วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2569

"สารวัตรแรมโบ้" ร่วมงานพิธีผูกข้อมือรับขวัญ เสริมสิริมงคลให้กับกำลังพลทหาร ณ​ บ้านหนองจาน บ้านหนองหญ้าแก้ว จังหวัดสระแก้

"สารวัตรแรมโบ้" ร่วมงานพิธีผูกข้อมือรับขวัญ

เสริมสิริมงคลให้กับกำลังพลทหาร

ณ​ บ้านหนองจาน บ้านหนองหญ้าแก้ว จังหวัดสระแก้ว


      "สารวัตรแรมโบ้" พ.ต.อ.สุรโชค เจษฏาเดช ร่วมงานพิธีผูกข้อมือรับขวัญเสริมสิริมงคลให้กับกำลังพลทหารเก่าและกำลังพลทหารใหม่ที่มาสับเปลี่ยนกำลังในพื้นที่บ้านหนองจาน บ้านหนองหญ้าแก้ว ที่วัดโนนหมากมุ่ง อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว


      ภายในงานมีพิธีทางพรามหณ์และพิธีทางสงฆ์ โดยได้รับพระเดชพระคุณจากพระครูวาปีสังฆกิจ (สุรพล ติสฺสวํโส) เจ้าคณะอำเภอโคกสูง เจ้าอาวาสวัดหนองจาน​ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์​ ​และนางศิวิจิตร โชคเฉลิม ปลัดอาวุโสอำเภอโคกสูง ผู้แทน​ นายนริศ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา​ นายอำเภอโคกสูงเป็นประธานฝ่ายฆราวาส ท่ามกลางชาวบ้านโนนหมากมุ่น ตัวแทนจิตอาสามาร่วมงานจำนวนมาก​ รวมทั้งกำลังพลทหารที่ร่วมสุู้รบที่บ้านหนองจานและหนองหญ้าแก้ว​ เมื่อเดือนธันวาคม​ ​2568 ที่ผ่านมาเราสูญเสียวีรบุรุษทหารกล้าไป​ 5​ นาย

      ในการร่วมพิธีในครั้งนี้​ "สารวัตรแรมโบ้" พ.ต.อ.สุรโชค เจษฏาเดช​ ได้มอบน้ำดื่มน้ำ น้ำอัดลมเครื่องดื่มบำรุงกำลัง ผลไม้แตงโม และเลี้ยงอาหารเย็นให้กำลังพลทหารประมาณ​ 100 กว่านาย พร้อมทำพิธีผุกข้อมือเสริมความเป้นสิริมงคลเพื่อขวัญกำลังใจกำลังพลตามแนวชายแดน ก่อนร่วมกันร้องเพลงปลุกใจแก่กำลังพ​ล​ด้วยความชื่นมื่น​สำราญใจ​ โดยได้รับการสนับสนุนจากผูนำและชาวบ้านโนนหมากมุ่นและผู้มีจิตศรัทธา อาทิ นางฐสิมนต์ เรื่องรุ่งโรจน์​ และ นายภาสกร บุญจันทร์


 


งาน “สานศิลป์ ๑๐ แผ่นดิน เทิดพระเกียรติพระพันปีหลวง”

 งาน “สานศิลป์ ๑๐ แผ่นดิน เทิดพระเกียรติพระพันปีหลวง”

โชว์เสน่ห์ความเป็นไทยให้มี

ชีวิตชีวา


     ร้อยเอก จิทัศ ศรสงคราม พระนัดดาเพียงคนเดียวในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี​ ผู้จัดการตลาดบองมาร์เช่, กรรมการมูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า และที่ปรึกษามูลนิธิเพื่อสถาบันราชานุกูล ​ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน “สานศิลป์ ๑๐ แผ่นดิน เทิดพระเกียรติพระพันปีหลวง” โดยมี​ นก-ชลิดา เถาว์ชาลี ตันติพิภพ​ นางสาวไทยปี 2541 หนึ่งในคณะผู้จัดงาน, หนูสิ-สิริรัตน เรืองศรี Miss Thailand World พ.ศ. 2010เพ็ญนภา พุกโฉมงาม ธิดาผ้าหมี่ขิด ปี 2542 และ​ Top 10 นางสาวไทยปี 2542 -2543 ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานมากมาย​ ในบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยเสียงดนตรี​ไทย การแสดงที่​งดงามของศิลปวัฒนธรรมไทย​ ที่ร่วมกันถักทอเสน่ห์ความเป็นไทยให้มีชีวิตชีวา​ เต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มของผู้มาร่วมงานฯ​ ที่ตลาดบอง มาร์เช่ มาร์เก็ตพาร์ค





