประกันตามเงื่อนไขที่กำหนด

                นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ. จะได้มีการออกประกาศนายทะเบียน เพื่อส่งเสริมให้มีการจำหน่ายกรมธรรม์ประกันภัยแบบใหม่และโปรโมชั่นพิเศษในช่วงการจัดงานดังกล่าวอีกด้วย”

“ผมขอเชิญชวนทุกท่านเข้าร่วมงาน  THAILAND INSURTECH FAIR 2022 ระหว่างวันที่ 7-9 ตุลาคมนี้ ที่ อิมแพคเมืองทองธานี ฮอลล์ 6 และทาง www.TIF2022.com เป็นงานที่ สำนักงาน คปภ. ตั้งใจจัดขึ้นมา เพื่อประชาชนทุกคน ได้มีโอกาสเข้าถึงระบบประกันภัยจากข้อเสนอด้านผลิตภัณฑ์และบริการจากบริษัทประกันภัยทั่วฟ้าเมืองไทย จะมารวมกันอยู่ที่งานนี้ ให้ท่านได้ค้นหา เปรียบเทียบ รับคำปรึกษา และเลือกซื้อประกันภัยที่ตรงความต้องการของท่านที่สุด ในราคาสุดพิเศษที่ไม่มีที่ไหนมาก่อน มาร่วมกันเปิดโลกและสัมผัสกับเทคโนโลยีความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมประกันภัย เพื่อให้ท่านก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี แล้วพบกันนะครับ ขอบคุณครับ”

                 งาน THAILAND INSURTECH FAIR 2022 ระหว่างวันที่ 7-9 ตุลาคม 2565 ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ฮอลล์ 6 และสามารถร่วมงานในรูปแบบ online ได้ที่เว็บไซต์ www.tif2022.com  ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง tif@oic.or.th หรือทาง Facebook Page: Center of InsurTech Thailand

"สารวัตรแรมโบ้" เชิญชวนร่วมทอดกฐินสามัคคี ณ วัดหนุนใต้ ต.บ้านหนุน อ.สอง จังหวัดแพร่ วันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม 2565

"สารวัตรแรมโบ้" เชิญชวนร่วมทอดกฐินสามัคคี ณ วัดหนุนใต้ ต.บ้านหนุน อ.สอง จังหวัดแพร่ 

วันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม 2565

               พันตำรวจเอกสุรโชคเจษฎาเดช (สารวัตรแรมโบ้) เป็นประธานทอดกฐินสามัคคี ณ วัดหนุนใต้ ตำบลบ้านหนุน  อำเภอสอง จังหวัดแพร่ ในวันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม 2565 เวลากลางวัน โดยมีพลเอกพิจิตร กุลละวณิชย์ องคมนตรีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เป็นประธานอุปถัมภ์ จึงขอเชิญชวนเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ และผู้มีจิตใจเป็นกุศล ได้ร่วมทำบุญร่วมกุศลตามจิตศรัทธา ตามกำลัง สนใจร่วมทำบุญทอดกฐินได้ที่ธนาคารกสิกรไทย เลขที่บัญชี 066-8-35034-8 ชื่อบัญชี พระอธิการ ระชน เศรษฐพันธ์ และคณะการเงิน

               และขออานิสงส์แห่งผลบุญนี้ จงดลบันดาลประทานพรให้ทุกๆ ท่านจงประสพพบแต่ความสำเร็จ มีแต่สิ่งดีงาม มีความร่ำรวยมหาศาล มีสุขภาพที่แข็งแรงตลอดเวลา อายุยืนยาวตราบนานเท่านาน พบแต่ความสุขตลอดเวลา

KICE ประกาศความพร้อมจัดงาน BEYOND FOOD EXPO 2022 งานแสดงสินค้าอาหารและนวัตกรรมแห่งลุ่มแม่น้ำโขงครั้งแรก ตอกย้ำความเป็นผู้นำศูนย์กลางการจัดประชุม และแสดงสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสานสู่สากล

