วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569

ศิลปินแห่งชาติ สร้างศิลปินของชาติ สืบสานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ของมนุษยชาติ “โขน” สู่เยาวช

ศิลปินแห่งชาติ สร้างศิลปินของชาติ 

สืบสานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้

ของมนุษยชาติ “โขน” สู่เยาวชน

       นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา​ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม มอบหมายให้นายอนุกูล ใบไกล ผู้อำนวยการกองกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินโครงการ “นาฏยศิลปินแห่งชาติ สร้างยุวศิลปินของชาติ” ของนางรัจนา พวงประยงค์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์ไทย - ละคร) พุทธศักราช 2554 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ - 2 มีนาคม 2569 ณ หอประชุมหิรัญนครเงินยาง โรงเรียนเชียงแสนวิทยาคม อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย และ​ เมืองโบราณ วัดป่าสัก อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย


     โดยในวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.00 น. นายอนุกูล ใบไกล ผู้อำนวยการกองกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ได้เข้าร่วมในพิธีเปิดโครงการ “นาฏยศิลปินแห่งชาติ สร้างยุวศิลปินของชาติ ของนางรัจนา พวงประยงค์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์ไทย - ละคร) พุทธศักราช 2554 ณ หอประชุมหิรัญนครเงินยาง โรงเรียนเชียงแสนวิทยาคม อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย 


      ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายอนุกูล ใบไกล ผู้อำนวยการกองกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ได้เข้าร่วมติดตามผลการอบรมเชิงปฏิบัติการ “โขน ละคร ฝ่ายฟ้อน ร้อง รำ สู่ถิ่นโยนกนคร” ณ หอประชุมหิรัญนครเงินยาง โรงเรียนเชียงแสนวิทยาคม อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ซึ่งมีการอบรมเชิงปฏิบัติการและให้ความรู้เรื่อง “โขนเบื้องต้น” โดยมีนางรัจนา พวงประยงค์ ศิลปินแห่งชาติ ให้เกียรติเป็นวิทยากรในการอบรม โดยมีเด็กและเยาวชน ให้ความสนใจและเข้าร่วมอบรมในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก



     และในวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2569 นายอนุกูล ใบไกล ผู้อำนวยการกองกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ได้เข้าร่วมติดตามผลการอบรมเชิงปฏิบัติการ “โขน ละคร ฝ่ายฟ้อน ร้อง รำ สู่ถิ่นโยนกนคร”โดยมีการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการแบบแบ่งกลุ่ม โดยแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มตัวพระ กลุ่มตัวนาง กลุ่มตัวยักษ์ กลุ่มตัวลิง และกลุ่มระบำเบ็ดเตล็ด โดยมีนางรัจนา พวงประยงค์ ศิลปินแห่งชาติ เป็นวิทยากรในการอบรม

     ซึ่ง​โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

รายงานโดย : กลุ่มบริหารกองทุนและระดมทุน กองกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม

การแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศล รายการ“โบว์ลิ่ง กลิ้งช่วยดาวน์” ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี

การแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศล

รายการ“โบว์ลิ่ง กลิ้งช่วยดาวน์” 

ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี


     ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์ ประธานมูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เป็นประธานในงานแถลงข่าวจัดการแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศลรายการ “โบว์ลิ่ง กลิ้งช่วยดาวน์” เพื่อหารายได้เป็นทุนสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิฯ ณ ห้องประชุมหทัยนเรศวร์ ชั้น 7 มูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์​ เมื่อวันที่ 5 มีนาคม​ 2569

     มูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทยฯ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2505 โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงรับไว้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ปัจจุบันให้บริการฟื้นฟูสมรรถภาพทางด้านการแพทย์ การศึกษา และการฝึกอาชีพ ผ่านหน่วยงานให้บริการทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ รวม 13 แห่ง และมีแผนขยายการก่อสร้างเพิ่มเติมอีก 2 แห่งที่จังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดเชียงราย



     ในการดำเนินงานแต่ละปี มูลนิธิฯ มุ่งเน้นการบริการเชิงรุกสู่ชุมชน ทั้งการอบรมผู้ปกครองและการมอบถุงยังชีพแก่ผู้พิการทางสติปัญญาทั่วประเทศปีละกว่า 6,000 ราย ซึ่งผลสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจคือการส่งเสริมให้ผู้พิการมีรายได้จากการจ้างงานในองค์กรต่างๆ แล้วกว่า 200 คน


     เนื่องจากการดำเนินงานของมูลนิธิฯ เป็นการดูแลผู้พิการทางสติปัญญาในวงกว้างและครบวงจร ทุนในการดำเนินงานจึงอาศัยจากการรับบริจาคเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งในแต่ละปีมูลนิธิฯ มีความจำเป็นต้องใช้งบประมาณกว่า 60 ล้านบาท เพื่อให้การช่วยเหลือและดูแลผู้พิการเป็นไปได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ


     ทาง​ มูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ จึงได้จัดการแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศล “โบว์ลิ่ง กลิ้งช่วยดาวน์” ในวันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม 2569 ณ Blu-o Rhythm & Bowl ชั้น 5 สยามพารากอน โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี พระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศ พร้อมด้วยรางวัลเกียรติยศอื่นๆ อาทิ ถ้วยรางวัลจาก ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์, รางวัลคะแนนรวมสูงสุดประเภทบุคคลชาย-หญิง, รางวัลแต่งกายแฟนซี และรางวัลบู้บี้

     มูลนิธิฯ ขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาและผู้ที่สนใจร่วมสมัครแข่งขันหรือร่วมบริจาคสนับสนุนกิจกรรม เพื่อมอบโอกาสและสร้างอนาคตที่ดีให้กับผู้พิการทางสติปัญญา ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ มูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-215-0781-5

https://www.facebook.com/SpecialProjectDiv/posts/1341622311332154


วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

Pullman Khon Kaen รีแบรนด์สู่ “The Heritage Grand Khon Kaen”

Pullman Khon Kaen รีแบรนด์สู่ “The Heritage Grand Khon Kaen”

1 มีนาคม ​69 นี้ ยกระดับภาพลักษณ์โรงแรมไอคอนิกคู่เมือง

     โรงแรม Pullman Khon Kaen เตรียมก้าวสู่บทใหม่อย่างเป็นทางการในชื่อ The Heritage Grand Khon Kaen Hotel and Convention ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป โดยการรีแบรนด์ครั้งนี้ไม่เพียงเปลี่ยนชื่อ แต่เป็นการปรับภาพลักษณ์และประสบการณ์การบริการครั้งใหญ่ เพื่อยกระดับมาตรฐานโรงแรมสัญลักษณ์ Iconic Hotel คู่เมืองขอนแก่น ให้สอดรับกับทิศทางการเติบโตของเมือง ตอกย้ำจิตวิญญาณทางวัฒนธรรมอีสาน พร้อมจุดแข็งเจาะตลาด MICE ในเขตอีสาน ด้วยห้องคอนเวนชั่นใหญ่ที่สุด จุคนได้มากว่า 1,800 คน, Kronen Brauhaus ต้นตำรับเบียร์แบบไมโครบริวรายแรกในอีสาน และยกเครื่องระบบภายในโรงแรมทั้งหมด เพื่อมุ่งสู่การเป็น “โรงแรมสีเขียว” (Green Hotel)


     ดร.สุนทร และดร.อารยา อรุณานนท์ชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการกลุ่มบริษัทน้ำตาลราชบุรี, บริษัท เอส แอนด์ เอ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด และผู้บริหารโรงแรม The Heritage Grand Khon Kaen & Convention ได้แถลงถึงการรีแบรนด์ “โรงแรมพูลแมน ขอนแก่น” ในนามใหม่ “โรงแรม เดอะ เฮอริเทจ แกรนด์ ขอนแก่น โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น” ว่า

“การรีแบรนด์ครั้งนี้ไม่เพียงเปลี่ยนชื่อโรงแรม นับแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป แต่ยังเป็นการปรับตำแหน่งทางการตลาด (Re-positioning) สู่ตลาด MICE ซึ่งเป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการปรับปรุง “โครงสร้างหลักของอาคาร”และสะท้อนวิสัยทัศน์ใหม่ในการพัฒนาโรงแรมให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์ท้องถิ่น และไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ พร้อมเสริมศักยภาพด้านการจัดประชุม สัมมนา และอีเวนต์ขนาดใหญ่ รองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวของจังหวัดขอนแก่นในอนาคต ในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ


     ทั้งนี้ The Heritage Grand Khon Kaen Hotel and Convention ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพบริการอย่างต่อเนื่อง และให้ความสำคัญกับการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ทั้งในด้านการศึกษา การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และโครงการด้านสิ่งแวดล้อม ภายใต้การบริหารของกลุ่มธุรกิจในเครือกลุ่มน้ำตาลราชบุรี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับมาตรฐานโรงแรมระดับภูมิภาคให้เติบโตอย่างยั่งยืน


                                                               

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมวางพวงมาลาถวายราชสักการะ และเป็นเจ้าภาพพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมวางพวงมาลาถวายราชสักการะ และเป็นเจ้าภาพพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 

ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง



     มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการ นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ พร้อมด้วย คณะกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ผู้ช่วยกรรมการ และเจ้าหน้าที่บริหารมูลนิธิฯ พร้อมหน่วยงานในเครือ ร่วมวางพวงมาลาถวายราชสักการะ และเป็นเจ้าภาพในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลและพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อแสดงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง​ เมื่อวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569



ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจwww.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

#แอปพลิเคชัน ต #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418

วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดโครงการ “TOP Green PLUS (TOP Green+)”

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผนึกกำลังเครือข่ายพันธมิตรภาคธุรกิจและองค์กรชั้นนำ 

เปิดโครงการ “TOP Green PLUS (TOP Green+)” 

ยกระดับผู้นำองค์กร พลิกความท้าทายสิ่งแวดล้อมสู่พลังขับเคลื่อนการแข่งขันอย่างยั่งยืน

     จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยสถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรภาคธุรกิจและองค์กรชั้นนำ จัดพิธีเปิดโครงการ “TOP Green PLUS (TOP Green+)” หลักสูตรผู้นำระดับสูงที่มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้นำองค์กรให้สามารถ “พลิกความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม” ให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนเชิงกลยุทธ์ เปิดมุมมองใหม่ในการสร้างคุณค่า เสริมความสามารถในการแข่งขัน และเชื่อมประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนที่เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมทั้งในระดับองค์กรและระดับสังคม

       หลักสูตร TOP Green PLUS ในปีนี้ วางเป้าหมายให้ “ความยั่งยืน” ก้าวข้ามกรอบของการเรียนรู้เชิงแนวคิด ไปสู่ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงเงื่อนไขการแข่งขัน โอกาสทางธุรกิจ และการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ในโลกที่มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมกำลังกลายเป็นปัจจัยชี้ขาดความสำเร็จขององค์กร พร้อมเสริมเครื่องมือและกรอบคิดที่ช่วยให้ผู้นำสามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านได้อย่างเป็นระบบและยั่งยืน


        ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.เบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง ผู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษ โดยชี้ว่า “ความยั่งยืน” ได้เปลี่ยนสถานะจากประเด็นด้านภาพลักษณ์มาเป็นปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ส่งผลต่อศักยภาพการแข่งขันของภาคธุรกิจไทยอย่างมีนัยสำคัญ ภายใต้บริบทใหม่ของการค้าโลกที่กฎเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมมีความเข้มงวดมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมเน้นย้ำว่า ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ จะเป็นกลไกสำคัญในการเร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืนและสามารถขยายผลได้ในระยะยาว

        ต่อด้วยปาฐกถาพิเศษจาก ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมในมิติเศรษฐกิจและความต่อเนื่องทางธุรกิจว่า ความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ ปัญหาทรัพยากรน้ำ มลพิษ และแรงกดดันด้านกฎระเบียบ กำลังกลายเป็น “ต้นทุนแฝง” ที่ส่งผลต่อการดำเนินงานจริงของภาคธุรกิจมากขึ้น พร้อมส่งสัญญาณให้ภาคเอกชนเร่งยกระดับการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ และผลักดันแนวคิด Research to Commercial เพื่อขยายการนำองค์ความรู้และนวัตกรรมไปใช้จริง โดยหลักสูตร TOP Green PLUS จะเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมองค์ความรู้เชิงวิชาการกับการบริหารจัดการเชิงธุรกิจให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้

         ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า โครงการ TOP Green PLUS สะท้อนบทบาทความเป็นผู้นำของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการสร้างองค์ความรู้ใหม่ พัฒนาศักยภาพผู้นำ และเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ทั้งในระดับองค์กรและระดับประเทศ พร้อมสนับสนุนให้ประเทศไทยสามารถยืนหยัดและแข่งขันได้ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจโลกที่ให้ความสำคัญต่อมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการส่งเสริมให้นิสิตมีส่วนร่วมในกิจกรรมเพื่อสังคมและความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง

          ในปีนี้ โครงการได้รับการสนับสนุนจากองค์กรภาคีเครือข่ายสำคัญ ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI), UN Global Compact Network Thailand, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และหอการค้าไทยและสภาหอการค้าไทย เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านเครือข่าย การกำกับดูแล การใช้ข้อมูล การบริหารความเสี่ยง และการขยายผลสู่โอกาสทางเศรษฐกิจในวงกว้าง


          ท้ายที่สุด รองศาสตราจารย์ ดร.พันธวัศ สัมพันธ์พานิช ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้ขับเคลื่อนหลักสูตร “TOP Green PLUS” กล่าวว่า โครงการ TOP Green PLUS เป็นการต่อยอดจากหลักสูตร TOP GREEN รุ่นที่ 1 โดยเพิ่มความเข้มข้นด้านการลงมือทำจริง (Action-oriented Learning) การเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้นำองค์กรระดับโลกและองค์กรชั้นนำของประเทศ ตลอดจนการผสานพลังระหว่างผู้เข้าอบรม ผู้เชี่ยวชาญ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม เศรษฐกิจ และประเทศชาติอย่างเป็นรูปธรรม


          สำหรับ TOP Green PLUS มุ่งสร้างเครือข่ายผู้นำองค์กรที่มีวิสัยทัศน์ และมีความสามารถในการขับเคลื่อนความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมตั้งแต่ยุทธศาสตร์การเปลี่ยนผ่าน การกำกับดูแล และการใช้ข้อมูล การบริหารความเสี่ยง ไปจนถึงการสร้างความร่วมมือเชิงระบบ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว สอบถามข้อมูลได้ที่ 0656369873 หรือ topgreenplus@gmail.com

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.topgreenplus.com/

ศิลปินแห่งชาติ สร้างศิลปินของชาติ สืบสานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ของมนุษยชาติ “โขน” สู่เยาวช

ศิลปินแห่งชาติ สร้างศิลปินของชาติ  สืบสานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ของมนุษยชาติ “โขน” สู่เยาวชน         นางยุถิกา อิศรางกูร ณ...