      งาน “สานศิลป์ ๑๐ แผ่นดิน เทิดพระเกียรติพระพันปีหลวง” จัดขึ้นระหว่างวันที่​ ๒๖-๒๙ มีนาคม ๒๕๖๙ ณ ตลาดบอง มาร์เช่ มาร์เก็ตพาร์ค​ เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง​







      ภายในงานจัดแสดงงานหัตถศิลป์ อาหารไทย การแสดงบรรเลงดนตรีไทย​ และกิจการรมที่น่าสนใจอีกมากมาย​ ไม่ว่าจะเป็น​ การแสดงชุด​ "ถวายความอาลัย​ เทิดพระเกียรติพระพันปีหลวง", การแสดงชุด "ชัดชาตรี", การแสดชุด "ระบำอธิษฐาน", การแสดงขับเสภาและบรรเลงดนตรีไทย​ "ท่วงทำนองเพลงไทย น้อมถวายอาลัย สถิตในดวงใจตราบนิรันดร์", การเสวนา​ "พัสตรากรณ์โบราณ" โดยอาจารย์สรพล ถีระวงษ์, การเสวนา​ "มวยไชยามาจากไหน" โดยอาจารย์ณปภพ ประมวญ, การเสวนาเรื่อง​ "นาฎศิลป์ไทย เพลงลาวดวงเดือน" โดยอาจารย์ชนากานต์ วิชัยรัตน์,








การแสดงละครนอก เรื่อง​ "กากี" ชุดฉุยฉายกากี,​ เรื่อง​ ​"สังข์ทอง" ชุดรจนาเสี่ยงพวงมาลัย, การแสดง​ "โขนรามเกียรติ์​" ชุดฉุยฉายพราหมณ์​ ชุดพระรามตามกวาง​ ชุดหนุมานจับนางสุพรรณมัจฉจฉา และชุดยกรบ, การแสดง​" มวยไชยาและกายวุธ", การแสด​ง​ "ระบำชุดไทยพระราชนิยม" เพื่อเทิดพระเกียรติพระพันปีหลวง, การประกวดเครื่องแขวน​ และ​การประกวดเยาวชนแต่งไทย ๑๐ แผ่นดิน​ ที่ชวนให้เดินชมกันอย่างเพลิดเพลิน​ ​สนุกสนาน​ ไม่มีเบื่อ​แถมได้ความรู้




วันอังคารที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569

จุฬาฯ จัดงาน “President’s Tea Room” อธิการบดีจุฬาฯ พบสื่อมวลชน

จุฬาฯ จัดงาน “President’s Tea Room” 

อธิการบดีจุฬาฯ พบสื่อมวลชน

แสดงวิสัยทัศน์จุฬาฯ กับพันธกิจเพื่อสังคม

     จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัดงาน “President’s Tea Room” อธิการบดีจุฬาฯ พบสื่อมวลชน เมื่อวันอังคารที่ 17 มีนาคม 2569 ณ เรือนจุฬานฤมิต เพื่อกระชับสัมพันธ์อันดีกับสื่อมวลชน และขอบคุณสื่อมวลชนที่ประชาสัมพันธ์ข่าวมหาวิทยาลัยด้วยดีเสมอมา โดยมี ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล โฆษกจุฬาฯ นำเสนอข่าว Highlights ของจุฬาฯ จากนั้น ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ แสดงวิสัยทัศน์เรื่อง “จุฬาฯ กับพันธกิจเพื่อสังคม” และ Chula for the Future” ดำเนินรายการโดย อ.ดร.ถิรพุทธิ์ ปิติฉัตร ผู้ช่วยอธิการบดีจุฬาฯ