KICE ประกาศความพร้อมจัดงาน BEYOND FOOD EXPO 2022

งานแสดงสินค้าอาหารและนวัตกรรมแห่งลุ่มแม่น้ำโขงครั้งแรก 

ตอกย้ำความเป็นผู้นำศูนย์กลางการจัดประชุม

และแสดงสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสานสู่สากล

  ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ ขอนแก่น หรือ ไคซ์ (KICE) ซึ่งเป็นศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ ให้บริการการจัดงานแสดงสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย (ภาคอีสาน)  ตอกย้ำความเป็นผู้นำศูนย์กลางและหมุดหมายการจัดประชุมในภาคอีสาน ประกาศความพร้อมเดินหน้าจัดงาน BEYOND FOOD EXPO 2022 (บียอนด์ ฟู้ด เอกซ์โปร์ 2022)  งานแสดงสินค้าอาหารและนวัตกรรมแห่งลุ่มแม่น้ำโขง หรือ กลุ่มประเทศ GMS อันได้แก่ ไทย ลาว พม่า กัมพูชา เวียดนาม และจีน-ยูนนาน ขึ้นเป็นครั้งแรก ในระหว่างวันที่ 15 – 17 ธันวาคม 2565 เพื่อยกระดับและกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคสู่นานาประเทศ

                   นายวิศว์ชนนท์ วิชัยยุทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ ขอนแก่น หรือ ไคซ์ (KICE)  ให้สัมภาษณ์ในรายการ “อีสานวันนี้” ทางช่อง NBT 11 เกี่ยวกับงาน BEYOND FOOD EXPO ว่า งาน BEYOND FOOD EXPO เป็นงานแสดงสินค้า อาหารและนวัตกรรมแห่งลุ่มแม่น้ำโขง เป็นการร่วมมือกันจัดงานระหว่างศูนย์ประชุมฯ ไคซ์ (KICE) และหอการค้าจังหวัดขอนแก่น เกิดจากการที่เราต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดัน และส่งเสริมศักยภาพการผลิตอาหารของประเทศไทยสู่การเป็นครัวของโลก ตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติไทย โดยเจาะกลุ่มประเทศผู้ซื้อใน CLMV หรือ กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม ซึ่งอยู่ในความร่วมมืออนุภูมิภาคแม่น้ำโขงหรือ GMS ด้วย เราจะเป็นช่องทางในการขยายตลาดให้แก่กลุ่มผู้ประกอบการที่ต้องการส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศ และเปิดโอกาสให้คนในวงการอาหารหรือคนที่ชื่นชอบด้านอาหารได้มีช่องทางในการสร้างรายได้ใหม่ๆ พบปะคู่ค้าใหม่ๆ  สร้างเครือข่ายตัวแทนขาย พร้อมอัปเดตเทรนด์นวัตกรรมด้านอาหารต่างๆ ในงาน BEYOND FOOD EXPO ปีนี้ ซึ่งทางเราคาดว่าจะช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่คนในพื้น ได้ไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท และคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานกว่า 8,500 คน

          กิจกรรมพิเศษภายในงานปีนี้จะมีขึ้น เป็น กิจกรรมแบบ 3 ส. คือ “เสริม สร้าง สุข”

ส. แรกคือ ไฮไลท์สำคัญ คือ กิจกรรมส่งเสริมการค้า การจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) ผ่าน โปรแกรม Hosted Buyer Program ที่เราได้เชิญกลุ่มผู้ซื้อจากต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ CLMV จำนวนกว่า 50 บริษัท เข้ามาเจรจาพูดคุยธุรกิจ กับผู้ร่วมออกบูธในงาน BEYOND FOOD EXPO

ส. ที่สองคือ การสร้างเสริมความรู้ โดยเราได้รับเกียรติจากสถาบันแม่โขงผู้เสริมสร้างศักยภาพในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืนเพื่อขจัดความยากจนให้แก่ประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง และ Taste Bud Lab ผู้ขับเคลื่อน ‘Future of Food’ ผู้พัฒนาวงการอาหารแห่งอนาคต นำพาอาหารแห่งอนาคตมาสู่โลกปัจจุบัน เพื่อมุ่งไปสู่ความมั่นคงทางอาหาร เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างสรรค์วัตถุดิบอาหารทดแทนที่ช่วยให้เกิดความยั่งยืนไปด้วยกันทั้งห่วงโซ่วงจร เช่น การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีสกัดเอาโปรตีนจากจิ้งหรีดและหนอนไหมซึ่งเป็นอาหารถิ่นพื้นบ้านของไทยเรามาดัดแปลงเป็นเมนูอาหารที่คนทั่วไปทานกันอยู่แล้วอย่างพาสต้า หรือขนมปังเป็นต้น ซึ่งเรื่องนี้เป็นนวัตกรรมและเทรนด์ที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ

ส. ที่สามคือ กิจกรรมสร้างความสุข โดยเรามี Workshop ให้ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมกันสนุก ทั้ง Chef Table workshop จากเชพไพศาลแห่งร้านแก่น และเชฟคำนาง แห่งเฮือนคำนาง ผู้รังสรรค์เมนูพื้นบ้านสู่ศาสตร์การทำอาหารที่ต่อยอดจนสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างสร้างสรรค์ จะมารังสรรค์เมนูพิเศษเฉพาะ สำหรับงาน BEYOND FOOD เท่านั้น ซึ่งเป็นเมนูพิเศษภายในงานนี้โดยเฉพาะ และอีกหนึ่งกิจกกรมสร้างความสุขคือ การแข่งขันผสมเครื่องดื่มแสดงความเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดขอนแก่น โดยสมาคมบาร์เทนเดอร์แห่งประเทศไทย ตั้งโจทย์การรังสรรค์วัตถุดิบและเอกลักษณ์ที่แสดงถึงจังหวัดขอนแก่น เพื่อชิงเงินรางวัล กว่า 50,000 บาท และได้เซนต์สัญญาเป็น Brand Ambassador ของผลิตภัณฑ์สินค้า เป็นเวลา 1ปี เป็นกิจกรรมสร้างความสุขและสนุกสนานให้กับผู้เข้าร่วมงานทุกท่านทั้งทางรสชาติและอารมณ์แบบอิ่มใจกันเลยครับ

                “งาน BEYOND FOOD EXPO 2022 จะจัดขึ้นเป็นครั้งแรกระหว่างวันที่ 15 – 17 ธันวาคม 2565 ย้ำอีกครั้งประชาชน ผู้ประกอบการธุรกิจ ห้าง ร้าน บริษัทที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม ยังพอมีเวลาที่จะจับจองพื้นที่ครับ สามารถติดต่อ KICE ได้ทันที และขอเชิญชวนประชาชน และผู้ประกอบการ ล่วงหน้าในการเข้าร่วมงาน ทาง KICE ในฐานะผู้จัดงานมีความพร้อมและความตั้งใจในการจัดงานในครั้งนี้อย่างมาก เพื่อเป็นการปักหมุดหมาย จังหวัดขอนแก่น ให้เป็นศูนย์กลางในการจัดประชุมระดับภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และระดับ CLMV ซึ่ง KICE มีความตั้งใจที่จะให้เกิดงาน BEYOND FOOD EXPO ขึ้นในทุกๆปี”

               ประชาชน ผู้ประกอบการธุรกิจ บริษัทที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม และร่วมออกบูทเพื่อเจรจาธุรกิจกับคู่ค้าฝั่ง CLMV สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 093 794 4644  หรือสามารถติดตามข่าวสาร อัปเดตความเคลื่อนไหวผ่าน Facebook และ LinkedIn ในชื่อ BEYOND FOOD EXPO และ KICE

วันพุธที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2565

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดทีมลงพื้นที่แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค ในโครงการฟื้นฟูหลังน้ำลดแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดอยุธยา อ่างทอง ระยอง และปทุมธานี พร้อมจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกตรวจรักษา และแจกจ่ายยารักษาโรคแก่ผู้ประสบภัยฟรี

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดทีมลงพื้นที่แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค ในโครงการฟื้นฟูหลังน้ำลดแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดอยุธยา อ่างทอง ระยอง และปทุมธานี พร้อมจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกตรวจรักษา และแจกจ่ายยารักษาโรคแก่ผู้ประสบภัยฟรี

         มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร  เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ มอบหมายให้นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ฯ จัดทีมเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครมูลนิธิฯ นำโดย นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ รักษาการหัวหน้าแผนกสาธารณภัย ลงพื้นที่แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค อาทิ ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำมันพืช น้ำปลา ฯลฯ ในโครงการฟื้นฟูหลังน้ำลดแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ระยอง และปทุมธานี รวม 4 จังหวัด 2,800 ชุด คิดมูลค่าเครื่องอุปโภคบริโภคทั้งสิ้น 980,000 บาท (เก้าแสนแปดหมื่นบาทถ้วน) โดยมี ผู้แทนจากหน่วยงานรัฐ  มูลนิธิฯ / สมาคม  ประจำจังหวัดต่างๆ เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี รวมถึงอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งในพื้นที่ ร่วมลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ระหว่างวันที่ 30 กันยายน – 4 ตุลาคม 2565

           พร้อมกันนี้  มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสา เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัคร ลงพื้นที่ให้บริการประชาชนในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ระยอง ฟรี ประกอบด้วย บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จ่ายยา คัดกรองเบาหวาน โดยมีประชาชนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก

           เมื่อเกิดอุทกภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้จัดทีมบรรเทาสาธารณภัย พร้อมเรือท้องแบน และ โรงครัวเคลื่อนที่เพื่อประกอบอาหารกล่อง พร้อมถุงยังชีพ ชุดยาเวชภัณฑ์ และอาหารสุนัขและแมว  นำแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัย เพื่อการบรรเทาทุกข์และช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่างๆ ในเบื้องต้น หลังจากนั้น ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ จะดำเนินการประสานหน่วยงานในพื้นที่เพื่อบรรเทาทุกข์ ฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยแจกเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น รวมถึงมอบเงินค่าฌาปนกิจศพแก่ญาติผู้เสียชีวิตจากอุทกภัย รายละ 20,000 บาท ทั้งนี้ หากมีผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัย ญาติของผู้เสียชีวิตสามารถประสานรายละเอียดการขอรับเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจศพ จากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่  แผนกสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ โทร 02-225-0020  เวลา 08.30-16.30 น.

                ทั้งนี้ มูลนิธิฯ ยังคงอยู่ระหว่างดำเนินการภารกิจในพื้นที่ และเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินและเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้านต่าง ๆ ต่อไป

ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung#ป่อเต็กตึ๊ง ยึดมั่นอุดมการณ์ อยู่เคียงข้างทุกวิกฤต

“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

#มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง110ปีความดีที่ยั่งยืน

#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

“พัทธยศ ลิมปพัทธ์” จัดงาน “ครัวคุณต๋อย EXPO 999 อร่อย ลึก ล้ำ 9 ปี 9 วัน ก้าวไปข้างหน้า ( SEASON 7) รวมร้านอาหารดังทั่วประเทศ ดีเดย์! 22-30 ตุลาคม 2565 นี้

“พัทธยศ ลิมปพัทธ์” จัดงาน “ครัวคุณต๋อย EXPO 999 อร่อย ลึก ล้ำ 9 ปี 9 วัน ก้าวไปข้างหน้า ( SEASON 7) รวมร้านอาหารดังทั่วประเทศ ดีเดย์! 22-30 ตุลาคม 2565 นี้

             ครัวคุณต๋อยจับมือผนึกกำลังร่วมกับศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว จัดงาน “ครัวคุณต๋อย EXPO 999 อร่อย ลึก ล้ำ” ที่สุดแห่งความอร่อย มหกรรมอาหารเลิศรส เต็มรูปแบบ งานเดียวครบจัดเต็ม คัดสรรทุกความอร่อย ทั้งคาว หวาน ว่าง ไทย และ นานาชาติ โดยมืออาชีพตัวจริงจากทุกสารทิศ  โดยงานจะจัดขึ้น 9 วัน ระหว่างวันที่ 22 – 30 ตุลาคม 2565 ณ BCC HALL ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว โดยได้รับการสนับสนุนจาก เวิลด์แก๊ส บาย WP Energy ร่วมเป็นพันธมิตรคัดสรรความอร่อยอย่างเป็นทางการ



              นายพัทธยศ ลิมปพัทธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บอร์น โปรเจค จำกัด ในฐานะผู้จัดงาน “ครัวคุณต๋อย EXPO 999 จัดงานแถลงข่าวการจัดงาน “ครัวคุณต๋อย EXPO 999 อร่อย ลึก ล้ำ” โดยได้รับเกียรติจากพิธีกร 3 ท่าน คือ ไตรภพ ลิมปพัทธ์, กีรติ เทพธัญญ์ และโก๊ะตี๋ อารามบอย รวมถึงผู้สนับสนุนร้านค้าชื่อดังที่มาร่วมกิจกรรมออกบูธชิมอาหาร อาทิ หมูย่างเจ๊แมว, บุษยาขนมไทย, หมูสะเต๊ะมังกรทอง, ชาวเลซีฟู้ด, แจ่วบ่องแม่หนิง, ขนมครกเศรษฐี 9 หน้า, ร้านตลาดหัวปลี ฯลฯ

             ต๋อย-ไตรภพ ลิมปพัทธ์ พิธีกรคนดัง กล่าวว่า งานครั้งนี้ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของวงการอาหาร ไทย เพราะในอดีตเราเคยจัด ครัวคุณต๋อย EXPO ถึง 5 วัน แต่ปีนี้เราทำได้ 9 วัน เป็นความภูมิใจของ ครัวคุณต๋อย โดยเฉพาะแม่ค้าพ่อค้าของเราร่วม140 บูท บูทละ 10 คน รวมเป็น 1,400 คน ใช้คนมากที่สุดสำหรับการจัดงานอาหาร จึงกล้ากล่าวได้ว่าเป็นมหกรรมอาหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว เมือวันที่ 5 ตุลาคม 2565

