วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2569

สธทท. หนุนยุทธศาสตร์ ททท.​ ต่อยอดเวทีการเงินโลก IMF–World Bank 2026

สธทท. หนุนยุทธศาสตร์ ททท.​ ต่อยอดเวทีการเงินโลก IMF–World Bank 2026 

สู่โอกาสใหม่ของการท่องเที่ยวไทย

        สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) ขอแสดงความชื่นชมและสนับสนุนแนวทางยุทธศาสตร์ของ นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในการใช้โอกาสที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและธนาคารโลก (IMF–World Bank Annual Meetings 2026) ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 เพื่อต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

        การประชุมระดับโลกครั้งนี้นับเป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอศักยภาพของประเทศไทย ทั้งด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) การท่องเที่ยวระดับพรีเมียม (Luxury Tourism) การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ตลอดจนเสน่ห์ของอาหารไทย ภูมิปัญญาท้องถิ่น และ Soft Power ไทยสู่สายตานานาชาติ

       ดร.สุเทพ อารมณ์รักษ์.นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) กล่าวว่า​ สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย สนับสนุนและชื่นชมแนวทางยุทธศาสตร์ของ นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ​ ​ททท.​ พร้อมประสานความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายผู้ประกอบการท่องเที่ยว เพื่อส่งเสริมการจัดโปรแกรมท่องเที่ยวระยะสั้นสำหรับผู้เข้าร่วมประชุมและผู้ติดตาม กระจายโอกาสทางเศรษฐกิจจากเมืองหลักสู่เมืองรองและชุมชนท้องถิ่น

       เรามุ่งหวังให้การเป็นเจ้าภาพการประชุมครั้งนี้ ไม่เพียงสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย แต่ยังเป็นโอกาสสร้างรายได้ สร้างงาน และยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการประชุมและการท่องเที่ยวคุณภาพระดับโลกอย่างยั่งยืน

“เชื่อมความร่วมมือระดับโลก สร้างโอกาสแก่ผู้ประกอบการไทย กระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน”

#TTPA #สธทท #AmazingThailand #IMFWorldBank2026 #การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย #WellnessTourism #HighValueTourism #MICE #ท่องเที่ยวไทย

ปันโปร จับมือ PMCU เปิด MAY.I CU ทดลองระบบยืมเสื้อผ้าหมุนเวียน

ปันโปร จับมือ PMCU เปิด MAY.I CU ทดลองระบบยืมเสื้อผ้าหมุนเวียน 

สร้างพฤติกรรมใหม่สู่ต้นแบบ SDGs City รอบจุฬาฯ

เมื่อเสื้อผ้าหนึ่งตัวไม่จำเป็นต้องมีเจ้าของเพียงคนเดียว

       ลองเปิดตู้เสื้อผ้าของตัวเองแล้วนับดูว่า มีเสื้อกี่ตัวที่ตอนซื้อเราชอบมาก แต่หลังจากใส่เพียงไม่กี่ครั้งก็ถูกแขวนทิ้งไว้ ทั้งที่เสื้อผ้าเหล่านั้นยังสามารถใช้งานต่อได้ ปัญหาอาจไม่ใช่เสื้อผ้าหมดอายุการใช้งาน แต่เป็นเพราะ “ความชอบของเรา” หมดอายุก่อนมัน

       จากคำถามนี้จึงเกิดเป็นความร่วมมือระหว่าง PMCU (สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) และปันโปร ในการพัฒนา “MAY.I CU” โปรเจกต์ทดลองด้าน Circular Fashion ที่ต้องการเปลี่ยนการใช้เสื้อผ้าจากการ “มีไว้เป็นของตัวเอง” สู่การ “ยืม ใช้ ดูแล และส่งต่อ” โดยใช้พื้นที่รอบจุฬาฯ เป็นพื้นที่ทดลองให้แนวคิดด้านความยั่งยืนเกิดขึ้นได้จริงในชีวิตประจำวัน