     ทั้งนี้บรรยากาศภายในงาน “President’s Tea Room” อธิการบดีจุฬาฯ พบสื่อมวลชน เป็นไปด้วยความอบอุ่นเป็นกันเอง โดยอธิการบดีจุฬาฯ พร้อมด้วยผู้บริหารมหาวิทยาลัยได้พบปะแลกเปลี่ยนความเห็นและให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอย่างใกล้ชิด ภายในงานมีนิทรรศการ “จุฬาฯ กับผลงานแห่งความภาคภูมิใจ ที่สร้างชื่อเสียงระดับนานาชาติและนวัตกรรมเพื่อสังคม” นำเสนอผลงานความเป็นเลิศของมหาวิทยาลัย ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ ตอบสนองพันธกิจเพื่อสังคมในหลากหลายมิติ รวมทั้งการบรรเลงดนตรีไทยโดยนิสิตคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ “วงเภตรา”

     ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ ได้กล่าวถึงยุทธศาสตร์ของจุฬาฯ “เติบโตรอบทิศ มีนิสิตเป็นศูนย์กลาง” โดยมุ่งพัฒนาการศึกษา การวิจัย และนวัตกรรม เพื่อสร้างบัณฑิตที่มีความรู้ความสามารถ และมีศักยภาพในการเผชิญกับความท้าทายของโลกยุคใหม่ ควบคู่กับการนำองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยไปสร้างประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ

     ก้าวใหม่ของจุฬาฯ ในโอกาสก้าวสู่ 109 ปีจุฬาฯ ได้เพิ่มยุทธศาสตร์ “จุฬาฯ เติบโตท่วมท้น มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง” โดยให้ความสำคัญกับพันธกิจจุฬาฯ เพื่อสังคม (CU Social Engagement) จุฬาฯ ได้ทำหน้าที่สถาบันอุดมศึกษาที่เป็นแหล่งเรียนรู้เพื่อประชาชนและสร้างคุณค่าให้แก่สังคม โดยได้จัดตั้งวิทยาลัยและคณะใหม่ 3 แห่ง คือ วิทยาลัยส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อประชาชนแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ Chula XL คณะเกษตรศาสตร์บูรณาการ และวิทยาลัยสหศาสตร์บูรณาการแห่งจุฬาฯ

      วิทยาลัยส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อประชาชนแห่งจุฬาฯ หรือ Chula XL มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับประชาชนทุกช่วงวัย ผ่านหลักสูตรที่มีความยืดหยุ่น สามารถเข้าถึงได้ง่าย และตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมและตลาดแรงงานในยุคปัจจุบัน โดยมุ่งสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถพัฒนาทักษะใหม่ ๆ ทั้งในรูปแบบหลักสูตรระยะสั้น การอบรม และระบบคลังหน่วยกิตที่สามารถสะสมและต่อยอดการศึกษาได้ในอนาคต Chula XL จึงไม่ใช่เพียงหน่วยงานด้านการศึกษารูปแบบใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้มหาวิทยาลัยสามารถเผยแพร่องค์ความรู้สู่สังคมในวงกว้าง สร้างโอกาสในการพัฒนาศักยภาพของประชาชน ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

 “วิทยาลัยส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อประชาชนแห่งจุฬาฯ หรือ Chula XL เปิดกว้างทางการศึกษาไม่จำกัดอยู่เพียงนิสิตในรั้วมหาวิทยาลัย แต่เป็นการขยายบทบาทสู่การเป็นมหาวิทยาลัยแห่งการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อประชาชน คำว่า XL สื่อถึงความรู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือความรู้ที่สามารถสร้างปัญญาให้แก่ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ จุฬาฯ เน้นการสร้างปัญญา (Wisdom) มากกว่าแค่การให้ความรู้ (Knowledge) เพราะความรู้สามารถล้าสมัยไปตามกาลเวลา แต่ปัญญาในการวิเคราะห์และรับข้อมูลข่าวสารเป็นสิ่งที่จะคงอยู่ตลอดไป” อธิการบดีจุฬาฯ กล่าว