              แลยังกล่าวเสริมว่า "มหกรรมอาหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครัวคุณต๋อย EXPO 999  9 ปี 9 วัน ก้าวไปข้างหน้า ระหว่างวันที่ 22 – 30 ตุลาคม 2565  ณ Bangkok Convention Hall เซ็นทรัล ลาดพร้าว" ผู้ร่วมภายในงานจะได้ซึมซับเนื้อหาอย่างใกล้ชิด ในรูปแบบการนำเสนอที่แปลกใหม่เกี่ยวกับอาหารไทยที่ตกทอดเป็นตำนานและส่งต่อภูมิปัญญาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รวมถึงแนวทางสานต่อสู่อนาคต ตลอดจนเมนูหายาก                ทั้งนี้พิเศษสุดเป็นครั้งแรกของครัวคุณต๋อย EXPO 999 จะมีการโชว์การทำอาหารบนเวที 9 วัน 9 ร้าน จากร้านดังๆในตำนานอย่างเช่น ครัวเจ้ง้อควงตะหลิวโชว์เมนูในตำนาน ผัดผักบุ้งเส้นซอย เจ้าแรก หลังจากออกรายการเทปแรกผัดผักบุ้งหมดตลาดทั่วประเทศ, ร้านเจ๊นิด โชว์สูตรแกงเขียวหวานปลาหมึกยัดไส้, โชติมา ขนมหวาน โชว์ ขนมเปียกข้าวฟ่าง ที่สร้างชื่อเสียงเลื่องลือ ยาวนานกว่า 30 ปี, ขาหมูกรอบบายเชฟเดย์ หนึ่งเดียวในไทย โชว์ ขาหมูกรอบผัดพริกเกลือ, ตู้กับข้าวภูเก็ต กับเมนูประจำถิ่นน้ำอ้อยดำ ไข่ขมิ้น ไตปลาแห้ง แกงส้ม หมูฮ้อง น้ำพริกปลาฉิงฉ้างที่มาโขลกกันสดๆครกต่อครก พร้อมด้วยหอยนางรมสดๆ จากสุราษฎร์ธานีมาเคาะกันสดๆ ที่ร้าน786ขาชักบังสมาน หมึกกระตอย บ้านปูหลนแกงใต้, พรไพลิน ปลาสร้อย 2 น้ำ ขนมทองโย๊ะแบบชาวกระเหรี่ยง, หม่าล่าตาหนวด น้ำซอสหม่าล่ารสนัวส์ ตอบโจทย์ถูกลิ้นถูกปากคนไทย เผ็ดกำลังดีไม่เลี่ยนไม่มัน, ตลาดหัวปลี สระบุรี เมนู อาหารพื้นถิ่น อาหารเป็นยากินเป็นก็เป็นยา ลาบหัวปลี, ขี้เหล็กหมูย่าง, ยำลูกชิ้นเห็ดหอม, ผัดหมี่ยวน

            ส่วนเวทีครัวคุณต๋อย Selected ไม่ทำให้ผิดหวังโดยนำพืชผัก ผลไม้ อาหารเด็ดๆ จากที่ต่างๆ มาแสดงบนเวที ติดตามรายละเอียดได้ที่ FACEBOOK ครัวคุณต๋อย เว็บไซต์ www.kruakhuntoi.com

           ด้านนายกอบเกียรติ ลิมปพัทธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตรายการโทรทัศน์ “ครัวคุณต๋อย" กล่าวถึงการจัดงานครั้งนี้ว่า “เราพัฒนาการจัดงานผ่านแนวคิด “อร่อย ลึก ล้ำ” โดยเฉพาะความล้ำหน้ากว่างานอาหารไหน ๆ จะเห็นได้จากการแต่งตัว และ แสงสีเสียง ของพวกเราที่ต้องการจะสื่อถึงความคิดนอกกรอบแบบล้ำหน้า โดยร้อยเรียงผ่านความลึกซึ้งของความรู้ในแง่มุมอาหารของผู้จัดงาน และโยงยึดว่าอาหารในงานทั้งหมดต้องอร่อยเท่านั้น โดยคำว่า EXPO999 หมายถึง 9 ปีแห่งการเดินทางของรายการวาไรตี้อาหารที่ไม่เหมือนใคร กับการจัดงาน 9 วันรวบรวมร้านอร่อยเด็ดทั่วฟ้าเมืองไทยแบบจัดเต็ม และเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาครัวคุณต๋อยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง”