      ความร่วมมือครั้งนี้เกิดจากการนำจุดแข็งของทั้งสองฝ่ายมาทำงานร่วมกัน โดย PMCU เชื่อมโยงพื้นที่และ Ecosystem รอบจุฬาฯ ขณะที่ปันโปรนำประสบการณ์ด้าน Community, Platform และการสื่อสารมาช่วยออกแบบรูปแบบการใช้งานและสร้างการรับรู้ให้เกิดขึ้นกับผู้คน โดยเปิดตัวประสบการณ์ “MAY.I CU” ครั้งแรกที่ LIDO CONNECT เพื่อชวนผู้คนมาทดลองแนวคิดดังกล่าวในชีวิตจริง โดยปันโปรและ PMCU ได้จัดงาน MAY.I CU ขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ LIDO CONNECTชวนทุกคนลองเปลี่ยนพฤติกรรมการแต่งตัว จากการซื้อใหม่ทุกครั้งที่อยากเปลี่ยนลุค สู่การ “ยืม ใช้ ดูแล และส่งต่อ” ผ่าน MAY.I แพลตฟอร์มยืม–คืนเสื้อผ้าภายในงานเปิดให้ผู้เข้าร่วมทดลองประสบการณ์การยืม–คืนจริง พร้อมเรียนรู้การดูแลเสื้อผ้าเพื่อส่งต่อให้ผู้อื่นใช้งานต่อ ผ่านกิจกรรม MAY.I BORROW พื้นที่ทดลองยืมเสื้อผ้า และ MAY.I MARKET ที่เปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษากว่า 20 ร้าน นำเสื้อผ้ามือสองมาขายและส่งต่อให้เจ้าของใหม่ รวมถึงกิจกรรมจาก Go Green Girls และพื้นที่สร้างคอนเทนต์โดย MAY.I ออกแบบประสบการณ์ผ่าน 4 แนวคิด ได้แก่ Explore ลองสไตล์ใหม่, Express แสดงตัวตนผ่านการแต่งตัว, Discover ค้นหาสไตล์ที่ใช่ และ Connect เชื่อมต่อกับผู้คนที่สนใจเรื่องเดียวกัน เพื่อให้เรื่อง Circular Fashion เข้าถึงง่ายและสนุกมากขึ้น


      MAY.I CU Pop-Up โปรเจคต์ทดลองเปลี่ยนเสื้อผ้าจากของส่วนตัว สู่ของที่ใช้ร่วมกัน MAY.I CU ถูกนำมาเป็น Pilot แรก โดยเริ่มต้นที่ จามจุรีสแควร์ ระหว่างวันที่ 5 ตุลาคม - 4 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงทั้งศูนย์การค้า ที่พักอาศัย มหาวิทยาลัย และผู้คนจำนวนมากที่หมุนเวียนเข้าออกในแต่ละวันผู้ที่มีเสื้อผ้าพร้อมแบ่งปันสามารถนำเสื้อผ้าเข้าสู่ระบบขณะที่ผู้สนใจสามารถเลือกเสื้อผ้าผ่านระบบออนไลน์ ลงทะเบียน และมารับเสื้อผ้าที่จุดให้บริการ เมื่อใช้งานเสร็จจึงนำกลับมาคืน เพื่อให้เสื้อผ้าตัวเดิมสามารถเดินทางไปสู่ผู้ใช้คนต่อไปหัวใจสำคัญคือ เสื้อไม่ได้ถูกเปลี่ยนเจ้าของ แต่ถูกเปลี่ยนวิธีการใช้งาน เสื้อหนึ่งตัวจึงสามารถถูกใช้งานโดยคนหลายคน และยิ่งได้รับการดูแลให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ก็ยิ่งสามารถเดินทางต่อไปได้อีกหลายครั้งนอกจากนี้ ระบบ Token จากการยืม ดูแล และคืนเสื้อผ้า ยังเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างแรงจูงใจและความรับผิดชอบร่วมกันต่อสิ่งของที่อยู่ในระบบ


      จาก SDGs สู่พฤติกรรมที่เกิดขึ้นจริงในเมือง MAY.I CU เชื่อมโยงกับ SDG 12: Responsible Consumption and Production ผ่านการยืดอายุการใช้งานของเสื้อผ้า SDG 11: Sustainable Cities and Communities ผ่านการใช้พื้นที่เมืองเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างพฤติกรรมด้านความยั่งยืน และ SDG 17: Partnerships for the Goals ผ่านความร่วมมือระหว่าง PMCU ปันโปร ร้านค้า ผู้ประกอบการ และผู้ใช้งาน

      สำหรับ PMCU ความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่ได้มองเพียงกิจกรรมยืมเสื้อผ้า แต่เป็นการทดลองว่า หากมีทั้ง Platform ที่ทำให้การแบ่งปันง่าย มี Place ที่ทำให้พฤติกรรมเกิดขึ้นจริง และมีแรงจูงใจที่ทำให้คนอยากกลับมาใช้ระบบต่อ จะสามารถสร้างระบบการหมุนเวียนที่เกิดขึ้นได้จริงในพื้นที่หรือไม่


วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีอัญเชิญกิ้วอ๊วงฮุกโจว เปิดมณฑลพิธีภายในศาลเจ้าไต้ฮงกง เนื่องในงานเทศกาลกินเจ ประจำปี 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีอัญเชิญกิ้วอ๊วงฮุกโจว เปิดมณฑลพิธีภายในศาลเจ้าไต้ฮงกง เนื่องในงาน​"เทศกาลกินเจ ประจำปี 2569" 

พร้อมจัดบริการอาหารเจแก่สาธุชนฟรี ตั้งแต่วันนี้ - 18 ตุลาคม 2569 ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

      มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย ดร.สุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ นายนิพนธ์ ลีละศิธร กรรมการ คณะกรรมการ ผู้ช่วยกรรมการ ร่วมในพิธีอัญเชิญกิ้วอ๊วงฮุกโจว (เทพเจ้า 9 องค์ หรือนัยหนึ่ง คือ ดาวพระเคราะห์ทั้ง 9 ดวง) เปิดมณฑลพิธีงานเทศกาลกินเจ ประจำปี 2569 โดยคณะสงฆ์อนัมนิกาย วัดอุภัยราชบำรุง (วัดญวนตลาดน้อย) โดยมี ศิษยานุศิษย์ สาธุชน เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครมูลนิธิฯ ร่วมในพิธี ณ ภายในศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง​พลับพลาไชย กรุงเทพฯ​ เมื่อวันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2569 เวลา 12.45 น.

     เนื่องในเทศกาลกินเจ ประจำปี 2569 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญชวนศิษยานุศิษย์และสาธุชนทุกท่าน ร่วมถือศีล อิ่มบุญ อิ่มใจ ศีลกินผัก ละเว้นเนื้อสัตว์ โดยระหว่างวันที่ 9 - 18 ตุลาคม 2569 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดให้มีบริการอาหารเจ (บรรจุใส่ถุง)​ แก่ประชาชนฟรี วันละ 2 มื้อ (มื้อเช้า และ กลางวัน) โดยเริ่มบริการตั้งแต่มื้อกลางวันของวันที่ 9 ตุลาคม ณ บริเวณทางเข้าสำนักงานมูลนิธิฯ 

***ทั้งนี้ มูลนิธิฯ ขอความกรุณาประชาชนผู้เข้ารับบริการอาหารเจนำถุงหิ้ว/ถุงผ้ามาบรรจุอาหารด้วยทุกครั้ง***


        นอกจากนี้ ขอเชิญทุกท่านสักการะหลวงปู่ไต้ฮง เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยระหว่าง 10-18 ตุลาคม 2569 จะมีพิธีสวดชัยมงคลคาถา ภายในศาลเจ้าไต้ฮงกง โดย คณะสงฆ์อนัมนิกาย วัดอุภัยราชบำรุง (วัดญวนตลาดน้อย) รวมทั้งขอเชิญทำบุญประทีปโคมไฟ (เต็งลั้ง) ถวายหลวงปู่ไต้ฮงเพื่อความเจริญรุ่งเรือง  

        และขอเชิญชวนประชาชนชมอุปรากรจีน (งิ้ว) ที่คณะลูกศิษย์หลวงปู่ไต้ฮงจัดถวายระหว่างวันที่ 8 – 19 ตุลาคม 2659 รวม 12 คืน ณ บริเวณฝั่งสำนักงาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ และในวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2569 เวลา 18.00 น. มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดจัดพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์รอบนอกศาลเจ้าไต้ฮงกง ตั้งจิตอธิษฐานขอพรจากเทพเจ้าเพื่อเป็นสิริมงคล โดยเชื่อว่าเมื่อรับพรจากเทพเจ้าแล้ว จะทำให้จิตใจเบิกบาน ผ่องแผ้ว มีแต่ความสุขความเจริญรุ่งเรือง จึงขอเชิญชวนสาธุชน ร่วมพิธีในวันและเวลาดังกล่าว 

****ทั้งนี้ เนื่องจากขณะนี้อยู่ในช่วงฤดูฝน ผู้มีจิตศรัทธาที่ประสงค์เข้าร่วมพิธี โปรดตรวจสอบสภาพอากาศก่อนการเดินทาง พร้อมจัดเตรียมอุปกรณ์ เตรียมพร้อมสำหรับการเข้าร่วมพิธี***

      มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอบุญบารมีหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ส่งผลให้ท่านและครอบครัว มีความสุขความเจริญตลอดไป

      ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

## มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##

วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2569

"มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง" มอบทุนการศึกษาในระดับชั้นประถม และทุนฯ ทุกระดับปีสุดท้าย​ แก่เยาวชน 5 จังหวัดภาคอีสาน

"มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง" มอบทุนการศึกษาในระดับชั้นประถม และทุนฯ ทุกระดับปีสุดท้าย​ แก่เยาวชน 5 จังหวัดภาคอีสาน


       มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เสริมสร้างอนาคตเด็กไทย มอบทุนการศึกษาในระดับชั้นประถม และทุนฯ ทุกระดับปีสุดท้าย (ทุนสัญจร) แก่เยาวชนที่ประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ 5 จังหวัดภาคอีสาน รวมงบฯ กว่า 2.25 ล้านบาท  
      มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายนิพนธ์ ลีละศิธร กรรมการ พร้อมด้วย นายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่ นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ และนายพิทักษ์พนธ์ ถูกจิตต์ รักษาการหัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ นำทีมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่มอบทุนการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษา และทุนฯ ทุกระดับปีสุดท้าย (ทุนสัญจร) ประจำปี พ.ศ. 2569 แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่ประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์  5 จังหวัดภาคอีสาน ประกอบด้วย จังหวัดมหาสารคาม กาฬสินธุ์ บุรีรัมย์ และชัยภูมิ​ โดยมี นายยุทธพร พิรุณสาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย คณะกรรมการมูลนิธิจิตกุศลขอนแก่น ร่วมในพิธี ณ โรงเรียนฮั่วเคี้ยววิทยาลัย อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น​ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2569


     การมอบทุนในครั้งนี้มีจังหวัดขอนแก่นเป็นจุดศูนย์กลางในการมอบทุนฯ รวม 53 สถาบัน 265 ทุน รวมเป็นเงินจำนวน 2,255,000 บาท (สองล้านสองแสนห้าหมื่นห้าพันบาทถ้วน) เพื่อสนับสนุนให้เยาวชนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมตามที่มุ่งหวัง เติบโตพร้อมมีวิชาความรู้ สร้างอนาคตของตนเองและครอบครัว เป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติ อีกทั้งยังเป็นการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง 
      การมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียน นิสิต และนักศึกษา เยาวชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ เป็นหนึ่งในนโยบายหลักของงานสังคมสงเคราะห์ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซึ่งดำเนินการมาแล้วเป็นเวลากว่า 51 ปี ในการสนับสนุนให้เยาวชนมีโอกาสเท่าเทียมทางการศึกษา สร้างเยาวชนให้เป็นคนดีของสังคม


       โดยเมื่อเดือนมิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ได้ดำเนินการมอบทุนฯ แก่เยาวชนในระดับชั้นประถมศึกษาไปแล้ว 1,500 ทุน และในเดือนกันยายน 2569 มูลนิธิฯ ได้มอบทุนการศึกษาต่อเนื่อง และทุนการศึกษาในปีสุดท้ายของระดับชั้นมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา รวม 910 ทุน และในวันที่​ 8 ตุลาคม 2569 มูลนิธิฯ มอบทุนการศึกษาในส่วนภูมิภาค (5 จังหวัดภาคอีสาน)  โดยมีจังหวัดขอนแก่นเป็นจุดศูนย์กลาง รวม 53 สถาบัน
       รวมงบประมาณการมอบทุนการศึกษาแก่เยาวชน นิสิต นักศึกษา ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ประจำปี 2569 เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 17,870,000 บาท (สิบเจ็ดล้านแปดแสนเจ็ดหมื่นบาทถ้วน)


       ตลอดระยะเวลากว่า 116 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ขยายขอบข่ายโครงการต่างๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนาเท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายๆ ทาง รวมถึงการพัฒนาด้านการศึกษา เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ดังปณิธานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”
       มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านที่ร่วมบริจาคสมทบทุนงานสาธารณกุศลต่างๆ กับทางมูลนิธิฯ “ทุกบาท ทุกสตางค์ ที่ท่านบริจาค สามารถร่วม ช่วยชีวิต รักษาชีวิต และสร้างชีวิต นับล้านชีวิต” 


ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung
## มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##
#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418
#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2569

ท่องเที่ยวเฮ! "เอก ศุภมิตร" ลงสมัครประธาน สทท.