     สำหรับ “คณะเกษตรศาสตร์บูรณาการ” เป็นคณะใหม่ของจุฬาฯ ที่พัฒนาต่อยอดจากสำนักวิชาทรัพยากรการเกษตร มุ่งพัฒนาบัณฑิตให้เป็นเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer) และผู้ประกอบการด้านการเกษตร (Agripreneur) ที่สามารถแก้ปัญหาเชิงระบบได้ พร้อมทั้งสร้างสรรค์งานวิจัยและนวัตกรรมแบบสหศาสตร์ที่ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่กระบวนการผลิต การแปรรูป ไปจนถึงการตลาด เพื่อทำหน้าที่ชี้นำและขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทยในการแก้ไขปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความมั่นคงทางอาหารในระดับสากล

      ในส่วนของ “วิทยาลัยสหศาสตร์บูรณาการแห่งจุฬาฯ” ปรับเปลี่ยนชื่อและพันธกิจมาจาก “บัณฑิตวิทยาลัย” จัดตั้งขึ้นเพื่อพัฒนารูปแบบการศึกษาสหวิทยาการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ มุ่งเป็นผู้นำระดับภูมิภาคด้านการจัดการศึกษาสหวิทยาการแบบบูรณาการ ครอบคลุมตั้งแต่ระดับปริญญาตรี บัณฑิตศึกษา ไปจนถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิต พร้อมผสานองค์ความรู้จากหลากหลายศาสตร์ร่วมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ มีพันธกิจในการจัดการศึกษาสหวิทยาการเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะสูง มีความเป็นผู้ประกอบการ และสามารถบูรณาการองค์ความรู้เพื่อแก้ไขปัญหาของสังคม ในอนาคต

     การเปิดคณะและหน่วยงานใหม่ดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยในการพัฒนาการศึกษาให้มีความยืดหยุ่น ทันสมัย และตอบสนองต่อความต้องการของสังคม ประเทศชาติและประชาชน


2 คลินิกดังเกาหลี “SIWON PAIN CLINIC” และ “NEW: L LINE CLINIC” เปิดแล้วใจกลางกรุงเทพฯ

2 คลินิกดังเกาหลี

“SIWON PAIN CLINIC” และ “NEW: L LINE CLINIC”  เปิดแล้วใจกลางกรุงเทพฯ 

ให้คำปรึกษาปัญหาข้อกระดูก-ความงาม ชุบชีวิตสมรรถภาพร่างกาย และ ผิวพรรณ

     จะดีไหม! หากเราสามารถลดขั้นตอนการเดินทางไปเกาหลี เพื่อเข้ารับการรักษาทางการแพทย์ ที่สำคัญยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายเรื่องที่พัก โดยไม่จำเป็นต้องอยู่พักระยะยาวอีกต่อไป ซึ่งเชื่อว่า คำตอบของหลายคน น่าจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน นั่นคือ “ดี” แน่นอน ซึ่งล่าสุด “ฝัน” ของทุกคนได้เป็นจริงแล้ว เมื่อคลินิกการแพทย์ชื่อดังจากย่าน “ช็องจู” ในเกาหลีใต้ และเป็นที่รู้จักของคนไทยมาอย่างยาวนาน ได้ตัดสินใจบินลัดฟ้า มาเปิดสาขาใหม่ที่ย่านอโศก ใจกลางกรุงเทพฯ ถึง 2 คลินิกประกอบด้วย “SIWON PAIN CLINIC” และ “NEW: L LINE CLINIC” เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคนไทย รวมทั้งยังช่วยติดตามผลการรักษาให้เกิดผลสัมฤทธิ์ มากที่สุด

     ดร. ปาร์ค จองมิน (Dr. Jungmin Park) ผู้ก่อตั้ง SIWON PAIN CLINIC และ NEW: L LINE CLINIC รวมทั้งเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกและข้อ เปิดเผยว่า การตัดสินใจเข้ามาเปิดคลินิกสาขากรุงเทพฯ ประเทศไทย ครั้งนี้ นอกจากจะมองเห็นถึงศักยภาพของตลาดด้านสุขภาพในประเทศไทยแล้ว “ตลอดหลายปีที่ผ่านมา คนไข้ที่ไปเข้ารับการรักษาในคลินิกของเราที่เกาหลีใต้ ส่วนใหญ่เป็นคนไข้ที่มาจากเมืองไทย ดังนั้นเราจึงมองว่า การมาเปิดสาขาคลินิกที่กรุงเทพฯ ไม่เพียงจะช่วยคัดกรองคนไข้ ที่ต้องการไปเข้ารับการรักษาที่เกาหลีแล้ว ยังเป็นการช่วยอำนวยความสะดวก ให้กับคนไข้ หรือ ผู้ต้องการรับบริการด้วย” 