              สำหรับครัวคุณต๋อย Expo 999 “อร่อย ลึก ล้ำ” ได้คัดสรรที่สุดของอาหารมาไว้ในงานนี้โดยเฉพาะ พร้อมเอาใจนักชิมด้วยร้านไฮไลท์ อาทิ ร้านเนื้อตุ๋นพันล้าน เมนูเนื้อหม้อไฟหมาล่า / ร้านหอยทอดลุงยาว ต้นตำรับหอยทอดขนานแท้ / ร้านแสนสำราญ@แสนแสบ ยืน1อาหารไทยฟิวชั่น / ร้านการะแมแม่การะเกด เขาย้อยเพชรบุรี เจ้าดังคิวยาว / ร้านคาเฟ่ทุเรียน@เชียงราย เมนูสโนบอลทุเรียน และพิซซ่าทุเรียน /ครัวเจ๊ง๊อ หมี่ผัดผักกระเฉดอร่อยระดับตำนาน / ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือน้ำตื้น รสเด็ดไม่ต้องปรุง /ร้านครัวเจ้าเรือ อาหารใต้รสอร่อย เจ้าดังเมืองสงขลา / ร้านMooYoo เมนูครัวซองค์สูตรฝรั่งเศส และที่ขาดไม่ได้ กับบูธ ครัวคุณต๋อย Selected ที่เราคัดสรร เช่น ร้านกุยช่ายน้ำย้อย ณ เชียงคาน / ร้านRin ปลาเค็มรวน / ร้านบ้านเวียดนาม ต้นตำรับอาหารเวียดนามแท้ / ร้านไอติมบ้านณารีย์ ไอติมแท่งโบราณ / ร้านขนมเบื้องนาถฤดี ขนมเบื้องสูตรโบราณ มาให้แฟนรายการครัวคุณต๋อยได้เลือกซื้อกันอย่างมากมาย

               อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อม และมาพบกันที่งาน “ครัวคุณต๋อย EXPO999  อร่อย ลึก ล้ำ "จัดเต็มตลอด 9 วัน ระหว่าง วันที่ 22-30 ตุลาคม 2565 ณ BCC Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้า เซ็นทรัล ลาดพร้าว  อร่อยครบรสขนาดนี้บอกได้คำเดียว “ถ้าไม่ไปถือว่าผิด " 

Breast Cancer Awareness Month 2022 เพิ่มโอกาส ลดความเสี่ยง ด้วยการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม ปิดช่องว่างการดูแล..เติมเต็มทุกการรักษาผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

Breast Cancer Awareness Month 2022

เพิ่มโอกาส ลดความเสี่ยง ด้วยการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม

ปิดช่องว่างการดูแล..เติมเต็มทุกการรักษาผู้ป่วยมะเร็งเต้านม



เดือนตุลาคมของทุกปี เป็นเดือนแห่งการรณรงค์ต่อต้านโรคมะเร็งเต้านม Breast Cancer Awareness Month 2022ที่ถือว่าเป็นมะเร็งร้ายอันดับ 1 ของผู้หญิงทั่วโลก ปีนี้ โรงพยาบาลกรุงเทพ กลุ่ม 1 ได้แก่ รพ.มะเร็งกรุงเทพ วัฒโนสถ รพ.กรุงเทพสนามจันทร์ รพ.กรุงเทพเมืองราช  รพ.กรุงเทพเพชรบุรี และ รพ.กรุงเทพหัวหิน ได้ผสานความร่วมมือกับ มูลนิธิเวชดุสิตในพระอุปถัมภ์ฯ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ จัดโครงการ เพิ่มโอกาส ลดความเสี่ยง ด้วยการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม ปิดช่องว่างการดูแล..เติมเต็มทุกการรักษาผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ตรวจค้นหามะเร็งเต้านมสัญจร โดยจัดรถเอกซเรย์เต้านมเคลื่อนที่ระบบดิจิทัลแบบประสิทธิภาพสูง (Mobile Digital Mammogram and Ultrasound) ออกหน่วยเคลื่อนที่บริการตรวจค้นหาความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมให้ผู้หญิงไทยโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตามจุดบริการต่าง ๆ ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดในภาคตะวันตก ได้แก่ จุดบริการสำนักงานเขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร วันที่ 11 ตุลาคม 2565 จุดบริการ รพ.กรุงเทพหัวหิน ในวันที่ 18 – 19 ตุลาคม 2565 จุดบริการ รพ.กรุงเทพเพชรบุรี จ.เพชรบุรี  วันที่ 20-22 ตุลาคม 2565 จุดบริการ รพ.กรุงเทพเมืองราช จ.ราชบุรี วันที่ 23-25 ตุลาคม 2565 และจุดบริการ รพ.กรุงเทพสนามจันทร์ จ.นครปฐม วันที่ 26-28 ตุลาคม 2565 รองรับกลุ่มเป้าหมาย 50 คน ต่อจุดบริการ