ท่องเที่ยวเฮ! "เอก ศุภมิตร" ลงสมัครประธาน สทท. 

ชู 3 แนวทาง “รับฟัง : ร่วมมือ : ลงมือทำ” 

เชื่อมพลังท่องเที่ยวทั่วประเทศ  ฟื้นฟูการท่องเที่ยว

       "เอก" ศุภมิตร​ กิจจาพิพัฒน์​ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งใจที่จะนำประสบการณ์จากการทำงานในพื้นที่มาร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย จึงขอเสนอตัวเข้ารับการเลือกตั้งเป็นประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.)​ พร้อมขอโอกาสและแรงสนับสนุนจากสมาชิกทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันสร้าง สทท. ที่เปิดกว้าง รับฟังความคิดเห็น และให้สมาชิกมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการทำงาน​ พัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ตั้งเป้าการสร้างความเป็นหนึ่งเดียวทุกภูมิภาค​ รับฟังเสียงของสมาชิกและผู้ประกอบการ อย่างทั่วถึง​ พร้อมตัวกลางเชื่อมโยงภาคเอกชนกับภาครัฐ

        "เอก" ศุภมิตร กิจจาพิพัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ เปิดตัวลงสมัครเลือกตั้งประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.)​ อย่างเป็นทางการ​ พร้อมแสดงวิสัยทัศน์​ประกาศเจตนารมณ์ในการลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้ โดยมีสมาชิก ผู้ประกอบการ เครือข่าย และพันธมิตรด้านการท่องเที่ยว​ที่สนับสนุนเข้าร่วม​จำนวนมาก​อาทิ ณ.โรงแรมศิริปันนา วิลล่า รีสอร์ท แอนด์ สปา จังหวัดเชียงใหม่​ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 

         "เอก" ศุภมิตร กิจจาพิพัฒน์ แสดงวิสัยทัศน์​ถึงแนวคิดสำคัญในการทำงานคือ “รับฟัง : ร่วมมือ : ลงมือทำ” โดยเห็นว่าการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยต้องเริ่มจากการรับฟังเสียงของสมาชิกและผู้ประกอบการในทุกพื้นที่ เพราะผู้ประกอบการเป็นผู้ที่อยู่ใกล้สถานการณ์จริง รู้ทั้งความต้องการของนักท่องเที่ยว ปัญหาในการดำเนินธุรกิจ และโอกาสของแต่ละพื้นที่

: รับฟัง คือ การเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการทุกกลุ่ม ทั้งโรงแรม บริษัทนำเที่ยว ร้านอาหาร การขนส่ง แหล่งท่องเที่ยว ธุรกิจบริการ ผู้ประกอบการรายเล็ก และชุมชน มีบทบาท และต่างเชื่อมโยงกันอยู่ในประสบการณ์การเดินทางของนักท่องเที่ยว​ ความหลากหลายนี้จะเป็นพลังที่มีคุณค่า​ในการมึส่วนร่วมหาทางเดินร่วมกัน​ สามารถเสนอความคิดเห็นและสะท้อนปัญหาได้อย่างทั่วถึง เพื่อให้ สทท. เห็นภาพรวมของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างรอบด้าน

: ร่วมมือ คือ การให้สมาชิก สมาคม และเครือข่ายในพื้นที่​ ที่มีความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์    มีส่วนร่วมตั้งแต่การมองโจทย์ เสนอความคิดเห็น​ แนวทาง และกำหนดประเด็น​ จนถึงการตัดสินใจว่าเรื่องไหนควรเร่งดำเนินการก่อน เวลาลงพื้นที่ ติดขัดเรื่องอะไร เรื่องไหนที่​ ​สทท.​ ควรช่วยประสาน และโอกาสอะไรที่เราสามารถช่วยกันต่อยอดได้ คำตอบจากทุกฝ่ายจะทำให้การทำงานของคุณ​ สทท. มีทิศทางชัดเจนขึ้น ตนให้ความสำคัญกับบทบาทของสมาคมและเครือข่ายในพื้นที่ เพราะทุกท่านรู้จักผู้ประกอบการ รู้จักบริบท และทำงานใกล้ชิดกันอยู่แล้ว สามารถนำประสบการณ์จากพื้นที่หนึ่งไปแลกเปลี่ยนกับอีกพื้นที่หนึ่ง ช่วยกันเปิดโอกาสทางธุรกิจ และร่วมพัฒนาการท่องเที่ยวให้สร้างรายได้แก่คนในพื้นที่ได้มากขึ้น​ เมื่อเครือข่ายของเราเข้มแข็ง การรวบรวมปัญหา การประสานความร่วมมือ และการผลักดันข้อเสนอไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะมีพลังมากขึ้น​ 