 “ตามกระบวนการรักษาของเราทั้งหมด คนไข้จะต้องเดินทางไปยังเกาหลี ด้วยเหตุนี้ การมีคลินิกที่กรุงเทพฯ จะเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนการเข้ารับการรักษา โดยเฉพาะการให้คำปรึกษาอาการ รวมถึงการตรวจเช็คร่างกาย และการเตรียมความพร้อมของคนไข้ เพื่อให้ทราบก่อนว่า คนไข้มีปัญหา หรือ อาการปวดตรงจุดข้อต่อ หรือ กระดูกส่วนใดของร่างกายบ้าง เรียกว่า เป็นการประเมินผลเบื้องต้นของการรักษา เพื่อให้แพทย์ในเกาหลี วินิจฉัยว่าคนไข้แต่ละรายต้องเข้ารับการรักษาในรูปแบบใด ซึ่งจะช่วยให้คนไข้ ลดการเดินทางไปมาระหว่าง กรุงเทพฯ และเกาหลีใต้ ถือเป็นการช่วยคนไข้ประหยัดค่าใช้จ่ายการเดินทางได้เป็นอย่างดี”

      คุณหมอปาร์ค กล่าวด้วยว่า สิ่งสำคัญที่สุดหลังจากเข้ารับการรักษาแล้ว “ทางคลินิกในกรุงเทพฯ ยังจะทำหน้าที่เป็นผู้ติดตามอาการของคนไข้หลังการรักษาที่เกาหลี อีกด้วยว่า อาการของคนไข้มีความก้าวหน้าอย่างไร เพราะหากคนไข้รู้สึกถึงอาการไม่สะดวกสบาย เช่น อาการปวด หรือ เจ็บตามข้อกระดูก คนไข้ก็สามารถเข้ามารับการปรึกษา และตรวจดูอาการที่คลินิก ในกรุงเทพฯ ได้ทันที ขณะเดียวกันคลินิกของเรายังให้การรักษาเฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ ที่ยังไม่ค่อยมีให้เห็นในประเทศไทยมากนัก ซึ่งเราให้บริการผู้มีปัญหาข้อและกระดูก ตั้งแต่อายุ 20-90 ปี ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬา คนวัยทำงาน รวมถึงผู้สูงอายุ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญถึง 4 ท่าน ซึ่งแต่ละท่าน นอกจากจะมีดีกรีวุฒิการศึกษาทางแพทย์เฉพาะทาง จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติเกาหลีแล้ว ยังเรียกได้ว่า มีประสบการณ์การรักษาคนไข้มาอย่างยาวนานจนเป็นที่ยอมรับ มาเป็นผู้ให้คำปรึกษา”

       นอกจากนี้ คลินิกของเรา ยังมีงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการรักษากระดูกและข้อหลายฉบับ ทำให้คลินิกของเราไม่ใช่การรักษาแค่อาการปลายเหตุเท่านั้น แต่ยังมีการวินิจฉัยหาสาเหตุ หรือ ต้นเหตุแท้จริงที่ส่งผลให้เกิดอาการต่างๆ ของคนไข้ อันทำให้การรักษาประสบความสำเร็จ และตรงกับอาการของคนไข้จริงๆ” คุณหมอปาร์ค กล่าว ด้วยว่า เทคนิคการรักษาของทางคลินิก จะไม่เน้นการผ่าตัดเลย “เราอาจจะเคยเห็นการรักษาอาการข้างต้น ด้วยการผ่าตัดแทบจะ 100% แต่สำหรับ คลินิกของเราจะมีเทคนิคเฉพาะทาง โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็น เข็ม หรือ อัลตราซาวน์ ซึ่งแทบไม่ต้องมีการผ่าตัดเลยในแต่ละเคสที่ผ่านมา ทำให้คนไข้ฟื้นตัวเร็ว ไม่ต้องพักฟื้นระยะยาว หรือรักษาแผลผ่าตัดภายหลังเหมือนกับการรักษาก่อนหน้านี้ ถือเป็นเทคนิคการแพทย์สมัยใหม่ที่เรานำมาใช้รักษาอาการปวดตามข้อและกระดูก ตั้งแต่ช่วงเอว หรือ ช่วงคอ