ศ.พิเศษ นพ.ธีรวุฒิ คูหะเปรมะ ผู้อำนวยการ รพ.มะเร็งกรุงเทพ วัฒโนสถ กล่าวว่า โรคมะเร็งเต้านมเป็นโรคมะเร็งในผู้หญิงที่พบมากเป็นอันดับ 1 ทั้งในประเทศไทย สถิติจาก องค์กรวิจัยมะเร็งนานาชาติ (IARC) เผยว่าข้อมูลในปี พ.ศ.2563 พบว่ามีผู้หญิงไทยป่วยด้วยมะเร็งเต้านมรายใหม่ราว  22,000 คนต่อปี หรือคิดเป็น 60 คนต่อวัน และมีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งเต้านม ราว 8,270 คน หรือคิดเป็น 23 คนต่อวัน แนวโน้มอัตราการเกิดโรคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดการณ์ว่า ในปี พ.ศ.2583 จะพบผู้ป่วยมะเร็งเต้านมรายใหม่ราว 27,600 คนต่อปี โรงพยาบาลกรุงเทพ กลุ่ม 1 จึงได้ริเริ่มโครงการค้นหามะเร็งเต้านมสัญจร ด้วยรถเอกซเรย์เต้านมเคลื่อนที่ระบบดิจิทัลนี้ เพื่อช่วยเหลือคนไทยที่ยังขาดโอกาสการเข้าถึงการตรวจมะเร็งเต้านมในกรุงเทพมหานครและภาคตะวันตก  และหากพบมีความผิดปกติจะได้เข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที จะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตที่เกิดจากโรคมะเร็งเต้านมได้มากขึ้น ทางโรงพยาบาลได้รับการสนับสนุนการดำเนินการตรวจ โดยมูลนิธิเวชดุสิต ในพระอุปถัมภ์ฯ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และมีการสนับสนุนจากภาครัฐ สำนักงานเขตห้วยขวาง และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ในการช่วยคัดเลือกผู้เข้ารับการตรวจมะเร็งเต้านมในแต่ละจังหวัด


                ที่ผ่านมา ปี 2562  ทางมูลนิธิเวชดุสิตฯ ร่วมกับ รพ.มะเร็งกรุงเทพ วัฒโสถ ได้จัดทำโครงการผ่าตัดฟรี   ให้ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ยากไร้ จำนวน 32 ราย และในปีนี้ยังคงทำอย่างต่อเนื่อง ในการสนับสนุนการตรวจค้นหามะเร็งเต้านม ด้วยรถ Mobile Digital Mammogram และ Ultrasound ให้กับผู้หญิงที่ยังขาดโอกาสการเข้าถึงการตรวจ ทั้งนี้มูลนิธิเวชดุสิตฯ ได้ช่วยสังคมไทยในด้านการแพทย์และสาธารณสุขในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งการช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ การช่วยเหลือในด้านเวชภัณฑ์และเครื่องมือแพทย์ แด่โรงพยาบาลรัฐบาล สนับสนุนงานวิจัยทางการแพทย์ และการมอบวัคซีนนอกบัญชี อุปกรณ์ทางการแพทย์ ยาและเวชภัณฑ์ ตลอดจนสิ่งของซึ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันแก่ผู้ด้อยโอกาสอยู่เสมอ

นพ.วีระศักดิ์ พงษ์พัฒนพันธุ์ ผู้อำนวยการ รพ.กรุงเทพหัวหิน กล่าวว่า รพ.กรุงเทพหัวหิน ขอขอบคุณการสนับสนุนจากทางมูลนิธิเวชดุสิตฯ ที่ทำให้เกิดโครงการนี้ที่จะช่วยดูแลสุขภาพและเพิ่มคุณภาพชีวิต แก่ประชาชนที่ขาดโอกาสเข้าถึงบริการทางการแพทย์ในอำเภอหัวหิน และอำเภอต่างๆ ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยโรงพยาบาล ประสานงานกับกองสาธารณสุข เทศบาลเมืองหัวหิน ในการเปิดรับสมัครสตรี อายุ 35 ปีขึ้นไปที่อยู่ในจ.ประจวบคีรีขันธ์ และทำการคัดเลือกผู้ที่มีความเหมาะสมตามเกณฑ์ในการเข้าร่วมโครงการจำนวน 50 ท่าน เป็นผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ และขาดโอกาสไม่เคยรับการตรวจแมมโมแกรมมาก่อน หรือเคยตรวจห่างจากครั้งสุดท้ายอย่างน้อย 1 ปี ไม่เคยเป็นมะเร็งเต้านมหรืออยู่ระหว่างการรักษา หรือมีประวัติเป็นโรคมะเร็งในครอบครัว โดยจะให้บริการตรวจ ณ โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน ในวันที่ 18 – 19 ตุลาคม 2565