: ลงมือทำ คือ การพูดคุยเปลี่ยนข้อเสนอและเป้าหมายร่วมกันไปสู่การปฏิบัติ โดยเรื่องที่สามารถเริ่มได้ควรเริ่มทันที ส่วนประเด็นที่ต้องอาศัยหลายหน่วยงานควรทำหน้าที่ประสาน เราควรช่วยกันประสาน และเรื่องไหนต้องใช้เวลา เราควรกำหนดขั้นตอนให้ชัด พร้อมสื่อสารความคืบหน้าว่าเดินหน้าไปถึงไหแล้ว​ ​เพื่อห้สมาชิกได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง

     "เอก" ศุภมิตร กิจจาพิพัฒน์​ กล่าวว่า​ การสมัครในครั้งนี้ ตนตั้งใจนำประสบการณ์จากการทำงานในพื้นที่ มาร่วมทำงานกับสมาชิกและเครือข่ายทั่วประเทศ ด้วยความพร้อมที่จะรับฟัง เรียนรู้ และลงมือทำไปด้วยกัน จึงมาขอทั้งโอกาสและการสนับสนุนจากทุกท่าน ขอให้ช่วยสะท้อนความคิดเห็น แนะนำสิ่งที่ควรทำ และร่วมกันสร้างสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยที่สมาชิกเข้าถึงได้ มีส่วนร่วมได้ และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยวต่อไป

      และยังกล่าวย้ำถึงความสำคัญของพันธมิตรจากทุกภาคส่วน เสียงของสมาชิกและเครือข่ายในทุกพื้นที่มีความสำคัญมากครับ เพราะเสียงเหล่านี้มีทั้งประสบการณ์ด้านตลาด การพัฒนาบุคลากร เครือข่ายในพื้นที่ และองค์ความรู้เฉพาะด้าน​ ที่จะช่วยให้​ สทท. มองเห็นภาพการท่องเที่ยวไทยได้ครบขึ้น และกำหนดทิศทางได้ตรงกับสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการจริงๆ เป็นพลังสำคัญในการสร้างโอกาสทางธุรกิจและพัฒนาการท่องเที่ยวให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ประกอบการและชุมชน    

*** ผมอยากเห็นสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเป็นสภาฯ ที่สมาชิกเข้าถึงได้ มีส่วนร่วมได้ และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาธุรกิจของพวกเรา​ ***

#ชาวท่องเที่ยวสนับสนุน​ "เอก ศุภมิตร" นั่งประธาน สทท. 

 


 

 


 

 


 


 


 


 


 

 


วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดทีมสาธารณภัยลงพื้นที่จังหวัดน่าน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดทีมสาธารณภัยลงพื้นที่จังหวัดน่าน 

เยียวยา แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่ผู้ประสบภัยอุทกภัย

       มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินหน้าโครงการฟื้นฟูหลังน้ำลด จัดทีมสาธารณภัยลงพื้นที่จังหวัดน่าน เยียวยา แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่ผู้ประสบภัยอุทกภัย พร้อมมอบเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต รวมมูลค่ากว่า 7 แสนบาท

       ตามที่ประเทศไทยเกิดอุทกภัยในหลายภูมิภาค สร้างความเสียหายทั้งในชีวิตและทรัพย์สิน นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ มอบหมายให้ นายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่มูลนิธิฯ เร่งสั่งการให้ฝ่ายสาธารณภัยเดินหน้าโครงการฟื้นฟูหลังน้ำลดทันที โดยเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัย นำทีมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่จังหวัดน่าน แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบด้วย ข้าวสาร ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำมัน และน้ำปลา บรรจุถุงผ้ามูลนิธิฯ แจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัย ณ ที่ว่าการอำเภอปัว และอำเภอท่าวังผา รวม 1,500 ชุด พร้อมมอบเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตรายละ 20,000 บาท จำนวน 1 ราย รวมงบประมาณในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 715,000 บาท (เจ็ดแสนหนึ่งหมื่นห้าพันบาทถ้วน) โดยมี ผู้แทนจากหน่วยงานรัฐ พร้อมด้วย คณะชมรมพ่อค้าน่าน สมาคมฮงสุนน่าน ศาลเจ้าปึงเถ่ากงน่าน เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี


       นับตั้งแต่เกิดเหตุอุทกภัย มูลนิธิฯ ได้ส่งทีมตอบโต้ภัยพิบัติ ประกอบด้วย กู้ภัย กู้ชีพ อาสาสมัคร  พร้อมอุปกรณ์ตอบโต้ภัยพิบัติ เรือท้องแบน อุปกรณ์กู้ภัยทางน้ำ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า รถยกสูง 4x4 รถพยาบาลขับเคลื่อน 4 ล้อ เสื้อชูชีพ น้ำดื่ม ชุดยาสามัญประจำบ้าน ฯลฯ ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอุทกภัยในทันที พร้อมจัดตั้งโรงครัวเคลื่อนที่ และเปิดลานมูลนิธิฯ แพ็กถุงยังชีพฉุกเฉิน เพื่อให้ทีมบรรเทาฯ นำลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่อเนื่อง โดยผู้ประสบภัยในพื้นที่ต้องการขอความช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ที่ "สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418 ตลอด 24 ชั่วโมง" 

ทั้งนี้ มูลนิธิฯ ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินและเร่งเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้านต่างๆ ต่อไป

       มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอส่งกำลังใจให้พี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยอุทกภัย เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ทุกท่านทุกนาย

“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

#มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งรวมพลังส่งต่อธารน้ำใจสู้ภัยน้ำท่วม

#น้ำท่วม

วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2569

ทปอ. จับมือสยามสแควร์ รวมพลังมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ จ้ดงาน “SIAM YOUTH SQUARE”

ทปอ. จับมือสยามสแควร์ รวมพลังมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ จ้ดงาน “SIAM YOUTH SQUARE”

เปลี่ยนพื้นที่กลางเมืองเป็นเวทีแจ้งเกิดของเยาวชนไทย


      ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ร่วมกับ สยามสแควร์ ภายใต้การบริหารของ PMCU (สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) และมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ เปิดพื้นที่ใจกลางเมืองฉลองวันเยาวชนแห่งชาติ กับงาน “SIAM YOUTH SQUARE” ระหว่างวันที่ 18–20 กันยายน 2569 ณ SIAM SQUARE WALKING STREET​ ภายใต้แนวคิด “THE STREET IS YOUR STAGE” เพื่อเปลี่ยนพื้นที่ใจกลางเมืองเป็นเวที​ เปิดให้เยาวชนไทยจากทั่วประเทศ


      ความร่วมมือครั้งนี้เชื่อมโยงเครือข่ายมหาวิทยาลัยทั่วประเทศเข้ากับพื้นที่สาธารณะใจกลางเมือง เปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษา และเยาวชนจากหลากหลายภูมิภาค ได้ก้าวออกจากพื้นที่มหาวิทยาลัยมาสู่เวทีจริงกลางสยามสแควร์ เพื่อแสดงศักยภาพ ความสามารถ และพลังสร้างสรรค์ในหลากหลายรูปแบบ​ พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้คนและนักท่องเที่ยวได้สัมผัสความสามารถของเยาวชนไทยจากทั่วประเทศ

      ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย และอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า​ “วันนี้สยามสแควร์กำลังก้าวสู่การเป็น Youth Square ที่ไม่ได้เป็นพื้นที่ของเยาวชนเฉพาะในกรุงเทพฯ แต่เป็นพื้นที่ของเยาวชนจากทั่วประเทศ เราต้องการเปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษา และคนรุ่นใหม่จากทุกภูมิภาค ได้นำความสามารถ ตัวตน และความคิดสร้างสรรค์มาแสดงบนพื้นที่ใจกลางเมือง ขณะเดียวกัน ผู้คนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังสยามสแควร์ ก็จะได้เห็นศักยภาพและความหลากหลายของเยาวชนไทยจากทั่วประเทศผ่านพื้นที่แห่งนี้”