      เช่นเดียวกับ  ดร.ลีอึนชิล (Dr. Lee Eun Sil) กล่าวถึง NEW: L LINE CLINIC คลินิกให้คำปรึกษา ด้านผิวพรรณ ในฐานะผู้อำนวยการคลินิกฯ ว่า การมาตั้งสาขาของ NEW: L LINE CLINIC เป็นไปในทิศทางเดียวกับ  SIWON PAIN CLINIC เพื่อคัดกรองคนไข้ ก่อนเดินทางไปรับการรักษาที่เกาหลี รวมถึงเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับคนไข้ทั้งก่อนและหลังการรักษา “เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการพัฒนาวิธีการดูแล และรักษาด้านผิวพรรณมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่ต่างจากคลินิกที่เกาหลี แต่สำหรับ  นิว แอล ไลน์ คลินิก เราจะไม่แนะนำการรักษาผิวพรรณที่เกินความจำเป็น แต่จะให้คำปรึกษาคนไข้ แบบ วัน บาย วัน หรือ เฉพาะตัว เพื่อหาวิธีรักษาอย่างเหมาะสม และดีที่สุดสำหรับแต่ละบุคคล” 

      ส่วนเทคนิคการรักษา ของ NEW: L LINE CLINIC คุณหมอ ลีอึนซีล ย้ำว่า “ในประเทศไทย เรามักจะเห็น เทรนด์การปรับโครงหน้า หรือ รูปหน้าด้วยการใช้ฟิลเลอร์ฉีดเข้าใต้ผิวหนังเกือบแทบทั้งหมด แต่สำหรับ นิว แอล ไลน์ คลินิก จะมุ่งเน้น และ โฟกัสไปที่การดูแลผิวพรรณที่แท้จริงของคนไข้ ในเทคเจอร์ผิวแบบต่างๆ ให้ดีขึ้น เพื่อให้ได้ผิวพรรณมีความกระจ่างใสจากภายในสู่ภายนอก ดูเป็นธรรมชาติ ซึ่งจะทำให้ผู้เข้ารับการรักษาได้ผิวพรรณที่เหมาะสมกับบุคลิกของตัวเองจริงๆ” 

      SIWON PAIN CLINIC คลินิกเพื่อการรักษากระดูกและข้อ และ NEW: L LINE CLINIC คลินิกเพื่อการดูแลผิวพรรณ สาขากรุงเทพฯ พร้อมให้บริการกับทุกคนแล้ว โดยมี คุณสกาย ลี (Mr. Sky Lee) เป็นผู้ดูแล ซึ่งผู้สนใจสามารถเข้ารับการปรึกษา หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เลขที่ 1105 ชั้น 11 อาคาร BB Building (อาคารบุญมิตร) ซอยสุขุมวิท 21 (อโศก) แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ หรือหากต้องการรับคำปรึกษาแบบเรียลไทม์ กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ก็สามารถติดต่อรับคำปรึกษาได้ทั้ง สาขากรุงเทพฯ ประเทศไทย และ คลินิกในเกาหลี ที่ IG: newl_line_clinic และ IG : siw​onpain2020

"สารวัตรแรมโบ้" ร่วมงานพิธีผูกข้อมือรับขวัญ เสริมสิริมงคลให้กับกำลังพลทหาร ณ​ บ้านหนองจาน บ้านหนองหญ้าแก้ว จังหวัดสระแก้

"สารวัตรแรมโบ้" ร่วมงานพิธีผูกข้อมือรับขวัญ เสริมสิริมงคลให้กับกำลังพลทหาร ณ​ บ้านหนองจาน บ้านหนองหญ้าแก้ว จังหวัดสระแก้ว        ...