นพ.ภูดิท พึ่งจันทรเดช ผู้อำนวยการ รพ.กรุงเทพเพชรบุรี และรพ.กรุงเทพเมืองราช กล่าวว่า ในปัจจุบันสถานะการณ์มะเร็งเต้านมในเขตจังหวัดราชบุรีมีผู้ป่วยมะเร็งเต้านม 17.16 ต่อแสนประชากร รวมถึงจังหวัดเพชบุรีที่มีผู้ป่วยมะเร็งเต้านม 3.11 ต่อแสนประชากร ทำให้ทั้ง 2 จังหวัดมีกลุ่มผู้มีความเสี่ยงมะเร็งเต้านมที่รอคิวในการทำแมมโมแกรมซึ่งต้องรอนาน  เนื่องจาก รพ.ราชบุรี มีผู้รอรับบริการจำนวนมาก โครงการตรวจมะเร็งเต้านมสัญจรของมูลนิธิเวชดุสิตฯ จะช่วยให้โอกาสแก่ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม เข้าถึงการรักษาได้อย่างทันเวลา การคัดเลือกผู้มีความเสี่ยง ได้ประสานงานกับ สสจ. เพชรบุรีและ รพ.พระจอมเกล้า รวมถึงรพ.กรุงเทพเมืองราช ได้ประสานงานกับ สสจ. ราชบุรี เพื่อรับสมัครผู้มีความเสี่ยง เข้ารับการตรวจ ณ รพ.กรุงเทพเพชรบุรี จ.เพชรบุรี  ในวันที่ 20-22 ตุลาคม 2565 และ รพ.กรุงเทพเมืองราช จ.ราชบุรี  ในวันที่ 23-25 ตุลาคม 2565


นพ.ชลิต ทองประยูร  ผู้อำนวยการ รพ.กรุงเทพ สนามจันทร์ กล่าวว่า จากข้อมูลย้อนหลังในปี พ.ศ.2561-2563 มีผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากการเป็นมะเร็งเต้านมในจังหวัดนครปฐม ในช่วงอายุ 30-44 ปี คิดเป็น 15.14% ช่วงอายุ 45-59 ปี คิดเป็น 32.04% เเละอายุ 60 ปีขึ้นคิดเป็น  42.9% ทำให้เห็นได้ว่าว่าผู้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเต้านมจะพบมากที่สุดในช่วงอายุ 60 ปีขึ้นไป เเละผู้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเต้านมในปี 2563 สูงถึง 92 ราย ในการตรวจมะเร็งเต้านมสัญจรในครั้งนี้ ได้ประสานงานกับ สสจ.นครปฐม เพื่อรับสมัครผู้มีความเสี่ยงเข้ารับการตรวจมะเร็งเต้านม โดยจะให้บริการ ณ รพ.กรุงเทพสนามจันทร์ จ.นครปฐม ในวันที่ 26-28 ตุลาคม 2565

                โรคมะเร็งเต้านม ไม่ใช่โรคที่น่ากลัว เป็นมะเร็งที่มีโอกาสรักษาหายขาดหากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มแรก หากเรารู้เท่าทัน และป้องกัน เพื่อให้ได้รับการรักษาแต่เนิ่น ๆ  เรามาร่วมกัน “ ปิดช่องว่างการดูแล เติมเต็มทุกการรักษาผู้ป่วยมะเร็งเต้านม” ด้วยการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยเป็นประจำทุกปี และสามารถตรวจคลำเต้านมด้วยตนเองเป็นประจำทุกเดือน หากพบความผิดปกติ ควรพบแพทย์  เพื่อช่วยลดอัตราการสูญเสียจากโรคมะเร็งเต้านม


เปิด​ตัว​ "LIFE Academy สถาบันพัฒนาวิชาชีพภูมิทัศน์นานาชาติ"

  เปิด​ตัว​ "LIFE Academy สถาบันพัฒนาวิชาชีพภูมิทัศน์นานาชาติ"  ผนึกกำลังยักษ์ใหญ่จีน "Garden Group China" แลกเปลี่ยนองค...