      ครั้งนี้เป็นครั้งแรกในการรวมพลังมหาวิทยาลัยทั่วประเทศกว่า 20 แห่ง ประกาศพลังเยาวชนไทยใจกลางสยาม โดย ทปอ. ได้ร่วมกับสยามสแควร์เปิดพื้นที่ให้วงดนตรีจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ได้แก่ วง CU Band และวงครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, วงบางโพโลใจ มหาวิทยาลัยมหิดล, KU BAND มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, วง Hews มหาวิทยาลัยศิลปากร, วงม้าคกะสันต์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, วง Naresuan Wind Ensemble มหาวิทยาลัยนเรศวร, วง Singkai Fusion Cultural Band มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, วง DIMINISH มหาวิทยาลัยพะเยา, วง Heartix มหาวิทยาลัยสวนดุสิต, วง NMU Band  มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช, วง STIN Band สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย, วงดนตรีไทย สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดาไทย, และวงอาครู ๑๓๗ สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา มาร่วมแสดงความสามารถ พร้อมถ่ายทอดเอกลักษณ์และวัฒนธรรมจากแต่ละภูมิภาคผ่านเสียงดนตรี​ และตลอดเส้นทาง Walking Street ยังเปิดพื้นที่ University Market ฟรีสำหรับนิสิตและนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศให้นำสินค้า งานออกแบบ และผลงานสร้างสรรค์มาทดลองขายจริง เป็นอีกหนึ่งโอกาสในการต่อยอดความคิดสร้างสรรค์สู่ประสบการณ์ทางธุรกิจ 

      อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของ SIAM YOUTH SQUARE คือการต่อยอด 3 จุดแสดงความสามารถบน SIAM SQUARE WALKING STREET ให้มี Concept, Curation และ Programming ที่ชัดเจนขึ้น โดยสยามสแควร์จับมือกับพันธมิตรและคอมมูนิตี้ที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อพัฒนาพื้นที่จาก Busking สู่ Street Performance Destination ที่มีเอกลักษณ์ และสามารถดึงดูดทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยว เช่นเดียวกับ Walking Street ในเมืองสำคัญระดับโลก​ เริ่มจาก “สยามแจ้งเกิด” ความร่วมมือระหว่างสยามสแควร์และ Yamaha Music ที่เปิด “เวทีแรก” ให้กับเยาวชนที่มีความสามารถ โดยสนับสนุนเครื่องดนตรีและอุปกรณ์สำหรับการแสดง เพื่อให้โอกาสไม่ถูกจำกัดด้วยต้นทุน

ต่อด้วย SIAM RISING STAGE บริหารพื้นที่โดย AIS SIAM ในฐานะ “เวทีต่อยอด” ที่เปิดโอกาสให้ศิลปินและนักแสดงรุ่นใหม่ได้ร่วมแสดงและ Featuring กับศิลปินที่มีชื่อเสียง เพื่อสร้างประสบการณ์การทำงานและการแสดงบนเวทีจริงกลางสยามสแควร์​ 

และ “ท้ายสยาม” พื้นที่ Creative Sandbox ที่สยามสแควร์ร่วมกับคอมมูนิตี้ด้านละครเวทีและ Street Performance นำโดย คุณหลุยส์ กฤษณ์ สงวนปิยะพันธ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง The Blind Theatre Thailand เปิดพื้นที่ให้เยาวชนรวมกลุ่ม ทดลอง และสร้างกิจกรรมใหม่ ๆ ตั้งแต่ละครเวที Performance Art ไปจนถึง Street Performance ในหลากหลายรูปแบบ

     นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการแสดงสดจากวงดนตรีเยาวชนจากรายการ High Zcool Band ของ Workpoint ที่จะก้าวออกจากเวทีการแข่งขันมาพบผู้ชมกลางสยามสแควร์เป็นครั้งแรก พร้อม Siam Youth Parade ขบวนที่รวมพลังเยาวชนจากหลากหลายความสามารถ ทั้ง Marching Band ดนตรีไทย การเต้น Cosplay Character Performance Street Art และ Fashion​ SIAM YOUTH SQUARE จึงไม่ใช่เพียงกิจกรรมเฉลิมฉลองวันเยาวชนแห่งชาติ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่าง ทปอ. มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ พันธมิตรภาคเอกชน และสยามสแควร์ ในการเปลี่ยนพื้นที่ใจกลางเมืองให้เป็น พื้นที่แห่งโอกาสของเยาวชนไทย และผลักดันสยามสแควร์สู่การเป็น Youth Square ที่เยาวชนจากทั่วประเทศสามารถมาแสดงความสามารถ เติบโต และถูกค้นพบได้







สธทท. หนุนยุทธศาสตร์ ททท.​ ต่อยอดเวทีการเงินโลก IMF–World Bank 2026

สธทท. หนุนยุทธศาสตร์ ททท.​ ต่อยอดเวทีการเงินโลก IMF–World Bank 2026  สู่โอกาสใหม่ของการท่องเที่ยวไทย          สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไ...